ข้อความต้นฉบับในหน้า
mo
ขึ้น”
๔. คุณกัทลี จีระธัญญาสกุล อายุ
๒๑ ปี บ้านเกิดอยู่ จ.นราธิวาส
จบปริญญาตรี ทางด้านบริหาร
ธุรกิจ (สาขาบัญชี)
“มาวัดครั้งแรก เพราะมหา-
วิทยาลัยมีรถบริการเชิญชวนให้มา จึง
ลองมาเที่ยวดู มาแล้วเห็นว่าคนที่วัดเขา
เรียบร้อย มีการทักทายไหว้กันอยู่บ่อย ๆ
รู้สึกว่าตัวเองจะทำไม่ได้ ชวนเพื่อน
เพื่อนไม่มา จึงไม่ได้มาอีกประมาณ
๒ ปี
“ครั้งหลังมีความสนใจธรรมะ
มาก ซื้อหนังสือธรรมะมาศึกษาจำนวน
มาก ทำให้รู้สึกคิดถึงวัด จึงได้กลับมา
อีกครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นคนยังน้อยต้นไม้ยัง
เป็นต้นเล็ก ๆ อยู่
“มีความประทับใจสถานที่มาก
เงียบสงบ แล้วคนที่มาวัดก็เรียบร้อย
สมาธิทำให้เราสงบเยือกเย็น รู้สึก
มีความสุขดีกว่าไปเที่ยว ซึ่งเป็นสาเหตุ
ให้มาวัดเป็นประจำ และอยากจะฟัง
หลวงพ่อเทศน์มงคล ๓๘ ให้ติดต่อกัน
ด้วย อาทิตย์ไหนไม่มาก็อดฟัง”
มีความเห็นต่อสังคมว่า “คนใน
สังคมส่วนใหญ่เมื่อหาเงินได้แล้วก็ไม่รู้
จักใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ต้อง
เสียไปกับการเที่ยวเตร่ หมดไปกับอบาย
มุขเสียในทางที่ไม่ควรเสีย ไม่รู้คุณ
ค่าของบุญ ชวนมาปฏิบัติธรรมก็ไม่ค่อย
มากัน เชิญให้บริจาคปัจจัยร่วมบุญก็ไม่
ค่อยจะเต็มใจทํา อย่างไรก็ตาม ดิฉัน
เชื่อว่าหากสถานการณ์ไม่เลวร้ายจนเกิน
ไปนัก สักวันหนึ่งเขาจะต้องนึกถึงคำ
เชิญชวนของดิฉัน”
4. คุณจารี เสื้อแก้ว อายุ ๑๙
ปี ชาว กทม. เป็นนักศึกษา
“มาวัดครั้งแรก เพราะเพื่อนชวน
มาเที่ยว ธรรมดาเป็นคนชอบเที่ยวอยู่แล้ว
เลยมาติดใจคำสอนของหลวงพ่อ ซึ่งทำ
ให้เราปฏิบัติธรรมได้ดี รู้สึกมีความ
สงบ และเป็นสุข จิตใจเราก็ดีขึ้น แต่
ก่อนไม่เคยสนใจเข้าวัดเลย”
“ประทับใจความมีระเบียบของ
สาธุชนที่มาวัด ชอบสถานที่ หลวง
พ่อสอนการนั่งสมาธิซึ่งไม่เคยปฏิบัติมา
ก่อน แต่เมื่อได้ปฏิบัติแล้วรู้สึกสบายใจ
ขึ้น สามารถควบคุมอารมณ์ ทำให้
มีสติรอบคอบมากขึ้น มีความซาบซึ้งใน
หลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
มากขึ้น”
มีความเห็นต่อสังคมว่า “ชาวโลก
โดยทั่วไปนับวันจะมีความจริงใจน้อย
ลง มักคิดแต่จะให้เกิดประโยชน์แก่ตน
เองมากที่สุด ไม่ค่อยนึกถึงคนอื่น การ
เจริญภาวนา ทำสมาธิ ทำให้รู้จักตัวเอง
มากขึ้น เมื่อรู้จักจิตใจของตัวเองดีแล้ว
จะมีความคิดเปรียบเทียบกับคนอื่น
เพราะผู้อื่นก็มีจิตใจเช่นเรา ทำให้รู้จัก
เอาใจเขามาใส่ใจเรา มีความเข้าใจและ
จริงใจกับเพื่อนมนุษย์มากขึ้นค่ะ”
6. คุณอัจนา ชื่นใจ อายุ ๑๙ ปี
บ้านเกิด กทม. จบการศึกษา
พาณิชยการ ปัจจุบันเป็นแม่
บ้าน
“มาวัดครั้งแรกเพราะเพื่อนซึ่ง
เคยมาประจำชวนมา หลังจากนั้นก็มา
ทำบุญเป็นประจำ เพราะรู้สึกว่า การ
นั่งธรรมะทำให้เราสุขใจ สงบ มีความ
สำรวมดีขึ้น ทำให้ใจเย็น ได้มาฟังเทศน์
บ่อย ๆ แล้วทำให้รู้วิธีการดำเนิน
ชีวิตมากขึ้น และมีความประทับใจความ
เป็นระเบียบของวัดมาก”
“ปรารถนาอยากให้พระพุทธ
ศาสนาของเราเผยแผ่ไปยังเพื่อนร่วม
โลกมาก ๆ โดยการช่วยกันชักจูงให้ทุก
คนมาปฏิบัติธรรมกันมาก ๆ เมื่อเทียบ
กับชาวคริสต์แล้ว เขาเผยแผ่พระ
ทําสนาของเขามาก เขาทํางานหาเงิน
ช่วยวัด ช่วยกันบริจาค ซึ่งทำให้มีทุน ใน
การเผยแผ่ได้อย่างรวดเร็ว”
“คำสอนของพุทธศาสนาของเรา
นั้นดีอยู่แล้ว เป็นวิทยาศาสตร์ คือ
สามารถปฏิบัติและทดลองพิสูจน์ได้
มีเหตุผล จึงอยากให้พวกเราตระหนักถึง
ความรับผิดชอบในการที่ได้ชื่อว่าชาวพุทธ
ได้มีส่วนในการเผยแผ่พระศาสนาของเรา
บ้าง จะเป็นการบริจาคเงินทำบุญหรือ
ชักชวนให้คนมาปฏิบัติธรรมกันมาก ๆ
ก็ได้ พุทธศาสนาของเราจะได้เจริญ
ไม่น้อยหน้าเขา"
๒. คุณเจนยิ่ง ไลประวัติ อายุ ๑๗
ปี ชาว กทม. ก้าง กษา
พาณิชยการ ปี
"
“คุณพ่อพามาในครั้งแรก
รั้งแรก ๆ เมื่อ
มานั่งธรรมะบ่อย ๆ แล้วรู้สึกสงบสบาย
ครั้งหลังนี้จึงต้องขอตามคุณพ่อมาด้วย
เพราะคุณพ่อและคุณแม่มาเป็นประจำ
ชอบสถานที่สงบร่มรื่น มีระเบียบไม่
วุ่นวาย มองดูแล้วสบายใจ”
มีความเห็นต่อคนในสังคมว่า
“ทุกคนอยากได้ดี แต่ไม่อยากทำดี พวก
เราเมื่อมีโอกาส ควรจะชักจูงให้บุคคล
เหล่านี้มาปฏิบัติธรรมกันมาก ๆ ตาม
โรงเรียน หรือวิทยาลัยต่าง ๆ ควรจัดมา
างๆ
Kalyanamitra.org