การรักษาเป้าหมายชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 3 เดือนมีนาคม หน้า 68
หน้าที่ 68 / 116

สรุปเนื้อหา

ของชีวิตว่าคือ การเข้าพระนิพพาน บ้าง ก็รู้แล้ว แต่เกียจคร้านประพฤติย่อหย่อน ทำๆ หยุด ๆ จึงต้องมาเวียนเกิดเวียน ตายรับทุกข์อยู่อย่างนี้ ฉะนั้น ถ้าใครฉลาด ก็ต้องรีบ แก้ไขตนเอง ตั้งเป้าหมายสูงสุดของชีวิต ไว้ให้มั่นคงไม่ประมาทในการสร้าง ความดี หมั่นให้ทาน รักษาศีล เจริญ ภาวนา ชำระกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ เพื่อกำจัดกิเลสให้หมดจะได้พ้นทุกข์ เข้าพระนิพพาน ได้รับความสุขอันเป็น อมตะตามอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บ้าง “จงอย่าประมาท เร่งเดินตามรอยบาท พระบรมศาสดา" “ถึงจะทำประโยชน์ให้คนอื่นมากมาย ก็ไม่ควรละทิ้งจุดหมายปลายทางของตน เมื่อรู้ว่าอะไรคือ จุดหมายปลายทางแล้ว ก็ควร ใส่ใจขวนขวาย” อุปสรรค คนบางคน เริ่มแรกก็ตั้งเป้าหมาย ชีวิตดีอยู่ เช่น ตั้งใจจะทำมาหากินโดย สุจริต แต่กำลังใจยังไม่เข้มแข็งพอ ครั้น ทำไปท

หัวข้อประเด็น

- การรักษาเป้าหมายชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ของชีวิตว่าคือ การเข้าพระนิพพาน บ้าง ก็รู้แล้ว แต่เกียจคร้านประพฤติย่อหย่อน ทำๆ หยุด ๆ จึงต้องมาเวียนเกิดเวียน ตายรับทุกข์อยู่อย่างนี้ ฉะนั้น ถ้าใครฉลาด ก็ต้องรีบ แก้ไขตนเอง ตั้งเป้าหมายสูงสุดของชีวิต ไว้ให้มั่นคงไม่ประมาทในการสร้าง ความดี หมั่นให้ทาน รักษาศีล เจริญ ภาวนา ชำระกาย วาจา ใจ ให้บริสุทธิ์ เพื่อกำจัดกิเลสให้หมดจะได้พ้นทุกข์ เข้าพระนิพพาน ได้รับความสุขอันเป็น อมตะตามอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บ้าง “จงอย่าประมาท เร่งเดินตามรอยบาท พระบรมศาสดา" “ถึงจะทำประโยชน์ให้คนอื่นมากมาย ก็ไม่ควรละทิ้งจุดหมายปลายทางของตน เมื่อรู้ว่าอะไรคือ จุดหมายปลายทางแล้ว ก็ควร ใส่ใจขวนขวาย” อุปสรรค คนบางคน เริ่มแรกก็ตั้งเป้าหมาย ชีวิตดีอยู่ เช่น ตั้งใจจะทำมาหากินโดย สุจริต แต่กำลังใจยังไม่เข้มแข็งพอ ครั้น ทำไปทำไปเริ่มรู้สึกว่ารวยข้าไป ไม่ทันใจ เป้าหมายชีวิตรักเขา ลงท้ายเลยไปคดโกง คนอื่นเขา ต้องติดคุก ติดตะรางไป หรือ บางคนตั้งใจจะให้ทาน รักษาศีล เจริญ สมาธิภาวนา แต่พอถูกคนอื่นเย้าแหย่บ้าง ล้อเลียนบ้าง เจอสิ่งยั่วยุมากเข้ามาก เข้าเลยเลิกปฏิบัติธรรม ปล่อยชีวิตให้ เป็นไปตามอำนาจของกิเลส ทําอย่างไร เราจึงจะป้องกัน ตัวเราไม่ให้เป็นอย่างนั้นบ้าง ทำอย่างไร จึงจะรักษาเป้าหมายชีวิตของเราไว้ให้ มั่นคง วิธีรักษาเป้าหมายชีวิตให้มั่นคง ๑. ฝึกให้เป็นคนมีศรัทธา ได้แก่ มีเหตุผล เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ การเชื่อ มี ๒ แบบ คือ 0.0 เชื่ออย่างมีเหตุผล ประ กอบด้วยปัญญา เรียกว่า ศรัทธา ๑.๒ เชื่ออย่างไร้เหตุผล ปราศ จากปัญญา เรียกว่า งมงาย ศรัทธาขั้นพื้นฐาน ๓ ประการ คือ เชื่อว่าพระพุทธเจ้ามีจริง เชื่อใน พระปัญญาการตรัสรู้ของพระองค์ เชื่อในกฎแห่งกรรม เช่น เชื่อว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว โดยการทำดีนั้น จะต้องทำให้ครบองค์ประกอบสามประ การ คือ ต้องทำให้ ถูกดี คือ มีปัญญาสามารถทำ ถูกวัตถุประสงค์ของงานนั้น ๆ ถึงดี คือ มีความพยายามที่จะ ทำงานนั้นให้เต็มตามความสามารถ พอดี คือ มีสติดี ไม่ทําจนเลยเถิด ไป เพื่อเหนียวมากไปจนเกิดความเสียหาย จึงจะได้ดี - เชื่อในผลของกรรมว่าสามารถ ติดตามบุคคลผู้ทำนั้นตลอดไป ๒. ฝึกให้เป็นคนมีศีล อย่าง น้อยศีล ๕ (ความละเอียดของศีล โปรด ดูในมงคลที่ ๙) 0. ฝึกให้เป็นคนมีความรู้ เป็นพหูสูต คือ หมั่นศึกษาหาความรู้ ทั้งทางโลกและทางธรรม 4. ฝึกให้เป็นคนมีจาคะ คือรู้จัก เสียสละ การเสียสละแบ่งเป็น ๔.๑ สละทรัพย์สิ่งของเป็น ทาน เป็นการกำจัดความตระหนี่ออก จากใจ จึงเป็นที่รักของคนทั้งหลาย ๔.๒ และอารมณ์บูดเป็นทาน คือละอารมณ์โกรธ พยาบาทให้เป็น อภัยทาน ทำให้ใจผ่องใสเบิกบานเป็น ปกติ 4. ฝึกสมาธิภาวนาเพื่อให้ใจ ผ่องใส เกิดปัญญา ซึ่งเป็นข้อที่สำคัญ ที่สุดเพราะจะเห็นได้ว่า เหตุที่ทำให้ เป้าหมายชีวิตของเราคลอนแคลนนั้น เป็นเพราะใจของเราขาดความมั่นคง ทน ต่อความยั่วยุไม่ได้ แต่การฝึกสมาธิ ภาวนาเป็นการฝึกใจโดยตรง ทำให้ใจ ของเรามีพลัง มีความหนักแน่นเข้มแข็ง ในการรักษาเป้าหมายชีวิตไว้ได้โดย สมบูรณ์ การฝึกทั้ง ๕ ประการนี้ นิยมเรียก ว่า สารธรรมแปลว่า “ธรรมที่เป็นแก่น” ถ้าผู้ใดมีคุณธรรมทั้ง ๕ ข้อนี้ ชื่อว่า เป็นคนที่มีแก่นคนอย่างแท้จริง สามารถ ตั้งตนชอบได้ อานิสงส์การตั้งตนชอบ หาย ทุกสถาน 0. ๕ เป็นผู้สามารถพึ่งตนเองได้ ๒. เป็นผู้ไม่ประมาท Gn. เป็นผู้เตรียมตัวไว้ดีแล้วก่อน ๔. เป็นผู้มีความสวัสดีในทุกที่ ๕. เป็นผู้บูชาพระรัตนตรัยอย่าง สูงสุด 5. เป็นพลเมืองดีของประเทศ ชาติ ๗. เป็นตัวอย่างที่ดีแก่อนุชน รุ่นหลัง ศ. เป็นผู้ป้องกันภัยในอบายภูมิ ๔. เป็นผู้มีแก่นคน สามารถ ตักตวงประโยชน์จากชีวิตได้เต็มที่ 9O. เป็นผู้ได้รับสมบัติทั้ง ย โดยง่าย คือ มนุษย์สมบัติ ทิพย์สมบัติ และนิพพานสมบัติ ๖๔ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More