การบูชาและพิธีกรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 3 เดือนมีนาคม หน้า 94
หน้าที่ 94 / 116

สรุปเนื้อหา

เปลวไฟก็โพลงขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ยิ่งเมื่อ ถึงวันมงคลเช่นนี้ฝูงชนก็พากันไปยัง เทวสถานอย่างคับคั่ง กลิ่นจุณณ์จันทน์ และเครื่องหอมทั้งที่เผาให้เป็นควัน และ เป็นเครื่องประพรมตอบไปทั่วบริเวณ เบื้องหน้ารูปเคารพนั้น ๆ สะพรั่งไป ด้วยบุบผามาลัยสุคนธชาติ บางคนนั่ง ลงเบื้องหน้าเทวรูปสวดมนต์ด้วยความ จงรัก อธิษฐานขอพรด้วยประการต่าง ๆ พราหมณ์ผู้ใหญ่ก็จะขึ้นนั่งบนที่สูง แล้ว สาธยายอดีตประวัติแห่งรามจันทร์กษัตริย์ แห่งอโยธยา. จำเดิมแต่สมัยที่พระตถาคตเจ้าได้ ตรัสรู้ และได้เสด็จมาแสดงธรรม ณ สวน ตาลหนุ่ม มีนักบวชศาสนาอื่น ซึ่งละ ศาสนาของตนมาขออุปสมบทในพระ ธรรมวินัยนี้ประมาณพันรูปตามเสด็จ พระองค์ได้ตรัสถามหัวหน้านักบวช ว่า เหตุไรจึงละศาสนาเดิมเสีย ท่าน อุรุเวลกัสสปะผู้เป็นประมุขนักบวชเหล่า นั้น ได้ประกาศความไม่มีส

หัวข้อประเด็น

- การบูชาและพิธีกรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๘๘ เปลวไฟก็โพลงขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ยิ่งเมื่อ ถึงวันมงคลเช่นนี้ฝูงชนก็พากันไปยัง เทวสถานอย่างคับคั่ง กลิ่นจุณณ์จันทน์ และเครื่องหอมทั้งที่เผาให้เป็นควัน และ เป็นเครื่องประพรมตอบไปทั่วบริเวณ เบื้องหน้ารูปเคารพนั้น ๆ สะพรั่งไป ด้วยบุบผามาลัยสุคนธชาติ บางคนนั่ง ลงเบื้องหน้าเทวรูปสวดมนต์ด้วยความ จงรัก อธิษฐานขอพรด้วยประการต่าง ๆ พราหมณ์ผู้ใหญ่ก็จะขึ้นนั่งบนที่สูง แล้ว สาธยายอดีตประวัติแห่งรามจันทร์กษัตริย์ แห่งอโยธยา. จำเดิมแต่สมัยที่พระตถาคตเจ้าได้ ตรัสรู้ และได้เสด็จมาแสดงธรรม ณ สวน ตาลหนุ่ม มีนักบวชศาสนาอื่น ซึ่งละ ศาสนาของตนมาขออุปสมบทในพระ ธรรมวินัยนี้ประมาณพันรูปตามเสด็จ พระองค์ได้ตรัสถามหัวหน้านักบวช ว่า เหตุไรจึงละศาสนาเดิมเสีย ท่าน อุรุเวลกัสสปะผู้เป็นประมุขนักบวชเหล่า นั้น ได้ประกาศความไม่มีสาระแห่งลัทธิ เดิมของตน พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลทาง พระพุทธศาสนา แก่ประชุมชนชาวราช คฤห์ อันมีพระเจ้าพิมพิสารประทับอยู่ ณ ที่นั้นด้วย ครั้ ครั้นแล้วพระบรมศาสดา ได้แสดงธรรมให้ประชุมชน ๑๑ ส่วน พร้อมทั้งพระราชาได้ดวงตาเห็นธรรม อีกส่วนหนึ่งตั้งอยู่ในสรณคมน์ คือถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ อิสรชนทั้งหลายในกรุงราชคฤห์ จำเดิม แต่พระราชาลงมาจึงกลายเป็นพุทธ ศาสนิกชน ปฏิบัติตามพระพุทธโอวาท โรงบูชาไฟของพราหมณ์และคฤหบดี ก็ไม่มีใครสุมไฟตักน้ำมันเนยหยอด ตั้งแต่ก่อนกลายเป็นที่ต้มน้ำอาบบ้าง เป็นโรงอบกายถึงไฟในฤดูหนาวบ้าง มูลเถ้าที่เหลืออยู่ในโรงไฟนั้น อันเคย ถือกันเป็นของศักดิ์สิทธิ์ใช้เจิมหน้าทาตัว เป็นต้น ก็กลายเป็นของขัดภาชนะไป พระเจ้าพิมพิสารทรงเริ่มถวาย ๑๔ แห่ง ที่ถึงจํานวนของพวกเหล่านั้น ได้ตาม อุปติสสะกับโกลิตะผู้มีชื่อเรียกในกาล ต่อมาว่า พระสารีบุตรและพระโมค คัลลานะไปบวชในพระพุทธศาสนา บวชเป็นปริพพาชกศิษย์บุญชัยเวลัฏฐ บุตร แต่เมื่อได้สดับธรรมในพระพุทธ ศาสนาก็เลื่อมใส เห็นว่าเป็นธรรมวินัย ที่บริสุทธิ์บริบูรณ์ดีแท้ จึงไปชวนสญชัย ผู้อาจารย์ให้ไปบวชในสำนักพระศาสดา ด้วยกัน สญชัยตอบว่าตนไม่ไป เพราะ เป็นอาจารย์คนมานานแล้ว จะกลับ ไปเป็นศิษย์อีกนั้นไม่อาจจะทำได้ สอง สหายกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ เมื่อพระพุทธเจ้า เกิดขึ้นในโลกเช่นนี้ และคนทั้งหลาย ต่างพากันไปเฝ้าเพื่อบูชา แม้ข้าพเจ้า ทั้งสองก็จะไปแล้ว ท่านอาจารย์จะทำ เวฬุวัน คือป่าไผ่ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ | พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเดิม เป็นครั้งแรก สมเด็จพระผู้มีพระภาค ทรงปรารภเหตุนั้น ประทานพระพุทธา นุญาตให้สงฆ์รับอารามที่ทายกถวายได้ และชั่วเวลาไม่นานนักมหาวิหารรอบ ๆ กรุงราชคฤห์ ก็เกิดขึ้นถึง ล้วนเป็นสวนและป่าไม้พร้อมด้วยที่พัก อาศัย ที่มีผู้ศรัทธาอุทิศถวาย โดยปรกติ เวฬุวนารามนั้น เมื่อยังมิได้ถวายเป็น สังฆาราม ก็เกือบจะไม่มีใครผ่านไปเลย นาน ๆ พระราชาจะเสด็จไปสักครั้งหนึ่ง เพื่อทรงพักผ่อน แต่ก่อนพระราชาจะเสด็จ ราชบุรุษก็จัดคนมาตระเตรียมแผ้วถางทาง และตบแต่งป่าไผ่นั้นให้น่ารื่นรมย์ตาม ธรรมชาติ พระราชาพระองค์ก่อน ๆ ไม่ ปรากฏพระนามเคยไปบรรทมหลับในป่า นั้น พวกราชบุรุษที่ตามเสด็จก็เลี่ยงออก มิได้ระวังใกล้ชิด มีงูใหญ่เลื้อยเข้ามา จะทำร้าย เผอิญมีกระแสวิ่งมาทำเสียง ดังเป็นเหตุให้ทรงตื่นขึ้นทรงขับงูนั้นไป แล้วทรงรำพึงว่า กระแตได้ช่วยชีวิตพระ องค์ไว้ จึงมีพระราชโองการห้ามทำร้าย กระแต และบางสมัยก็สั่งให้นำเหยื่อมา พระราชทานแก่กระแต เป็นส่วนพระราช กตัญญูกตเวทิตาแม้ต่อสัตว์ ป่าไผ่นั้น จึงได้นามว่า เวฬุวันกลันทกนิวาปะ คือป่าไผ่ที่ให้เหยื่อกระแต ฉะนี้ แม้พระพุทธศาสนาจะแผ่ไพศาล แล้ว แต่ผู้นับถือศาสนาพื้นเมืองก็ยัง คงมีอยู่บ้าง เช่นพราหมณ์บางคนยังคง บูชาไฟต่อไป ปริพพาชก คือนักบวช พวกหนึ่งก็ยังคงมีสำนักของตนอยู่ ทั้ง ๆ อย่างไร?” สญชัยถามว่า “ในโลกนี้คนโง่ มากหรือคนฉลาดมาก” เมื่อศิษย์ตอบว่า “คนโง่มาก” จึงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น คนที่ ฉลาด ๆ ก็จะไปสำนักพระสมณโคดม คนโง่ ๆ ก็จักมาสำนักของเรา” แต่เมื่อ สองสหายลาจากไป ก็มีปริพพาชกศิษย์ สญชัยติดตามไปเป็นอันมาก เป็นเหตุ ให้สญชัยถึงกับอาเจียนเป็นโลหิต เพราะ โทมนัส. เมื่อไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ติมพรุ จึงชี้ให้สุรเสนะดูบ้านเก่า ซึ่งเกือบจะ กลายเป็นบ้านร้างหลังหนึ่งอยู่ข้างทาง ๓. พรหมชาติสุดสวณฺณนา หน้า ๕๓ และ จุลลหัสชาดกวนนา ภาค ๒ หน้า ๒๑๓. ๔. ธมมปทฏฐกถา ภาค ๑ สัญชาต Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More