ความทรงจำในธรรมชาติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 3 เดือนมีนาคม หน้า 112
หน้าที่ 112 / 116

สรุปเนื้อหา

ดินท่วมท้นเป็นเกาะแก่งเปลี่ยนแปลงไป ตั้งสติภาวนาใต้หมู่ของ สมาธิภาวนาไม่คลอนแคลน ต้นไม้ใหญ่เช่นประดู่ติดคูคลอง ดินเปรี้ยวจัดต้องหัดพันธุ์ไม้มาปลูก ยินเสียงกลองเพลเตือนเวลา มองทางไหนเห็นแมกไม้นานาพันธุ์ ทุกครั้งที่มาวัดวันอาทิตย์ ดอกไม้หลายสีสันงามเหลือแสน ไม่ต้องถูกชนิดดินจึงพอไหว บุกเบิกด้วยกระถินณรงค์คงพอใจ ต้นไม้อื่นจึงได้ขึ้นตามมา จะส่งจิตกลับไปพร้อมเพรียกหา ไม้ใบปลูกเป็นระยะต้นไม่แกรน ที่สงบเหมาะสมาธิภาวนา สัตว์ทุกชนิดแม้ตกแตน - อยู่สบาย ถึงกระนั้นยังไร้หญ้าไร้เงาร่ม วันเวลาไม่หวนกลับ ณ ที่เดิม ขอส่งกลอนวอนถามคุณสุธรรม มีแต่ลมผสมแดดแผดเวหา ที่แห่งใหม่กว้างขวางใหญ่โต ธรรมสภามโหฬารไม่ต้องเสริม ในฐานะผู้นำท่าหลายสาย ไว้ต้อนรับอุบาสกอุบาสิกา มีหนทางอย่างไรจะคลี่คลาย บรรจุคนได้มากแม้มีมาเติม

หัวข้อประเด็น

- ความทรงจำในธรรมชาติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กิ่งไม้ซ่อนสอดซ้อนใบหนาเสริม บังแสงแดดไม่ให้ร้อนมาเพิ่มเติม ลมพัดเย็นทำให้เคลิ้มเริ่มภาวนา เรียน ท่านบรรณาธิการ (คุณสุธรรม ตีระวนิช) แสนคิดถึงพื้นหญ้าใต้เงาร่ม เย็นลมพาพัดผ่านใบไม้ไหว เสียงนกเสียงจักจั่นร้องเรไร ธารน้ำใสเห็นปลาว่ายเวียนวน ธรรมชาติรอบกายสบายจิต จะเพ่งพิศทิศไหนไม่ฉงน มีสุมทุมพุ่มไม้ให้ได้ยล สมาธิจึงยากเย็น ไม่เหมือนลำพัง เสียงกรอบแกรบของถุงพลาสติก ขยุกขยิกไอจามทั้งหน้าหลัง ได้แต่ปลงอนิจจา - อนิจจัง จึงอยากจะกลับหลัง - สี่ - ที่เดิม - - ครั้งยี่สิบกุมภาปีหนึ่งสาม เขตอารามขุดเป็นคูดูเหมาะสม ปลูกต้นยู - คาลิปตัสสกัดลม ค่อยมีร่มไม้ใหญ่ให้ร่มเย็น ปีหนึ่งห้าเริ่มอบรมธรรมทายาท หมายช่วยชาติช่วยหมู่ชนพ้นยุคเข็ญ ต้องทนแดดทนฝนทนลำเค็ญ เป็นจุดเด่นธรรมทายาทรุ่นอดทน ใต้เงาร่มไม้ใหญ่แดดอ่อนอ่อน จวบถึงปีหนึ่งหกใช้เรือขุด รอบรอบตัวแสนสงบเวียงสงัด เพื่อเร่งดงานดินทุกแห่งหน เขียวชอุ่มปะปนกับแสงทอง กาเหว่าร้องก้องชัดบนเวหา อยากจะกลับไปนั่งสมาธิ ขุดคูคลองคดเคี้ยวงามน่ายส เสียงน้ำตกไหลสาดดังซ่า ซ่า ดินท่วมท้นเป็นเกาะแก่งเปลี่ยนแปลงไป ตั้งสติภาวนาใต้หมู่ของ สมาธิภาวนาไม่คลอนแคลน ต้นไม้ใหญ่เช่นประดู่ติดคูคลอง ดินเปรี้ยวจัดต้องหัดพันธุ์ไม้มาปลูก ยินเสียงกลองเพลเตือนเวลา มองทางไหนเห็นแมกไม้นานาพันธุ์ ทุกครั้งที่มาวัดวันอาทิตย์ ดอกไม้หลายสีสันงามเหลือแสน ไม่ต้องถูกชนิดดินจึงพอไหว บุกเบิกด้วยกระถินณรงค์คงพอใจ ต้นไม้อื่นจึงได้ขึ้นตามมา จะส่งจิตกลับไปพร้อมเพรียกหา ไม้ใบปลูกเป็นระยะต้นไม่แกรน ที่สงบเหมาะสมาธิภาวนา สัตว์ทุกชนิดแม้ตกแตน - อยู่สบาย ถึงกระนั้นยังไร้หญ้าไร้เงาร่ม วันเวลาไม่หวนกลับ ณ ที่เดิม ขอส่งกลอนวอนถามคุณสุธรรม มีแต่ลมผสมแดดแผดเวหา ที่แห่งใหม่กว้างขวางใหญ่โต ธรรมสภามโหฬารไม่ต้องเสริม ในฐานะผู้นำท่าหลายสาย ไว้ต้อนรับอุบาสกอุบาสิกา มีหนทางอย่างไรจะคลี่คลาย บรรจุคนได้มากแม้มีมาเติม สะดวกการเพิ่มอุบาสก-อุบาสิกา เป็นความคิดใหม่ใหม่และสร้างสรรค์ ต้องการให้รวมกันอย่างแน่นหนา ฟังหลวงพ่อสอนธรรมะและสนทนา จะได้เห็นหน้าตาชัดเจนกัน ผมนอนอ่านคำกลอนถอนสะอื้น วัดกำลังเตรียมบำรุงสถานที่ อยากรื้อฟื้นความหลังเมื่อครั้งเก่า ใส่ปุ๋ยให้ดินดีเป็นขั้นขั้น สมัยเริ่มสร้างวัดของพวกเรา รดน้ำพรวนดินไม่เว้นแต่ละวัน เพื่อลงพืชพันธุ์ไม้งามให้โต วัดเตรียมการณ์เพื่อความก้าวหน้า เงียบสนิทไม่มีคนให้เคอะเขิน ปลูกต้นไม้ปลูกหญ้าให้มากโข จะสำรวจตรวจตราต้องลงเดิน จนกระทั่งถึงวัดตลอดสาย ให้ความสะดวกทุกอย่างไม่โมเม รอต้นโตได้ร่มเย็น การนั่งรวมในธรรมสภา มีมากหน้าหลายตาจึงยากเข็ญ ไม่สำรวมกาย วาจาให้เป็น เป็นศูนย์ฝึกอบรมบ่มธรรมทาน ผองภัยพาลผ่านพ้นคนดีเอย. เมื่อฝนปรายกลายเป็นหนุ่มจมโคลนตม กองบรรณาธิการ พอรถวิ่งฝุ่นคลุ้งฟุ้งกระจาย ความเจริญยังไม่เข้ามากล้ำกราย โปรดบรรยายมีหลายคนเขาสนใจ เนาวนิจ ยุวนะเตมีย์ ตอบ...คุณเนาวนิจ ยุวนะเตมีย์ ขอบอกเล่าสืบต่อพอเพลินเพลิน เป็นทุ่งนาฟ้าโล่งโปร่งทั่วทิศ จากปากทางบางขันธ์เป็นลูกรัง บ่มผิวหน้าด้วยแสงทองและแสงธรรม แต่เดี๋ยวนี้โชคดีมีธรรมสภา ดูโอ่อ่าภาวนาแสนสุข เทียบไม่ได้กับเมื่อก่อนร้อนประจำ โอ้พระธรรมสอนให้เราอดทน ที่เมกกะวาติกันคนหลามไหล ไกลแสนไกลแต่ไฉนเขาไม่บ่น เขาก็คนคิดดูเล่าเราก็คน ลองช่วยค้นตรองตรีกนึกดูที พระนับพันคนนับหมื่นน่าชื่นจิต คุณเนาวนี้คงผ่านตาน่าสุข ได้รวมแรง ร่วมใจ รวมบารมี สามัคคี ร่วมสร้าง ทางนิพพาน เป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ บุคคลใดได้สร้างธุดงค์สถาน Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More