ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๘
ท่านเมตตานนฺโท ภิกขุ ผู้สละ
ชีวิตอุทิศให้แก่พระพุทธศาสนา ผู้เขียน
เรื่องนี้ เดิมท่านคือ นายแพทย์มโน
เลาหวณิช สำเร็จการศึกษาแพทย
ศาสตร์บัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.
๒๕๒๔ เป็นผู้ฟื้นฟูการปฏิบัติธรรมของ
ชมรมพุทธศาสตร์จุฬาฯ และเคยดำรง
ตำแหน่งประธานชมรมพุทธศาสตร์ของ
จุฬาฯ อีกด้วย
ในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ หลังสอบเสร็จ
ในชั้น ม.ศ. ๔ ท่านได้เข้ารับการอบรม
ธรรมทายาทภาคฤดูร้อน ในรุ่นที่ ๓
ณ วัดพระธรรมกาย ก่อนที่จะเข้าศึกษา
ต่อในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ
เมื่อสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์แล้ว
ของชาติที่ปรากฏอยู่มากมาย ในย่าน
ที่ทำการของรัฐบาลจะเห็นอนุสาวรีย์
เกลื่อนตาทีเดียว นักท่องเที่ยวต่างชาติ
ที่มาชมนครลอนดอน มักหาโอกาสไป
ยืนถ่ายรูปคู่กับอนุสาวรีย์ของวีรบุรุษ
คนนั้นคนนี้ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก มอง
ดูแล้วก็สวยงามดี และถ้าจะพิจารณา
อย่างลึกซึ้งก็จะเห็นได้ว่า รูปปั้นบุคคล
สำคัญเหล่านี้แหละที่สร้างรากฐานความ
เจริญมั่นคงให้แก่ชาวอังกฤษเป็นอย่าง
มาก เพราะตัวอย่างความดีงามของ
บรรพบุรุษของชาติเป็นบทเรียนอย่าง
ดีแก่เยาวชนอังกฤษ เป็นการชี้ค่านิยม
ของความซื่อสัตย์สุจริต การรักความ
เป็นธรรม และการประกอบกิจในหน้าที่
โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพันของวีรบุรุษอังกฤษ
ตั้งแต่สมัยโบราณเป็นต้นมา
ประวัติผู้เขียน
ถ้าพิจารณาเปรียบเทียบคุณสมบัติ
ของวีรบุรุษอังกฤษกับวีรบุรุษไทย จะ
เห็นข้อแตกต่างกันอย่างหนึ่งคือ วีรบุรุษ
ของไทยส่วนใหญ่มักจะเป็นนักรบที่
กล้าหาญ มีฝีมือในการรณรงค์ในสงคราม
จึงจะเป็นที่ยอมรับว่าเป็นวีรบุรุษของ
ชาติ ที่ทางการสร้างอนุสาวรีย์ไว้เป็น
ที่ระลึก สิ่งนี้เห็นได้ว่าแตกต่างจากคตินิยม
ของคนอังกฤษ วีรบุรุษของชาติเขาหลาย
คนที่ได้รับการยกย่องให้มีชื่อเสียงขึ้น
มาได้ มิใช่เพราะเป็นวีรบุรุษในสงคราม
แต่เขาอุทิศชีวิตเพื่อต่อสู้กับความไม่
เป็นธรรมของผู้ทรงอำนาจในยุคนั้นเอง
ตัวอย่างที่สำคัญ คือ เซอร์โทมัส มัวร์
ขุนนางคนสำคัญของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 4
โทมัส มัวร์ นั้นมาจากครอบครัวของ
คนชั้นสูง มีการศึกษาดีและมีความรู้
ได้เข้าอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำ
ภาษีเจริญ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ หลัง
จากนั้น ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดพระธรรม
กาย และได้ไปเล่าเรียนศึกษาบาลีอยู่
กับท่านเจ้าคุณพระราชวิสุทธิโมลี ที่วัด
ราชโอรสารามในช่วงระยะหนึ่ง
ในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ท่านได้รับทุน
การศึกษาจากวัดพระธรรมกาย ไปศึกษา
ต่อปริญญาโทในแขนงวิชาบาลี สันสกฤต
ณ มหาวิทยาลัย Oxford ประเทศอังกฤษ
ท่านได้ตั้งมโนปณิธานไว้ว่า จะ
นำความรู้ทั้งด้านปริยัติ และการปฏิบัติ
ให้เข้าถึงธรรมกายไปเผยแพร่แก่ชาวโลก
ในโอกาสต่อไป
แตกฉานทางกฎหมาย และเป็นผู้ที่เคร่ง
ครัดในเรื่องศีลธรรมอย่างมาก ด้วยความ
เฉลียวฉลาดและมีอัจฉริยะ ทำให้ชีวิต
การงานของเขาประสบความสำเร็จ
ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จนได้เป็นถึง
อัครเสนาบดีในยุคนั้น ตรงกันข้ามกับ
กษัตริย์เฮนรี่ที่ 4 ซึ่งกล่าวกันว่าไม่ค่อย
ทรงประกอบด้วยศีลธรรม จึงเป็นกษัตริย์
ที่ชาวอังกฤษไม่ยกย่อง พระองค์ได้
ทรงประกาศแยกนิกายศาสนาของอังกฤษ
ออกเป็นอิสระ ไม่ขึ้นต่อสำนักของสันต
ปาปาที่วาติกัน ทรงยึดอำนาจทางศาสนา
ไว้ โดยทรงเป็นทั้งผู้นำทางศาสนา และ
เป็นกษัตริย์พร้อมกันไป ด้วยเหตุผล
เพียงว่าสันตปาปาไม่ยอมให้พระองค์
อภิเษกสมรสใหม่กับหญิงที่ทรงโปรด
โทมัส มัวร์นั้นไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง
Kalyanamitra.org