การสร้างพุทธเกษตร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 4 เดือนเมษายน หน้า 39
หน้าที่ 39 / 116

สรุปเนื้อหา

จริง เพียงแต่ได้ยินได้ฟังมาผิด ๆ ด้วย ซ้ำ หรือบางทีก็คิดเอาเองว่า มันเป็น อย่างนั้นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นมันเป็น ชมรมพุทธศาสน์มาพบ แล้วบอกว่า สถานที่ของชมรมนั้น คับแคบ อยาก ให้มีสถานที่กว้างขวางขึ้น เปิดตัวเอง เรื่องยากที่จะนำพุทธศาสนาเข้ามาสู่ | ให้บุคคลภายนอกได้เห็นว่า ชมรมได้ ระดับมหาวิทยาลัย ผมจึงทำเรื่องนี้มา อย่างเงียบ ๆ ประมาณสามปีเศษแล้ว และสนับสนุนชมรมพุทธศาสน์ ให้เขา ทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ มหาวิทยาลัย เพื่อให้เป็นที่ยอมรับจาก เพื่อนนิสิตนักศึกษาร่วมมหาวิทยาลัย ตลอดจนอาจารย์ของเขาเอง ทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น สวดมนต์ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น นั่ง สมาธิ และทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ แก่บุคคลภายนอก แม้กระทั่ง งาน สถาปนามหาวิทยาลัย งานไหว้ครู ก็ ให้นิสิตชมรมพุทธศาสน์ เข้ามามี บทบาท เสม

หัวข้อประเด็น

- การสร้างพุทธเกษตร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

จริง เพียงแต่ได้ยินได้ฟังมาผิด ๆ ด้วย ซ้ำ หรือบางทีก็คิดเอาเองว่า มันเป็น อย่างนั้นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นมันเป็น ชมรมพุทธศาสน์มาพบ แล้วบอกว่า สถานที่ของชมรมนั้น คับแคบ อยาก ให้มีสถานที่กว้างขวางขึ้น เปิดตัวเอง เรื่องยากที่จะนำพุทธศาสนาเข้ามาสู่ | ให้บุคคลภายนอกได้เห็นว่า ชมรมได้ ระดับมหาวิทยาลัย ผมจึงทำเรื่องนี้มา อย่างเงียบ ๆ ประมาณสามปีเศษแล้ว และสนับสนุนชมรมพุทธศาสน์ ให้เขา ทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ มหาวิทยาลัย เพื่อให้เป็นที่ยอมรับจาก เพื่อนนิสิตนักศึกษาร่วมมหาวิทยาลัย ตลอดจนอาจารย์ของเขาเอง ทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น สวดมนต์ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น นั่ง สมาธิ และทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ แก่บุคคลภายนอก แม้กระทั่ง งาน สถาปนามหาวิทยาลัย งานไหว้ครู ก็ ให้นิสิตชมรมพุทธศาสน์ เข้ามามี บทบาท เสมือนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของ ทำให้เขาเกิดความ มหาวิทยาลัย | ภูมิใจในตัวเอง และบุคคลอื่นเขาได้ เห็นว่า นิสิตชมรมพุทธศาสน์ทำตัว เป็นประโยชน์แก่สังคม เพราะฉะนั้น ต่อไปข้างหน้า ถ้าเราจะทำสิ่งใด เป็น การเกื้อกูลศาสนา ก็คงไม่ถูกขัดขวาง เราได้เริ่มทำเรื่องนี้มาสามปีกว่าแล้ว เช่น สนับสนุนให้มีการนิมนต์พระ ภิกษุผู้ทรงคุณวุฒิทั้งทางปริยัติ และ ปฏิบัติมาเทศนาสั่งสอนในมหาวิทยาลัย เนือง ๆ กิจกรรมเหล่านี้แพร่หลาย มากขึ้น จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ผมรู้สึกดีใจ ที่มีคนสนใจในเรื่องนี้มากขึ้นอย่างประ หลาด" จนกระทั่งมาถึงจุด ๆ หนึ่ง ประ มาณปีกว่ามาแล้ว ท่านได้เรียกนิสิต ทำกิจกรรมใดบ้าง จึงได้ติดต่อขอที่ตรง บริเวณถนนหลวงสุวรรณฯ ตรงข้าม กับภาควิชาพืชไร่ ซึ่งเป็นที่ของโรงนม ซึ่งอาจารย์ทองยศ เป็นผู้จัดการ ท่าน มีจิตใจดี และสนใจทางด้านธรรมะ อยู่แล้ว สถานที่แห่งนี้ มีเนื้อที่อยู่ประ มาณหนึ่งไร่ครึ่ง จึงได้ให้สถาปนิกไป ออกแบบแปลนมา โดยท่านอธิการบดี ได้ให้ความเห็นว่า ควรจะเป็นอาคาร เอนกประสงค์ ใช้ประโยชน์ได้หลาย ด้าน ใช้งบประมาณประมาณ ๓ ล้าน บาท ขณะนี้ มีอยู่แล้วประมาณ ล้านบาท ที่ได้รับอนุมัติจากสภามหา วิทยาลัย ส่วนที่เหลืออีก ๒ ล้านบาท จะขอบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา โดยจะ ไม่ใช้งบของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเรื่องนี้ ดร.จงรัก ปรีชานนท์ ท่าน อธิการบดี ได้ให้เหตุผลว่า “เพื่อให้บุคคลทั่วไป ที่มีจิต ศรัทธา ได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของ อาจ จะมีผู้บริจาครายใหญ่สัก ๑ ล้านบาท แล้วจบลงด้วยความศรัทธารายเล็ก รายน้อยอย่างสมบูรณ์ที่สุด ถ้าเราสามารถ แสดงให้ผู้ที่บริจาคเงินช่วยเหลือในการ สร้างพุทธเกษตร ได้ประจักษ์ว่า เงิน ของเขา ไม่ได้สูญหายไปไหน เป็นการ สร้างที่คุ้มค่า เป็นการสร้างความเจริญ งอกงามขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีการตาย ผม ว่า วิธีการนี้ พุทธเกษตร จะไปรอด โดย ไม่ต้องพึ่งงบประมาณจากมหาวิทยาลัย Kalyanamitra.org ๓๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More