การใช้ทรัพย์สมบัติอย่างมีสติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 3 เดือนมีนาคม หน้า 55
หน้าที่ 55 / 116

สรุปเนื้อหา

มหาบุรุษ กว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัม มาสัมพุทธเจ้า ทรงใช้เวลาต่อเนื่องกัน นับแต่อดีตชาติถึง ๒๐ อสงไขยแสนกัปป์ .....พวกเราทำความดีมาได้ถึงวันนี้อย่า นึกว่ามากพอแล้ว เหตุแห่งความล้มละลาย ข้อที่ ๓ ไม่ประมาณในการบริโภคข้าว น้ำ และการใช้ทรัพย์สมบัติ ของทุกอย่างที่เราใช้ เวลาใช้ ต้องรู้จักประมาณ ถ้าใครใช้ทรัพย์สมบัติ แม้ของตัวเองแบบไม่ทนุถนอม ใช้แบบ สุรุ่ยสุร่าย ใช้ไม่ถูกกับงาน ทำให้เสื่อม โทรมเร็ว ผู้นั้นได้ชื่อว่า เป็นผู้เหยียบย่ำ และดูถูกบุญของตัวเอง ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น เรื่องนี้ต้อง ขออาราธนาคำสอนของหลวงพ่อวัด ปากน้ำมาอ้างอีกครั้ง คุณยายอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง เล่าว่า หลวงพ่อเทศน์ ให้ฟังบ่อย ๆ ว่า ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย อดีตชาติ คนที่ให้ทานอย่างอื่นมามาก มาย แต่ไม่เคยถวายทานด้วยสบงจีวร ถึงได้เกิ

หัวข้อประเด็น

- การใช้ทรัพย์สมบัติอย่างมีสติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระสิทธัตถะกุมารกว่าจะได้ลักษณะ มหาบุรุษ กว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัม มาสัมพุทธเจ้า ทรงใช้เวลาต่อเนื่องกัน นับแต่อดีตชาติถึง ๒๐ อสงไขยแสนกัปป์ .....พวกเราทำความดีมาได้ถึงวันนี้อย่า นึกว่ามากพอแล้ว เหตุแห่งความล้มละลาย ข้อที่ ๓ ไม่ประมาณในการบริโภคข้าว น้ำ และการใช้ทรัพย์สมบัติ ของทุกอย่างที่เราใช้ เวลาใช้ ต้องรู้จักประมาณ ถ้าใครใช้ทรัพย์สมบัติ แม้ของตัวเองแบบไม่ทนุถนอม ใช้แบบ สุรุ่ยสุร่าย ใช้ไม่ถูกกับงาน ทำให้เสื่อม โทรมเร็ว ผู้นั้นได้ชื่อว่า เป็นผู้เหยียบย่ำ และดูถูกบุญของตัวเอง ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น เรื่องนี้ต้อง ขออาราธนาคำสอนของหลวงพ่อวัด ปากน้ำมาอ้างอีกครั้ง คุณยายอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง เล่าว่า หลวงพ่อเทศน์ ให้ฟังบ่อย ๆ ว่า ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย อดีตชาติ คนที่ให้ทานอย่างอื่นมามาก มาย แต่ไม่เคยถวายทานด้วยสบงจีวร ถึงได้เกิดในประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ใน ตระกูลที่มั่งคั่ง ก็ให้มีอันเป็นไป ไม่ ชอบสวมใส่เสื้อผ้าเหมือนคนอื่น มีพวก ไหนบ้างคงนึกออก ยิ่งไม่เคยทำบุญให้ทานด้วย ข้าวปลาอาหารซ้ำเข้าไปอีก ก็ต้อง ไปเกิดในประเทศที่กันดาร ใน ตระกูลที่ยากจน อดอยากผอมโซ ผ้าผ่อนแทบไม่มีพันกาย แม้ที่สุดไม่เคยท่าทานเรื่อง ที่อยู่อาศัยเข้าด้วย เกิดมาชาตินี้ ก็ไร้ที่อยู่ ต้องเร่ร่อนหลับนอนตาม ใต้สะพาน ตามซอกตามมุมต่าง ๆ อยู่ที่ไหนก็ถูกขับไล่ร่ำไป เหมือน ชนเผ่าหนึ่งที่เราเรียกว่า “ผีตอง เหลือง” นั่นแหละ เพราะฉะนั้น การที่เรามีเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัยครบครันอย่างนี้ก็ ที่เรามีอยู่ขณะนี้เกิดจากอำนาจบุญ เพราะอำนาจบุญที่เราสั่งสมไว้ ใครใช้ ที่เรามีเสื้อผ้าสวมใส่อยู่ทุกวันนี้เราได้ มาจากไหน ก็ได้มาจากอำนาจบุญที่เรา เคยถวายสบงจีวรแก่พระภิกษุสงฆ์มาแต่ ของเหล่านี้แบบสุรุ่ยสุร่าย ไม่ทนุถนอม ก็เท่ากับเหยียบย่ำบุญของตัวเอง เวลา จะตักอาหารรับประทานต้องหมั่นเตือน ตนเองอยู่เสมอ ตักให้พอเหมาะกับ ความต้องการ เรากินข้าวอยู่ทุกวัน ทุก มื้อ เราย่อมต้องรู้ว่าท้องของเรารับข้าว ได้เท่าไร อย่าทำอย่างที่โบราณว่า “เวลา หิว ตาโตกว่าท้อง” ทิ้งข้าว ทิ้งน้ำ ก็ เท่ากับทิ้งเงิน ทั้งทองนั่นเอง ที่วัด ถ้าเราตักข้าว ตักน้ำมาก เกินไปกินไม่หมด ทิ้งข้าววัดคนละช้อน น้ำคนละครึ่งแก้ว รวม ๆ กันก็เป็นข้าว หลายเข่ง น้ำหลายแท้งค์ ทำลายเงิน ทองของวัด ของพระศาสนา ทำลาย ศรัทธา ทำลายบุญของญาติโยมที่นำ ของมาถวาย คิดดูให้ดี พวกเรากินข้าวกินน้ำ ของวัดรวม ๆ กัน ถ้าเราไม่ระวังตัก อาหารเกินประมาณ แล้วเอาไปทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ปล่อยให้บางคนอด คนที่อดข้าว มื้อนั้นคือใคร คือคนมีศีล มีธรรมะ ตั้งใจ มาเจริญภาวนาใช่หรือไม่ แล้วเขาก็ยัง เป็นผู้เสียสละ เชื่อในเกียรติ เชื่อในปัญญา ของเราว่าคงรู้จักประมาณ ถ้าเราไม่ รู้จักประมาณเสียแล้ว ย่อมได้ชื่อว่า ทำร้ายคนมีศีล มีธรรมะ บาปไม่มีประ มาณทีเดียว เหตุนี้จึงต้องระวังตัวกัน ให้มาก ฝึกให้รู้จักประมาณ รู้จักความ Kalyanamitra.org ๕๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More