พระเทวทัตและความปรารถนาลามก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 3 เดือนมีนาคม หน้า 85
หน้าที่ 85 / 116

สรุปเนื้อหา

ก็รู้ธรรมเหล่านั้น” ดังนี้ กระทบกระทั่ง เบียดเบียนพระตถาคตเจ้า เพราะถูกมาร ดลใจ (ให้ฮึกเหิม) ว่า “บัดนี้ เราจักเป็น พระพุทธเจ้า เราจักบริหารภิกษุสงฆ์” ด้วยความปรารถนาลามกนี้ ทำให้พระ เทวทัตเสื่อมสูญฌานและอภิญญา (ปุถุ ชนฤทธิ์) พร้อมกับจิตตุปบาท ครั้นพระบรมศาสดาเสด็จมาประ ทับ ณ เวฬุวัน กรุงราชคฤห์ พระโมค คัลลานะเถระทราบความนั้นของพระ เทวทัต จึงเข้าไปเฝ้ากราบทูลพระผู้มี พระภาค พระองค์จึงตรัสแสดงศาสดา ๕ ประเภท ที่ต้องอาศัยหรือหวังความ คุ้มครองจากสาวก คือ ศาสดาผู้มีศีลไม่ บริสุทธิ์, มีการเลี้ยงชีพไม่บริสุทธิ์, มี การแสดงธรรมไม่บริสุทธิ์, มีการตอบ คำถามไม่บริสุทธิ์, มีญาณทัสสนะ ไม่ บริสุทธิ์ แต่แสดงตนว่าเป็นผู้มีบริสุทธิ์ใน ๕ ทางนั้น ส่วนพระองค์มีต้องหวังความ คุ้มครองของสาวก เพราะมิได้เป็นดั่งนั้น

หัวข้อประเด็น

- พระเทวทัตและความปรารถนาลามก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ปริยญาณ ถึงแม้พระพุทธเจ้าจะรู้ธรรม ที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบันแม้เรา ก็รู้ธรรมเหล่านั้น” ดังนี้ กระทบกระทั่ง เบียดเบียนพระตถาคตเจ้า เพราะถูกมาร ดลใจ (ให้ฮึกเหิม) ว่า “บัดนี้ เราจักเป็น พระพุทธเจ้า เราจักบริหารภิกษุสงฆ์” ด้วยความปรารถนาลามกนี้ ทำให้พระ เทวทัตเสื่อมสูญฌานและอภิญญา (ปุถุ ชนฤทธิ์) พร้อมกับจิตตุปบาท ครั้นพระบรมศาสดาเสด็จมาประ ทับ ณ เวฬุวัน กรุงราชคฤห์ พระโมค คัลลานะเถระทราบความนั้นของพระ เทวทัต จึงเข้าไปเฝ้ากราบทูลพระผู้มี พระภาค พระองค์จึงตรัสแสดงศาสดา ๕ ประเภท ที่ต้องอาศัยหรือหวังความ คุ้มครองจากสาวก คือ ศาสดาผู้มีศีลไม่ บริสุทธิ์, มีการเลี้ยงชีพไม่บริสุทธิ์, มี การแสดงธรรมไม่บริสุทธิ์, มีการตอบ คำถามไม่บริสุทธิ์, มีญาณทัสสนะ ไม่ บริสุทธิ์ แต่แสดงตนว่าเป็นผู้มีบริสุทธิ์ใน ๕ ทางนั้น ส่วนพระองค์มีต้องหวังความ คุ้มครองของสาวก เพราะมิได้เป็นดั่งนั้น เมื่อได้โอกาส ในกาลที่พระศาสดา ตรัสพระสัทธรรมเทศนาแก่บริษัทกับทั้ง พระเจ้าพิมพิสาร พระเทวทัตจึงอุฏฐา การจากอาสน์ ยอกรอัญชลีแล้วกราบ ทูลว่า “ข้าแต่พระมุนีนาถ กาลบัดนี้ พระองค์ก็ทรงชราภาพแล้ว จงเสวยทิฐ ธรรมสุขวิหาร จึงมีความขวนขวายอัน น้อยเถิด ข้าพระพุทธเจ้าจะรับภารธุระ ช่วยว่ากล่าวครอบครองภิกษุสงฆ์ทั้งปวง ขอพระองค์จึงมอบเป็นพระภิกษุสงฆ์ ทั้งสิ้นให้แก่ข้าพระพุทธเจ้า ๆ จะได้ช่วย ว่ากล่าวสั่งสอนแทนพระองค์สืบไป” *ความรู้ความเห็น ดำริดังนี้แล้ว ก็ออก จากกรุงโกสัมพี่ไปสู่ กรุงราชคฤห์ นิรมิตกายเป็นกุมาร เอาอสรพิษ ๔ ตัว กระทำเป็นเครื่องประดับ พระผู้มีพระภาคทรงปฏิเสธถึง ๓ ครั้ง และในครั้งที่ ๓ ทรงกล่าวว่า แม้ พระสารีบุตรและพระโมคคัลนะ พระองค์ ยังมิได้มอบภิกษุสงฆ์ให้ ไฉนจะทรง มอบแก่พระเทวทัต ซึ่งได้ยังความอาฆาต ให้เกิดขึ้นแก่พระเทวทัตเป็นครั้งแรก จึง ไปจากสำนักพระบรมครู พระองค์ตรัส ให้ประชุมสงฆ์ในกรุงราชคฤห์ กระทำ ปกาสนัยกรรม (ธรรมอันบุคคลพึงนำ ไปประกาศ) ไม่รับรองการกระทำใด ๆ ทางกาย วาจาของพระเทวทัต ถือว่าไม่ เกี่ยวกับ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และให้สงฆ์สวดประกาศแต่งตั้งพระสารี บุตร เป็นผู้ชี้แจงแก่ชาวกรุงราชคฤห์ พระเทวทัตจึงยุราชกุมารอขาด ศัตรูให้คิดฆ่าพระราชบิดา เพื่อชิงราช สมบัติ ส่วนตนเองจะฆ่าพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นพระพุทธเจ้าเสียเอง แต่ราชกุมาร หัตถ์เท้า ทำการหละหลวมถูกจับได้ขณะพกอาวุธ เข้าวัง มหาอำมาตย์จึงถวายความเห็น แล้วเอาอสรพิษเป็นเครื่อง ให้ฆ่าเสียทั้งพระเทวทัตและราชกุมาร ประดับคอตัวหนึ่ง รวมทั้งภิกษุทั้งหลาย (ที่เป็นพวก) ด้วย เอาขดเป็นเทริด บางพวกก็ให้ฆ่าแต่พระเทวทัตกับราช กุมาร, บางพวกเห็นว่าไม่ควรฆ่าทั้งหมด บนศีรษะตัวหนึ่ง เอา พันกายบังเฉียงเป็น สังวาลตัวหนึ่ง แล้วเหาะ ไปสู่กรุงราชคฤห์ พระเทวทัตประทุษร้ายพระพุทธเจ้า พระเทวทัตได้หาโอกาสประทุษ ร้ายพระพุทธเจ้า ๓ ครั้ง ครั้งแรกขอคน ของพระเจ้าอชาตศัตรูลอบทำร้ายขณะ บิณฑบาต แต่ไม่สำเร็จ คนเหล่านั้นได้ ฟังธรรม กลับแสดงตนเป็นอุบาสก ครั้ง ที่สอง พระเทวทัตขึ้นไปกลิ้งก้อนหิน บนยอดเขาคิชฌกูฏ แต่ไม่สมประสงค์ เพียงทำให้พระบาทห้อพระโลหิตเท่านั้น และครั้งที่สามปล่อยข้างชื่อนาฬาคิรี ให้แทงพระพุทธเจ้าขณะโคจรบิณฑบาต พระองค์ทรงแผ่เมตตาจิต ช้างก็เอางวง Kalyanamitra.org ๗ส
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More