พระเทวทัตและการกระทำที่ผิด วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 3 เดือนมีนาคม หน้า 86
หน้าที่ 86 / 116

สรุปเนื้อหา

ท่าให้ความชั่วของพระเทวทัตที่เคยกระทำ ประทุษร้ายต่อพระศาสดา ปรากฏแก่ มหาชนว่า พระเทวทัตชักชวนพระเจ้า อชาตศัตรูให้ฆ่าพระทศพล และร่วมทำ ปิตุฆาตพระเจ้าพิมพิสาร ครั้นพระเจ้า อชาตศัตรูได้สดับคดีที่ชนทั้งปวงกล่าว ดิฉันก็มีความละอายพระทัย จึงทรงเลิก อุปฐากพระเทวทัตเหมือนแต่ก่อน ประ ชาวนก็ไม่ถวายบิณฑบาตแก่พระเทวทัต แม้ทัพพีหนึ่ง พระเทวทัตเสื่อมจากลาภ สักการะ จึงชักชวนพรรคพวกมีพระโก กาลิกะ เป็นต้น คิดเสนอข้อปฏิบัติ ๕ ประการ เพื่อให้เห็นว่าตนเคร่งครัด คือ ให้ภิกษุทั้งหลายอยู่ป่าตลอด A. ชีวิต เข้าสู่บ้านมีโทษ ๒. ให้ถือบิณฑบาตตลอดชีวิต รับนิมนต์มีโทษ ท ให้ถือผ้าบังสุกุลตลอดชีวิต รับคฤหบดีจีวร (ผ้าที่เขาถวาย) มีโทษ ๔. ให้อยู่โคนไม้ตลอดชีวิต เข้า สู่ที่มุงบังมีโทษ 4. ห้ามฉันเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต ฉันเช้ามีโท

หัวข้อประเด็น

- พระเทวทัตและการกระทำที่ผิด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

O จับฝุ่นที่พระบาทขึ้นโรยบนกระพองและ กลับสู่โรงช้างตามเดิม การกระทำครั้งนี้ของพระเทวทัต ท่าให้ความชั่วของพระเทวทัตที่เคยกระทำ ประทุษร้ายต่อพระศาสดา ปรากฏแก่ มหาชนว่า พระเทวทัตชักชวนพระเจ้า อชาตศัตรูให้ฆ่าพระทศพล และร่วมทำ ปิตุฆาตพระเจ้าพิมพิสาร ครั้นพระเจ้า อชาตศัตรูได้สดับคดีที่ชนทั้งปวงกล่าว ดิฉันก็มีความละอายพระทัย จึงทรงเลิก อุปฐากพระเทวทัตเหมือนแต่ก่อน ประ ชาวนก็ไม่ถวายบิณฑบาตแก่พระเทวทัต แม้ทัพพีหนึ่ง พระเทวทัตเสื่อมจากลาภ สักการะ จึงชักชวนพรรคพวกมีพระโก กาลิกะ เป็นต้น คิดเสนอข้อปฏิบัติ ๕ ประการ เพื่อให้เห็นว่าตนเคร่งครัด คือ ให้ภิกษุทั้งหลายอยู่ป่าตลอด A. ชีวิต เข้าสู่บ้านมีโทษ ๒. ให้ถือบิณฑบาตตลอดชีวิต รับนิมนต์มีโทษ ท ให้ถือผ้าบังสุกุลตลอดชีวิต รับคฤหบดีจีวร (ผ้าที่เขาถวาย) มีโทษ ๔. ให้อยู่โคนไม้ตลอดชีวิต เข้า สู่ที่มุงบังมีโทษ 4. ห้ามฉันเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต ฉันเช้ามีโทษ เมื่อได้โอกาสจึงเข้าเฝ้าพระพุทธ เจ้า กราบทูลเสนอข้อปฏิบัติทั้ง ๕ นั้น พระองค์ทรงปฏิเสธ คือใน ๔ ข้อข้างต้น ให้ภิกษุปฏิบัติตามความสมัครใจ ไม่ บังคับ โดยเฉพาะข้อที่ ๔ ทรงอนุญาต ให้อยู่โคนไม่ได้เพียง 6 เดือน (ฤดูฝนไม่ ให้อยู่โคนไม้) และข้อ ๕ การฉันเนื้อสัตว์ ทรงอนุญาตเนื้อสัตว์ที่บริสุทธิ์โดยเงื่อน | ไข ๓ ประการ คือ ไม่ได้เห็น ไม่ได้สั่ง ไม่ ได้นึกรังเกียจว่า เขาฆ่าเพื่อตน ทําสงฆ์ให้แตกกัน พระเทวทัตจึงได้ประกาศว่า ตน เคร่งกว่าพระพุทธเจ้า ถ้าใครปรารถนา พ้นจากสังสารทุกข์ก็จงไปกับตน ครั้งนั้น ภิกษุบวชใหม่ ๕๐๐ รูป มีปัญญาน้อย เห็นว่า คำพระเทวทัตนั้น เป็นกัลยาณกถา ก็ติดตามพระเทวทัตไป แล้วยังเที่ยว ประกาศทั่วกรุงราชคฤห์ถึงเรื่องข้อเสนอ นั้น ยังสกุลหลายสกุลให้เลื่อมใสแจ้ง ในกิจปฏิบัติอันเคร่งครัดในวัตถุทั้ง ๕ ก็ได้ฉันอาหารบิณฑบาตแห่งสกุลต่าง ๆ ที่นับถือนั้น แล้วกระทำเพียรเพื่อจะ ประพฤติสังฆเภท ครั้นพระบรมศาสดาทราบเหตุ จึง ให้หาพระเทวทัตมาตรัสถาม ก็ทูลตาม ความสัตย์ จึงตรัสห้ามปรามว่า "ดูกรเทวทัต ท่านอย่าพึงท่า อัน สังฆเภทนี้ เป็นครูกรรมอย่างยิ่งใหญ่ หลวง พระเทวทัตไม่เชื่อฟัง ออกไปจาก ที่นั้น พบพระอานนท์กำลังบิณฑบาต ในกรุงราชคฤห์ จึงกล่าวว่า “ดูกรอาวุโสอานนท์ จำเดิมแต่วัน นี้เป็นต้นไป อาตมะเว้นจากพระบรม ครู เว้นจากหมู่สงฆ์ทั้งปวง เราจะกระทำ อุโบสถสังฆกรรมเฉพาะพวกเราเท่านั้น” พระอานนท์ได้นำเหตุนั้นมากราบ ทูล พระศาสดาเมื่อทรงทราบก็บังเกิด ธรรมสังเวช ทรงพระดำริว่า พระเทวทัต จะกระทำซึ่งกรรมอันพินาศ จะยังตนให้ ไปไหม้อยู่ในอเวจีมหานรก ครั้นถึงวันอุโบสถ พระเทวทัตก็ ชวนภิกษุเป็นพวกได้มาก ทั้งภิกษุบวช ใหม่ ๕๐๐ รูป พาภิกษุเหล่านั้นแยกไป ทำอุโบสถ ณ ตำบลคยาสีสะ พระบรมศาสดาจึงทรงส่งพระสารี บุตรและพระโมคคัลลานะ ไปชี้แจงให้ ภิกษุที่เข้าเป็นพวกพระเทวทัตหายเข้าใจ ผิด พระเทวทัตเข้าใจว่า พระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะมาเข้าพวกด้วย ก็ มอบให้พระสารีบุตรสั่งสอนพระเหล่า นั้น ตนเองนอนพักผ่อน พระสารีบุตร แสดงธรรมให้พระเหล่านั้นฟัง ได้ดวงตา เห็นธรรม (เป็นพระโสดาบัน) แล้วก็กลับ มีภิกษุเหล่านั้น ๕๐๐ รูปตามมา พระโก กาลิกะรีบปลุกพระเทวทัต แจ้งข้อความ ให้ฟัง พระเทวทัตถึงกับอาเจียนเป็น โลหิต พระเทวทัตนั้น อาพาธหนักลงจน ถึง ๙ เดือน กลับคิดถึงพระพุทธองค์ ดำริใคร่จะเห็นพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย จึงวิงวอนภิกษุสาวกของตนให้ช่วยนำไป เฝ้าพระพุทธองค์ เพื่อขอขมาโทษพระ องค์ให้สิ้นโทษ ครั้งแรก ศิษย์ของตนไม่ ยอม ครั้นทนวิงวอนไม่ได้ก็ยกกายพระ เทวทัตขึ้นนอนบนเตียง แล้วช่วยกันหาม มาจากกรุงราชคฤห์สู่กรุงสาวัตถี พระ ภิกษุทั้งหลายรู้ข่าวจึงกราบทูลพระ ศาสดา ก็มีพุทธฎีกาตรัสว่าเทวทัตมิได้ เห็นพระองค์ด้วยอัตภาวะนี้ พระภิกษุ ทั้งปวงกราบทูลเป็นหลายครั้ง ตั้งแต่ พระเทวทัตมาเกือบใกล้จะถึง ยังทางอีก โยชน์หนึ่ง แลกึ่งโยชน์ แลภาพยุคหนึ่ง จนมาถึงที่ใกล้สระโบกขรณีนอกมหา วิหารเชตวันแล้ว ก็มีพุทธฎีกาตรัสว่า ถึงแม้พระเทวทัตจะเข้ามาถึงภายใน อารามนี้ก็ดี ก็คงไม่ได้เห็นพระองค์เป็น แน่แท้ กาลเมื่อศิษย์ทั้งหลายนามพระ เทวทัตมาถึงสระโบกขรณีนอกวัดเชตวัน จึงวางเตียงลงแทบฝั่งสระ แล้วก็ชวน (คามะยุต) คาวุต, มาตราวัดทางยาวโบราณ - ๔,๐๐๐ ทัณฑะ หรือ ๒ โกรธ หรือ ส่วนที่ ๔ แห่งโยชน์) Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More