ข้อความต้นฉบับในหน้า
EG
เราสะเพร่าต่างหาก หลายคนติดนิสัย
ผลัดวันประกันพรุ่ง ทันทีที่รู้ว่าของหาย
ก็ยังไม่ตามหา ผลัดไปเมื่อนั่นเมื่อนี่ ถ้า
รีบตามหาเสียตั้งแต่ตอนนั้น โอกาส
ได้พบมีมาก แต่ส่วนมากที่หากันไม่พบ
เพราะไม่รีบตามหาทันทีนั่นเอง
ดูให้ดี สาเหตุแห่งความหายนะนี้
ไม่ได้เกิดขึ้นตอนควักเงินซื้อของใหม่
แต่ได้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่เมื่อเราสะเพร่า
ทำให้ของหวย แล้วไม่รีบตามหา คิดว่า
เป็นของเล็กน้อย
ของที่หายไปทั้งหมดต้องเสียเงิน
ซื้อมาทั้งนั้น ถ้าหายแล้วไม่ตามหา
นอกจากจะสูญเสียทรัพย์แล้ว ยังเพาะ
นิสัยสะเพร่า ดูดาย ให้กับลูกหลานและ
คนในบ้านโดยไม่รู้ตัว เพราะปล่อยให้
เขาเคยขึ้นมาแต่เล็กแต่น้อยว่า เวลา
ของหายไม่ต้องตามหาก็ได้ พ่อแม่ก็
ไม่เคี่ยวเข็ญให้ตามหา ต่อไปอะไรจะ
เสีย จะหายก็เฉย ๆ นิสัยสะเพร่าถูก
ถ่ายทอดไปทั้งตระกูล เข็มหายก็เฉย
เสื้อผ้าหายก็เฉย ต่อไปแม้เสาเรือนหาย
ก็เฉยได้เหมือนกัน..... บ้านไม่ฟังวันนี้
จะพังเมื่อไร.....
ทีนี้หันมาดูของใช้ในวัดบ้าง
เวลาวัดมีงาน ไม่ว่างานเล็กงาน
ใหญ่ เรื่องซ้อนหาย จานหาย มี
เป็นประจำ วัดพระธรรมกายจัดงาน
มีคนมาทำบุญ ๘ - ๙ หมื่นคน
ซ้อนหาย ๒ - ๓ หมื่น
หมื่นคันเป็นธรรมดา
ลองคำนวณดูก็แล้วกันว่าเป็นเงิน
เท่าไร เงินของใคร ของญาติโยม
ทั้งนั้น แล้วใครทำหาย ก็ญาติโยม
เองนั่นแหละ นี่ขนาดจัดระเบียบ
การใช้ของให้กับเจ้าหน้าที่วัดเป็น
อย่างดี เทศน์ปลูกฝังนิสัยละเอียด
รอบคอบให้ฟังเป็นประจำ นั่งสมาธิ
X A
นิวมือของพระธรรมกาย
เท่ากันทั้ง ๑๐ นิ้ว
เพราะท่าน สร้างบารมีมาครบ
ทั้ง ๑๐ ประการ
↓
ที่เรียกว่า ทศบารมี คือ
ทนบ ศีลบ
พับมี ปัญญาบารมี
วิริยะบารมี
ขันติบารมี สัจจะบารมี
อธิษฐานบารมี เมตตาบารมี
และอุเบกขาบารมี
ให้ทำใจให้ละเอียดก็แล้ว ก็ยังมี
คนไม่ละเอียดปะปนอยู่อีกมาก
ต้องยกเรื่องบาปบุญคุณโทษ มา
อธิบายกันเรื่อยไป
คราวนี้ก็เห็นจะต้องขออาราธนา
คำสอนของพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อ
วัดปากน้ำภาษีเจริญ มาเล่าอีก หลวง
พ่อท่านมักเตือนลูกศิษย์ลูกหาอยู่เป็น
ประจําว่า
"การใช้ท พยสมบัติในวัด เป็น
การใช้ทรัพยสมบัติบนหัวคน
ท่านหมายความว่า เมื่อญาติ
โยมมาทำบุญ เอาของมาถวายวัด
ก่อนถวายเขามักยกของนั้นจบขึ้น
เหนือหัว แล้วอธิษฐานขอบุญชอ
กุศลที่ได้ถวายทานในครั้งนี้ให้
เกิดติดตัวเขาไปทุกภพทุกชาติ ตราบ
เท่าเข้านิพพาน
เขายกของขึ้นจนเหนือหัว เมื่อ
เรานำของเหล่านั้นมาใช้จึงเท่ากับใช้
ของที่อยู่บนหัวคน ถ้าเราใช้อย่างทน
ถนอมก็ใช้ได้นาน เจ้าของท่านนั้นก็
จะได้บุญตลอดไปตราบเท่าที่ของนั้น
ยังใช้ได้อยู่ ถ้าเราใช้ทิ้ง ๆ ขว้างๆ ก็
เท่ากับตัดบุญของผู้ที่มีจิตเป็นกุศล เรา
ต้องกลายเป็นคนบาปอย่างไม่ต้องสงสัย
ท่าบาปในวัดต่อหน้าพระเสียด้วยซ้ำ
เพราะฉะนั้น ถ้าใครจะใช้อะไรในวัด
ต้องคิดให้หนัก
ถึงตอนนี้พวกเราคงไม่อยากทำ
ให้ของหายแล้ว ปัญหามีอยู่ต่อไปว่า
จะทำอย่างไรของจึงจะไม่หาย วิธีป้องกัน
แก้ไขเรื่องนี้ต้องดูที่ต้นเหตุ โดยทั่วไป
ของที่หาย ๆ กันในบ้าน มีสาเหตุดัง
ต่อไปนี้
๑) ใช้แล้ววางส่งเดช ไม่เอากลับ
มาคืนที่เดิม เช่น ช้อนเปื้อนอาหาร แล้ว
+
Kalyanamitra.org