การฝึกสมาธิที่วัดพระธรรมกาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 4 เดือนเมษายน หน้า 63
หน้าที่ 63 / 116

สรุปเนื้อหา

อย่างไหนถูกก็ยังไม่รู้จักจนเหลือเวลา อีกวันหรือ ๒ วัน ก็จะถึงวันไปวัด พระธรรมกายแล้ว ก็ตัดสินใจเสี่ยง อธิษฐานก่อนนั่งว่า "ถ้าข้าพเจ้ามีบุญพอที่จะฝึก สมาธิแบบวัดพระธรรมกายได้ ขอให้ ข้าพเจ้าได้รู้จักกับสมาธิขั้นต้นว่าเป็น อย่างไร จะได้เป็นกำลังใจในการฝึก ต่อไป ขอให้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง แล้วข้าพเจ้าก็เริ่มนั่งโดยอาศัย เสียงนาฬิกาตีบอกเวลา ขั้นแรกก็นึก ถึงดวงแก้ว ซึ่งตนเองยังไม่เคยเห็นว่า เป็นอย่างไร นึกไม่ออก มีแต่ความมืด แล้วใจก็แวบไปโน่นไปนี่ไม่มีหยุด หลาย เรื่อง หลายสถานที่ เมื่อยก็เมื่อย ปวด ก็ปวดแทบทนไม่ไหว แต่เมื่ออธิษฐาน แล้วต้องทำให้ได้หนึ่งชั่วโมง ไม่ขยับ เขยื้อนใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อเวลาผ่านไป นานแล้วกะว่าคงใกล้จะหมดเวลา ก็ ใจไม่ดี คิดว่าคงไม่มีบุญพอ ก็คิด อธิษฐานจิตต่อในท่านั่งสมาธิว่า

หัวข้อประเด็น

- การฝึกสมาธิที่วัดพระธรรมกาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อย่างไหนถูกก็ยังไม่รู้จักจนเหลือเวลา อีกวันหรือ ๒ วัน ก็จะถึงวันไปวัด พระธรรมกายแล้ว ก็ตัดสินใจเสี่ยง อธิษฐานก่อนนั่งว่า "ถ้าข้าพเจ้ามีบุญพอที่จะฝึก สมาธิแบบวัดพระธรรมกายได้ ขอให้ ข้าพเจ้าได้รู้จักกับสมาธิขั้นต้นว่าเป็น อย่างไร จะได้เป็นกำลังใจในการฝึก ต่อไป ขอให้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมง แล้วข้าพเจ้าก็เริ่มนั่งโดยอาศัย เสียงนาฬิกาตีบอกเวลา ขั้นแรกก็นึก ถึงดวงแก้ว ซึ่งตนเองยังไม่เคยเห็นว่า เป็นอย่างไร นึกไม่ออก มีแต่ความมืด แล้วใจก็แวบไปโน่นไปนี่ไม่มีหยุด หลาย เรื่อง หลายสถานที่ เมื่อยก็เมื่อย ปวด ก็ปวดแทบทนไม่ไหว แต่เมื่ออธิษฐาน แล้วต้องทำให้ได้หนึ่งชั่วโมง ไม่ขยับ เขยื้อนใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อเวลาผ่านไป นานแล้วกะว่าคงใกล้จะหมดเวลา ก็ ใจไม่ดี คิดว่าคงไม่มีบุญพอ ก็คิด อธิษฐานจิตต่อในท่านั่งสมาธิว่า "หลวงพ่อ...ขอให้ข้าพเจ้าได้รู้จัก สมาธิขั้นต้นด้วยเถอะ เวลาใกล้จะ หมดแล้ว อาทิตย์นี้ก็จะไปที่วัดของ หลวงพ่อแล้ว ขอรู้จักก่อนว่าเป็นอย่าง ไร แค่ช้างกระดิกหู งูแลบลิ้นก็ยังดี จะได้เป็นกำลังใจให้เร่งรีบปฏิบัติต่อ ไป” แล้วข้าพเจ้าก็เริ่มทำใจใหม่ คิดถึงเส้นเชือกที่ฐาน 5 วัดขึ้นมา สองนิ้วมือ แล้วก็นึกถึงพระที่ห้อยคอย อยู่ไปไว้ที่ฐานที่ ๗ ว่า “สัมมา อะระหัง” อยู่ไม่นาน ก็มีความรู้สึกว่าตัวโยกเข้า ที่อีก เลยใจนิ่งเฉยมั่นคง ทำให้นึกถึง คำพูดของหลวงพ่อที่ว่า “มั่นคงดั่ง ขุนเขา” คงเป็นอย่างนี้เอง แล้วความ รู้สึกก็โล่งวูบลง ความโล่งนั้น ขยาย ความคิดเห็นของข้าพเจ้า คำสั่งสอน ของศาสนาพุทธนั้น เป็นของละเอียด ล่มลึก เมื่อได้รู้ได้ฟังมาแล้ว 2 A ต้อง พิจารณา ด้วยจิตที่เป็นกลาง ๆ จึงจะรู้จริงเห็นจริง อย่างมี เหตุผล และ พิสูจน์ได้ ตามกำลังบุญบารมี ที่ได้สะสมมา แต่ถ้า จิตเป็นมิจฉาทิฐิ (ถึงแม้จะไม่ดิ่ง) ก็ยากที่จะรู้เห็นได้ เพราะ ความเห็นผิดนั้น ครองใจ คอยปิดบังอยู่คอยค้านอยู่ ทําให้คิดไปว่า เป็นไป ไม่ได้ๆ แทรกขึ้นมาอยู่เสมอ ๆ จากจุดศูนย์กลางรอบตัวออกเป็น รัศมีวงกลม ยิ่งกว้างยิ่งสุข ๆ เกิด เอะใจ... “เอ๊ะ นี่เราจะไปแล้ว ไม่ได้ยัง ไปไม่ได้ ลูกยังเล็กอยู่กำลังเรียนทั้ง นั้น แล้วใครจะดูแล ไม่ใช่คนเดียว ตั้ง ๕ คน (ความจริงขณะนั้นสุขมาก สุขอย่างนี้ไม่เคยเจอมาก่อน) ถ้าไป แบบนี้ ดีสำหรับตัวเราแล้วลูกล่ะ ไม่ ได้ ๆ ต้องรับผิดชอบเรื่องลูกก่อน” ขณะที่คิดนอกเรื่องอย่างนี้ เลยต้องลืมตา พอลืมตา ความรู้สึกสุข ก็หายไป ใจก็คิดว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลย รีบหลับตาทำสมาธิ แต่อาการนั้นก็ไม่ เกิดขึ้นอีก นึกเสียดายพร้อมกับตำหนิ ตัวเองว่าไม่ควรเลย ไม่ควรคิดอย่าง นั้นเลย แต่วันนั้นรู้สึกสดชื่นทั้งวัน แล้วต่อจากนั้น ข้าพเจ้าก็มีความเชื่อมั่น ขึ้นมาว่า สมาธินั้นดีจริง แต่ขั้นต้น โล่งว่าง ยังไม่ถึงสมาธิจริง ๆ ก็ยังสุข ถึงเพียงนี้ ถ้าทำได้จนถึงดวงปฐมมรรค จะสุขขนาดไหน นี่คือจุดเริ่มต้นในการ ฝึกสมาธิอย่างมีความหวัง พร้อมกับ การมาวัดพระธรรมกาย จึงทำให้คิดถึง ตัวเองอยู่เสมอว่า ชีวิตที่เหลือนั้น สั้นนัก จะปฏิบัติธรรมไปได้สักแค่ ไหน มารู้ช้าไปเสียแล้ว เมื่อข้าพเจ้าได้มาวัดพระธรรม กาย ได้เห็นคนแต่งชุดสีขาว หรืออย่าง น้อยเสื้อขาว เดินเข้าวัดกันมากมาย ด้วยความสงบ ทั้งเด็ก หนุ่ม สาว และ กลางคน ต่างสำรวมกิริยา วาจา ได้ อย่างงดงาม พูดคุยกันเบา ๆ ทักทาย กันอย่างนอบน้อม แล้วข้าพเจ้าก็คิด ถึงลูกอีก โดยตั้งไว้ในใจเลยว่า จะต้อง พาลูกมารู้มาเห็นสภาพนี้ให้ได้ เพราะ สงบ สะอาด เป็นระเบียบ และเรียบ Kalyanamitra.org ๕๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More