การยอมรับและการค้นหาความสงบ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 3 เดือนมีนาคม หน้า 63
หน้าที่ 63 / 116

สรุปเนื้อหา

มันต้องเกิด เมื่อเกิดแล้วมันก็ดับไป ขอ ให้ยึดพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระ สังฆคุณเป็นที่พึ่ง เพราะทุกสิ่งในโลกนี้ เป็นของไม่แน่นอน แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ ความตาย สามีมาพักได้สามวัน ก็กลับ ไปทำงานต่อ เคราะห์กรรมครั้งที่สอง ร้ายแรงยิ่ง พอสามีไปตรวจงานต่ออีกระยะ หนึ่ง ก็จะกลับเข้ากรม เมื่อย้อนกลับ มาตรวจที่อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เป็นแห่งสุดท้าย แต่แล้ววันนั้น วันที่ ๑๖ สิงหาคม ในปีเดียวกันนั้น ห่างกันแค่ สามเดือนกว่า เขาก็ได้เสียชีวิตไป วันที่ เขาตาย เขายังทำงานอยู่ ตกเย็นพอเลิก งานก็เข้าห้องน้ำเลยเป็นลม มีคนพา ไปส่งโรงพยาบาล แต่ยังไม่ทันถึง เขา ก็ขาดใจตายในรถเสียแล้ว เมื่อดิฉัน ได้รับโทรเลขก็ได้แต่ร้องไห้เสียใจอย่าง มาก ไม่ทราบว่าอดีตชาติใด ที่สร้าง กรรมอะไรไว้ ชาตินี้ถึงได้ซ้ำกันเป็น ครั้งที

หัวข้อประเด็น

- การยอมรับและการค้นหาความสงบ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มันต้องเกิด เมื่อเกิดแล้วมันก็ดับไป ขอ ให้ยึดพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระ สังฆคุณเป็นที่พึ่ง เพราะทุกสิ่งในโลกนี้ เป็นของไม่แน่นอน แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ ความตาย สามีมาพักได้สามวัน ก็กลับ ไปทำงานต่อ เคราะห์กรรมครั้งที่สอง ร้ายแรงยิ่ง พอสามีไปตรวจงานต่ออีกระยะ หนึ่ง ก็จะกลับเข้ากรม เมื่อย้อนกลับ มาตรวจที่อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เป็นแห่งสุดท้าย แต่แล้ววันนั้น วันที่ ๑๖ สิงหาคม ในปีเดียวกันนั้น ห่างกันแค่ สามเดือนกว่า เขาก็ได้เสียชีวิตไป วันที่ เขาตาย เขายังทำงานอยู่ ตกเย็นพอเลิก งานก็เข้าห้องน้ำเลยเป็นลม มีคนพา ไปส่งโรงพยาบาล แต่ยังไม่ทันถึง เขา ก็ขาดใจตายในรถเสียแล้ว เมื่อดิฉัน ได้รับโทรเลขก็ได้แต่ร้องไห้เสียใจอย่าง มาก ไม่ทราบว่าอดีตชาติใด ที่สร้าง กรรมอะไรไว้ ชาตินี้ถึงได้ซ้ำกันเป็น ครั้งที่สองในปีเดียวกัน แต่สำหรับชาติ นี้ เมื่ออยู่กับพ่อแม่และยาย ครอบครัว ของเราก็มีคุณธรรมพร้อม เรายึดมั่น อยู่ในพรหมวิหารสี่ เมื่อดิฉันแต่งงาน มาอยู่กับสามี เขาก็เป็นคนดีพร้อม การ ทำบุญทำทานจะไม่มีขัดกันเลย เราไม่ เคยทะเลาะกัน แต่แล้วเขาก็จากไปเมื่อ อายุได้ ๔๕ ปี ตั้งแต่นั้นมา ดิฉันก็ เหมือนกับคนบ้า วันหนึ่ง ๆ ก็ได้แต่ร้องไห้ คร่ำครวญ คิดอยากจะฆ่าตัวตายอยู่ ตลอดเวลา เลยหันหลังให้กับวัดตั้งแต่ บัดนั้นเป็นต้นมา แต่ก็ยังมีลูกยึดเหนี่ยว บางครั้งก็อยากจะข้ามถนน ตัดหน้ารถ ให้ชนตาย พอนึกถึงลูก ก็ได้สติขึ้นมา แต่ก็หม่นหมองตลอดมาเป็นเวลาหลายปี หลังจากประสบเคราะห์กรรม มา ๘ ปี ก็ปลงตก พอหลังจากไฟไหม้ได้ประมาณ ๘ ปี ดิฉันก็ปลงตกหมดทุกอย่าง คิดได้ ว่า คนเราเกิดมาทุกวันนี้ เกิดมาแล้ว ก็ต้องจากกัน แม้แต่เงินทอง แก้วแหวน บ้านช่องและลูกหลานก็ต้องจากกัน หมด ถ้าเรามีชีวิตอยู่เมื่อเรายากจนลง เราจะต้องขายฝันกิน แต่ถ้าหากเรายัง มีเงินกินอยู่ แก้วแหวน เรือนชานก็ยัง เป็นของเราอยู่เพราะยังอยู่กับเรา ถ้า เราตายไปเมื่อไร เราก็ต้องทิ้งมันไว้ มัน ก็ต้องเป็นของคนอื่น แม้กระทั่งลูกหลาน ที่เรารักและห่วงใย ถ้าเราไม่ตายเสียก่อน เขาก็ต้องมาจากเราไป จากไปเรียน หรือไปทำงาน หรือไปมีภรรยา หรือ ตายไป ถ้าเขาไม่ไปเราก็ต้องจากไป เพราะมันเป็นกฎธรรมดาของโลก หันหน้าเข้าหาวัดอีกครั้งหนึ่ง หลังจากดิฉันคิดได้ ก็มาสำรวจ ตัวเองว่า เวลานี้เราต้องการอะไร อ้อ.... เราต้องการความสงบ ความไม่วุ่นวาย เราต้องการฝึกธรรมะ แต่ไม่ทราบว่า เราจะไปฝึกที่ไหนดี จึงได้ตัดสินใจเข้า วัดที่ใกล้บ้าน เข้าไปช่วยอยู่ประมาณ 5 ปี ช่วยทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้ ช่วย หาเงินค่ารถเป็นรายเดือนเพราะ พระ และเณรต้องบิณฑบาตไปไกล หาเจ้าภาพ ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า และเป็นแม่ครัว ทำทุกอย่าง แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ก็มา พิจารณาดูว่า เราได้บุญสถานใดบ้าง สมกับที่เราได้ตั้งใจทำไว้หรือเปล่า แต่ แล้วทุกอย่างก็ปรากฏขึ้นมาในใจว่า เราได้บุญเต็มที่ เพราะเราทำด้วยความ บริสุทธิ์ใจ ทั้งกาย วาจา ใจ ตั้งแต่ เรามาช่วย เราไม่เคยมีอารมณ์เครียด เหมือนคนอื่นเขาเลย เพราะเรารู้อยู่ แก่ใจว่า ไม่มีใครสามารถจะรู้เท่าตัว เราได้ดี แล้วเราก็ภูมิใจ แต่มันก็มีความ เพลียใจไปด้วยพร้อมกัน เนื่องจากทาง วัดมีงานแต่ละครั้งนั้น เจ้าอาวาสและ ลูกวัดไม่ถูกกัน แม่ครัวบางคนไม่ถูกกัน ก็ใช้คำพูดเชือดเฉือนกัน เจ้าอาวาส ไม่พอใจญาติโยมก็แสดงออกมาทาง ไมโครโฟน ซึ่งเป็นอยู่อย่างนี้ตลอดมา Kalyanamitra.org ๕๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More