ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๖
เพราะคนมีความสุขตามอัตภาพของตัว
ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก
เปรม ติณสูลานนท์ ได้ประกาศโครง
การเผยแพร่อุดมการณ์แผ่นดินธรรม
แผ่นดินทอง อย่างเป็นทางการ เมื่อ
วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๒๕ ซึ่งตรงกับ
วันฉัตรมงคลที่ผ่านมา ผู้ร่วมโครงการ
ก็มีผู้นำหมู่บ้านชุมชนต่าง ๆ ทหาร พล
เรือน พระภิกษุสงฆ์จากทั่วประเทศ
ได้ร่วมกันปฏิญาณตนว่า จะใช้ธรรมะ
พัฒนาตนเอง พัฒนาชุมชุน เพื่อให้
ความสุขแก่คนอื่น เพื่อสนองพระราช
ปณิธานขององค์พระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัว ฯพณฯ ดร.กระมล ทอง
ธรรมชาติ ท่านได้ให้ความสำคัญกับ
วัดและพระภิกษุสงฆ์มาก ท่านกล่าวว่า
“ความสำเร็จอยู่ที่วัด วัดน่ะสร้าง
แผ่นดินธรรมได้แน่ เพียงแต่ขอให้พระ
ภิกษุกรุณาช่วยอบรมสั่งสอนประชาชน
ตามหมู่บ้านต่าง ๆ สอนธรรมะที่ให้คน
ช่วยเหลือตัวเองได้ แล้วช่วยเหลือซึ่งกัน
และกัน ผมกราบเรียนถามพระนักพัฒนา
ชนบทว่า ท่านมีธรรมะอะไรที่จะสอน
ให้ช่วยเหลือตนเองโดยไม่งอมืองอเท้า
หรือเชื่อในโชคชะตา ทำให้คนได้เข้าใจ
ว่า มงคลที่เกิดขึ้นแก่ตัว คือ มงคล
ที่เกิดจากการปฏิบัติตามมงคล ๓
- ๓๘ ประ
การ ไม่ใช่วัตถุมงคล ให้ท่านพูดลงใน
เทป แล้วนำมาเผยแพร่ทางวิทยุและ
โทรทัศน์ เพราะเชื่อว่า พระภิกษุและ
สามเณรเกือบสามแสนรูปที่มีอยู่ทั่ว
ประเทศ จะช่วยเผยแพร่ธรรมะของพระ
พุทธองค์ ช่วยให้แผ่นดินธรรมเกิดขึ้น
ได้แน่”
เมื่อหน่วยงานใดหรือกลุ่มใดเห็น
ด้วย ท่านจะให้แนวทางของโครงการ
ไปปฏิบัติ โดยมีหลักว่า
การ
“ต้องพัฒนาจิตใจก่อน ถึงจะ
พัฒนาสังคมและเศรษฐกิจได้
พัฒนาประเทศนั้น จะเป็นแบบรูปสาม
เหลี่ยม ซึ่งในแผนพัฒนาฯ ตั้งแต่ฉบับ
ที่ ๑-๕ มุ่งแต่พัฒนาส่วนยอดของสาม
เหลี่ยม คือโครงสร้างทางเศรษฐกิจ
แม้นจะทุ่มงบประมาณนับแสนล้านบาท
แล้ว ก็ยังไม่ค่อยได้ผล แต่สิ่งที่ไม่ได้
ทำกันเลยคือ การพัฒนาจิตใจ ซึ่งเป็น
ฐานสำคัญ เพราะฉะนั้น เราจึงเน้น
การพัฒนาจิตใจให้จิตใจใฝ่ธรรมะ
ธรรมะที่ทำให้คนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
อยู่ร่วมกันอย่างมีสามัคคีธรรม ใช้ปัญญา
ธรรมในการแก้ปัญหา ใช้วิธีแห่งธรรม
หรือใช้วิธีประชาธิปไตย เพราะประชา
ธิปไตยเอามาจากธรรมะ เมื่อคนมี
ธรรมะและประชาธิปไตยในใจแล้ว การ
พัฒนาเศรษฐกิจในหมู่บ้านก็ทำได้ เมื่อ
คนทำอะไรเป็นของตัวเอง ถ้าทำไม่
สำเร็จก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เมื่อ
ทำถึงจุดนี้แล้ว ถ้ายังทำไม่ได้ ก็ขอ
ความช่วยเหลือจากทางราชการ เป็น
การฟื้นฟูแบบอย่างที่ดีงามของการอยู่
ร่วมกัน ซึ่งประเทศไทยเคยทำสำเร็จมา
แล้วในอดีต และเป็นสิ่งที่ทำได้”
ในโอกาสสำคัญเช่นขึ้นปีใหม่
หรือวันสำคัญทางพุทธศาสนา ที่วัด
ต่าง ๆ จัดโครงการอยู่ธุดงค์ขึ้น เช่น
ที่พุทธมณฑล หรือที่วัดพระธรรมกาย
ท่านรัฐมนตรีก็เห็นด้วยและให้การสนับ
สนุนอย่างเต็มที่ ท่านกล่าวยืนยืนว่า
“เห็นด้วย และให้การสนับสนุน
เลย เพราะเป็นการสร้างแผ่นดินธรรม
เป็นการพัฒนาจิตใจให้คนละเว้นอบาย
มุข การเลิกอบายมุขทั้งหลายแหล่ ไม่
ได้บังคับให้เลิกทันที แต่ขอให้ละเว้น
กันบ้าง ลดได้ก็ขอให้ลด ลดลงให้เหลือ
น้อยที่สุด เมื่อถึงจุดที่สุดแล้ว ก็จะเลิก
ได้”
Kalyanamitra.org