ผลของการทำบุญ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 4 เดือนเมษายน หน้า 16
หน้าที่ 16 / 116

สรุปเนื้อหา

ท่านก็ให้ยืม แล้วไม่คิดทวงคืนเสียด้วย รวมแล้วให้ยืมไปถึง ๒๘ โกฏิ (คิดเป็น เงินสมัยนี้ ๑ โกฏิ = ๑๐ ล้านบาท) แล้วยังมีทรัพย์สมบัติที่ฝังไว้ริมฝั่ง แม่น้ำอจิรวดี แต่ถูกคลื่นซัดไปอีก จะโกฏิ เมื่อท่านไม่ติดตามทรัพย์สิน เหล่านั้นกลับมา แล้วยังใช้จ่ายเงิน ประจำวันมากมายเช่นนี้ เงินในคลัง “ผู้ที่ทำความชั่ว เมื่อผลช่วยง “ท่านกล่าววาจาประทุษร้าย พระพุทธศาสนา เราไม่อาจช่วยท่านได้ หรอก” เมื่อเป็นดังนี้ จึงได้ไปหาท้าว จตุมหาราชทั้ง ๔ แต่ท่านก็ไม่อาจช่วย ได้เช่นกัน เทวดาพ่อลูกอ่อนได้แต่ ไม่ตามมาไม่ทัน โศกเศร้าเสียใจในความผิดที่ตัวเองได้ ก็ร่อยหรอลงไปทุกวัน อาหารที่ท่าน เคยจัดถวายพระอย่างดีเยี่ยมก็ลด ผู้นำนกยังได้รับ ก่อขึ้น ในที่สุดจึงคิดไปพึ่งพระอินทร์ เมื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง พระอินทร์ ความสุขสบ

หัวข้อประเด็น

- ผลของการทำบุญ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

A ท่านก็ให้ยืม แล้วไม่คิดทวงคืนเสียด้วย รวมแล้วให้ยืมไปถึง ๒๘ โกฏิ (คิดเป็น เงินสมัยนี้ ๑ โกฏิ = ๑๐ ล้านบาท) แล้วยังมีทรัพย์สมบัติที่ฝังไว้ริมฝั่ง แม่น้ำอจิรวดี แต่ถูกคลื่นซัดไปอีก จะโกฏิ เมื่อท่านไม่ติดตามทรัพย์สิน เหล่านั้นกลับมา แล้วยังใช้จ่ายเงิน ประจำวันมากมายเช่นนี้ เงินในคลัง “ผู้ที่ทำความชั่ว เมื่อผลช่วยง “ท่านกล่าววาจาประทุษร้าย พระพุทธศาสนา เราไม่อาจช่วยท่านได้ หรอก” เมื่อเป็นดังนี้ จึงได้ไปหาท้าว จตุมหาราชทั้ง ๔ แต่ท่านก็ไม่อาจช่วย ได้เช่นกัน เทวดาพ่อลูกอ่อนได้แต่ ไม่ตามมาไม่ทัน โศกเศร้าเสียใจในความผิดที่ตัวเองได้ ก็ร่อยหรอลงไปทุกวัน อาหารที่ท่าน เคยจัดถวายพระอย่างดีเยี่ยมก็ลด ผู้นำนกยังได้รับ ก่อขึ้น ในที่สุดจึงคิดไปพึ่งพระอินทร์ เมื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง พระอินทร์ ความสุขสบายอยู่ จึงกล่าวว่า คุณภาพลง ในที่สุดก็เลี้ยงได้แค่ปลาย ต่อเมื่อผลชั่ว “เจ้าทำความผิดไว้ใหญ่หลวง ตามมาทันเมื่อไร นัก เราไม่อาจไปขอให้ท่านเศรษฐียก ก็จะได้รับผล ข้าวกับน้ำผักกาดดองเท่านั้น วันหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงถามถึงการให้ทานของท่านเศรษฐี ท่านจึงตอบไปตามจริง พระพุทธองค์ จึงทรงปลอบใจ แล้วตรัสว่า ทานของ ท่านเศรษฐีนั้นมีผลมาก เพราะได้ถวาย แก่พระอริยบุคคล ซึ่งมีศีลบริสุทธิ์บริ บูรณ์ ถ้าจะเปรียบกับครั้งหนึ่งในอดีต ชาติ ซึ่งพระพุทธองค์เคยทำมหาทาน เลี้ยงชาวเมืองทั้งเมือง ทานครั้งนั้นก็ ยังมีผลน้อยกว่าเสียอีก เพราะสมัย นั้นคนยังไม่รู้จักพระพุทธศาสนา คนที่ มารับทานจึงมีศีลน้อย มีไม่ครบ ๕ ข้อ ผลบุญที่พระองค์ให้ทานจึงน้อยกว่า มาก เมื่อได้ฟังดังนั้น ท่านอนาถ บิณฑิกเศรษฐีรู้สึกเป็นสุขใจ และซาบ ซึ่งในบุญกุศลที่ตนเองทำไว้เป็นอย่าง ยิ่ง ฝ่ายเทวดาพ่อลูกอ่อน เมื่อ เห็นว่าเศรษฐียากจนลงมากแล้ว จึง ได้ไปปรากฏตัวขึ้น ชักชวนให้ท่าน เลิกทำทาน แต่อนาถบิณฑิกเศรษฐี กลับตอบว่า “อย่าว่าแต่ท่านมาบอกเราเลย ต่อให้เทวดามากันเป็นหมื่นเป็นแสน แห่งกรรมชั่วนั้น คนทำดีก็เหมือนกัน เมื่อผลดียังตามมา ไม่ทัน คนนั้นก็ยัง เป็นทุกข์อยู่ เมื่อผลดี ตามทันเมื่อไร ก็จะได้รับความสุข ความเจริญเมื่อนั้น” องค์ ก็ไม่อาจทําให้ศรัทธาของเราที่มี ต่อพระรัตนตรัยหวั่นไหวได้ ท่านเป็น เทวดาที่มีความเห็นผิดเป็นชอบอย่างนี้ ไม่ควรจะอยู่ร่วมชายคาเดียวกันอีก ต่อไป จงไปหาที่อยู่ที่อื่นเถิด” เมื่อถูกเศรษฐีออกปากไล่ เทวดา ก็จำใจอุ้มลูกไปหาที่อยู่ใหม่ แต่ก็หาไม่ได้ ต้องลำบากยากแค้นมาก จึงรู้สึกสำนึก ผิดคิดจะให้เศรษฐียกโทษให้ จึงไปหา เทวดาผู้รักษาเมืองขอร้องให้ท่านช่วย แต่ท่านก็ช่วยไม่ได้ เพราะเหตุผลที่ว่า โทษให้เจ้าหรอก แต่เอาอย่างนี้ บางที ท่านเศรษฐีอาจจะยกโทษให้ก็ได้” “อย่างไรหรือพระเจ้าข้า?” เทวดา ถามด้วยความอยากรู้ พระอินทร์จึงออกอุบายให้เทวดา ผู้นี้แปลงกายเป็นคนเก็บเงินของท่าน เศรษฐี แล้วชวนยักษ์หนุ่มซึ่งเป็น บริวารของเทวดาไป ๒-๓ ตน ถือ สัญญากู้เงินไปทวงเงินจากพ่อค้าที่ยืม ไป แล้วให้ไปตามเงินทองที่จมแม่น้ำ กลับคืนมาด้วย ไม่เพียงแต่เท่านี้ ยังมี ทรัพย์ที่ไม่มีเจ้าของจมอยู่ในมหา สมุทรอีก ๑๘ โกฏิ ให้ไปนำมาไว้ใน คลังของท่านเศรษฐีด้วย เมื่อท่านเศรษฐี ได้ทรัพย์กลับมาทำบุญทำทานได้สะดวก ก็คงจะยกโทษให้ เทวดาพ่อลูกอ่อนก็ ปฏิบัติตามคำแนะนำของพระอินทร์ ทุกอย่าง เมื่อจัดการติดตามทรัพย์สมบัติ กลับคืนมาไว้ในคลังเรียบร้อยแล้ว เทวดาก็ไปพบท่านเศรษฐี แจ้งเรื่อง ให้ทราบ พร้อมกับกล่าวขอโทษในความ ผิดที่ตนได้กระทํา อนาถบิณฑิกเศรษฐีเห็นเทวดา มีความสำนึกผิด และได้ลงโทษตนเอง Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More