ข้อความต้นฉบับในหน้า
“ท่านผู้เจริญทั้งหลาย” พระเจ้า
สุทโธทนะ ราชาผู้เฒ่าแห่งกรุงกบิลพัสดุ์
ผู้หวังจะได้เห็นพระราชโอรสปราบดา
ภิเษกเป็นจักรพรรดิราช แต่ก็สิ้นหวังเสีย
แล้วเพราะพระปิโยรสนั้น มุ่งที่จะเป็น
พระธรรมราชาผู้โปรดโลกให้ได้ดื่มสันติ
ธรรม ต้องการจะแผ่ธรรมเสนาคือกองทัพ
ธรรม ยิ่งกว่าจตุรังค์นี้เสนา คือทัพช้าง
ทัพม้า ทัพรถ และทัพคนเดินเท้า กองทัพ
พระผู้มีพระภาคประทับ
อยู่ ณ เนินดินโคนต้นไผ่
อันสะอาด มีภิกษุสงฆ์
นั่งสงบอยู่สองข้าง
พระกายแน่นขนัด
ธรรมนี้ไม่ต้องการโลหิตเช่นธงชัย มุ่ง เบื้องพระพักตร์ของพระองค์
แต่จะแผ่ความสงบสุขให้แก่คนทุกชั้น
มิได้เลือกหน้า คำที่ว่า “คนทราบที่ตั้งใจ
ฟังการสาธยายพระเวท จะต้องถูกกรอก
หูด้วยตะกั่วหลอม ถ้าคนศูทร สาธยาย
พระเวทด้วยตนเอง ก็จะต้องถูกตัดลิ้น
ถ้าท่องจำพระเวทไว้ได้ ก็จะต้องถูก
ผ่ากายออกเป็น ๒ ซีก” ดังนี้ มิได้มีใน
พระพุทธศาสนา พระพุทธโอวาทนั้น
b
ไม่เลือกว่ากษัตริย์ พราหมณ์ หรือแพทย์
ศูทร มีสิทธิที่จะฟังได้ และนำไปปฏิบัติ
ให้เกิดผลคือความผาสุกสวัสดีทั่วหน้า
กัน เมื่อพระพุทธบิดาทรงสดับข่าวการ
ประทับอยู่ ณ เวฬุวัน ของพระศาสดา
แล้วจึงตรัสเรียกอำมาตย์ผู้หนึ่งมา สั่ง
ให้เดินทางไปกรุงราชคฤห์ ทูลเชิญพระ
ผู้มีพระภาคให้เสด็จกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อ
พระองค์จะได้ทอดพระเนตร, อำมาตย์
นั้นพร้อมด้วยบริวารได้รีบเดินทางไป
ด้วยเร็ว แต่เมื่อมาถึงกรุงราชคฤห์
และตรงไปยังเวฬุวนาราม เป็นเวลาที่
พระตถาคตเจ้าเริ่มแสดงธรรม ก็ถวาย
บังคมแล้วนั่งฟังอยู่ณ ส่วนข้างหนึ่ง
พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ เนินดิน
โคนต้นไผ่อันสะอาด มีภิกษุสงฆ์นั่งสงบ
อยู่สองข้างพระกายแน่นขนัด เบื้องพระ
พักตร์ของพระองค์เป็นที่เรียนราบกว้าง
ขวาง พอที่คนจำนวนหลายร้อยจะนั่ง
เป็นทีเตียนราบ
กว้างขวางพอทีคน
จํานวนหลายร้อย
จะนั่งประชุมกันได้
เดิมทีนั้นมีก่อไผ่ขึ้นอยู่
แต่ด้วยคำสั่งของพระราชา
คนงานก็จัดการ
แผ้วถางให้เตียนราบ
เพื่อใช้เป็นที่ประชุมฟังธรรม
ประชุมกันได้ เดิมที่นั้นมีกอไผ่ขึ้นอยู่
แต่ด้วยคำสั่งของพระราชา คนงานก็
จัดการแผ้วถางให้เตียนราบเพื่อใช้เป็น
ที่ประชุมฟังธรรม”
เป็นต้น แล้วทรงแสดงธรรมขั้นที่ ๒ ที่
เรียกว่าประโยชน์ภายหน้า พรรณนา
ความเชื่ออันประกอบด้วยเหตุผล และ
ศีลความไม่เบียดเบียนตนและคนอื่น
ด้วยกาย วาจา เป็นต้น ครั้นแล้วทรง
แสดงธรรมขั้นสูง โดยความคือทรง
ให้เห็นว่า กายกับใจนี้เป็นของหนักซึ่ง
มนุษย์พากันแบกอยู่อย่างไม่รู้ตัว เพียงการ
ที่มนุษย์ต้องวิ่งเต้นหาอาหารมาเลี้ยงกาย
นี้ และปากท้องของบุตรภรรยาก็เป็น
การหนักตลอดชีวิต การแบกหามทํางาน
หนักต่าง ๆ นั้น แท้จริงก็เพื่อให้ได้อาหาร
มาแบกหามท้องของคนเรานี้เอง ผู้รู้
พิจารณาแล้วย่อมหาสิ่งที่เป็นสาระยิ่ง
กว่านั้น การที่จะประสบสภาพที่มีสาระ
เป็นอิสระจากการแบกหามนั้นได้ ก็ต้อง
อาศัยการแก้ไขทางใจ คือการปล่อย
วางความยึดถือ มีความรู้เท่าตามเป็น
จริง แล้วไม่ยึดอะไรมาแบกหามอีก เมื่อ
ตัดความทะยานอยากพร้อมทั้งรากเง่า
เสียได้แล้ว ก็จะเป็นคนไม่หิวกระหาย
ดับกิเลสและทุกข์ได้ในโลก”
อำมาตย์ผู้เป็นทูตแห่งกบิลพัสดุ
พร้อมด้วยบริวารส่งใจไปตามกระแส
พระธรรมเทศนา ก็เกิดปัญญาคลาย
ความยึดมั่นถือมั่น จึงทูลขอบรรพชา
อุปสมบทในพระพุทธศาสนา ท่านเหล่า
นั้นเห็นสมเด็จพระบรมศาสดาทรงทำ
อุปการกิจโปรดมนุษย์นิกรอยู่อย่างนั้น
ทั้งยังอยู่ในเขตแห่งฤดูหิมะ จึงมิได้ทูล
“ขณะนั้นเป็นเวลาบ่าย ดวงตะวัน
คล้อยไปด้านตะวันตกมากแล้ว เงาภูเขา
เชิญเสด็จตามค่าของพระราชาผู้เฒ่า
แห่งกรุงกบิลพัสดุ์
ทอดมายังให้ป่าไผ่ร่มเย็นเป็นที่สบาย
(อ่านต่อฉบับหน้า)
มหาชนที่พากันออกจากกรุงราชคฤห์
๑๒. A Buddhist India By Professor
Rhys Davids หน้า ๑๑๘ ซึ่งอ้างเวทานตสูตร
ของพราหมณ์เล่ม ๒ หน้า ๒, ๓๔.
ได้ไปประชุมฟังพระพุทธโอวาทตาม
ศรัทธาปสาทะแห่งตน"
เมืองแรก สมเด็จพระทศพลทรง
แสดงธรรมเพื่อประโยชน์แก่ผู้ครองเรือน
ให้ตั้งอยู่ในฆราวาสธรรม มีความซื่อสัตย์
Kalyanamitra.org