ข้อความต้นฉบับในหน้า
นางก็ป่วนในครรภ์ใกล้จะคลอด
จะเหลียวหาใครเป็นที่พึ่งก็ไม่มี มองหาสามีก็หายไป
นางร้องไห้ฟูมฟายจนหมดน้ำตา
ในที่สุดนางก็คลอดบุตร ในท่ามกลางฝน ลม ฟ้า ที่พื้นพสุธานั้นเอง
อนิจจา! เวรกรรม
ของมนุษย์ซึ่งท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏ
เป็นเช่นนี้แหละ ทุเรศสิ้นดี
บนพื้นดิน สามีก็เข้าช่วยประคับประ
คองปลุกปลอบให้มีกำลังใจต่อต้าน
ด้วยอยู่ในทางทุรกันดารเช่นนั้น ในที่
สุดลมกรรมชวาตก็เกิดให้นางได้คลอด
บุตรโดยเวลาไม่นาน
ครั้นนางคลอดบุตรแล้ว การที่
จะเดินทางไปนครสาวัตถีก็ไม่ใช่เรื่อง
จ่าเป็น ดังนั้นนายจุล จึงพานางปฏา
จารากลับมาเรือน ช่วยกันเลี้ยงดูบุตร
โดยความสุขสืบมา ต่อมานางปฏาจารา
ตั้งครรภ์เป็นครั้งที่สอง ครั้นนางใกล้
ทศมาสแล้ว ก็ได้มีความดำริและวอน
สามีให้กลับเข้าพระนครอย่างครั้งแรก
และไม่ได้ความสำเร็จดังที่เคยมาแล้ว
จนครรภ์นางครบกำหนดเข้าอีก นาง
จึงตัดสินใจหนีออกจากเรือนพร้อม
ด้วยบุตรชาย อุ้มบ้าง จูงบ้าง มุ่งหน้า
เข้าเมืองสาวัตถี
เมื่อนายจุล กลับมาเรือน ไม่
เห็นบุตรภรรยา ถามเพื่อนบ้านทราบ
ความดีแล้ว ก็รีบออกเดินติดตามโดย
ด่วน พอตะวันโพล้เพล้ใกล้ค่ำก็ทัน
ภรรยา ประจวบเวลานั้นนางปฏาจารา
ก็ใกล้จะคลอดบุตรอีกด้วย และก็ช่าง
เคราะห์ร้ายสิ้นดี บังเอิญฝนเจ้ากรรม
นอกฤดูกาลก็เริ่มตก ฟ้าคะนองเสียง
สนั่นหวั่นไหว ลมพายุก็พัดรุนแรง ไม้
ไร่หักโผงผางกึกก้องไปหมด เวลาก็ใกล้
ค่ำทุกที ฝนไม่มีทีท่าว่าจะเบาบาง นาง
ปฏาจาราก็ใกล้จะคลอดบุตรยิ่งขึ้น
นางอดรนทนไม่ไหวจึงขอให้สามีไป
เลือกดูสถานที่ที่เป็นเนิน พอที่น้ำจะ
ไม่ท่วม หาเครื่องมุงบังพอกันฝนสัก
หน่อย พอให้คลอดบุตรได้ปลอดภัย
สักนิด
นายจุลล์คว้ามีดที่ติดตัวมาเดิน
ดื่มไปในราวไพร สักครู่ก็เห็นจอมปลวก
ร้างซึ่งเป็นที่อยู่ของอสรพิษดุร้าย เป็น
เป็นดินพอจะทำที่ให้ภรรยาคลอด
บุตรได้ก็ดีใจ จึงแผ้วถางตัดกิ่งไม้ทำ
เพิ่งบังฝนให้มิดชิด แต่มิทันจะเสร็จก็
ถูกงูร้าย งอาศัยอยู่ที่จอมปลวกนั้น
เลื้อยลงมาขับให้ถึงแก่ความตายอยู่
ในนั้นเอง พิโธ่เอ๋ย! คนเรานะ มิใช่จะ
ไม่รู้เพียงวันตาย แถมอะไรจะทำให้ตาย
ก็ไม่รู้อีก เหมือนนายจุลล์กว่าจะรู้ตัว
ต้องตายเพราะงูกัดก็ตาตั้งคางแข็งเสีย
แล้ว อนิจจา
ฝ่ายนางปฏาจาราอดใจรอสามี
ไม่ไหว ด้วยฝนก็กระหน่ำลงหนักขึ้น
หนาวก็หนาว เพราะถูกทั้งฝนถูกทั้ง
ลมระดมกันพัดระดมกันสาด เสียง
ฟ้าผ่าลงไปในที่ใกล้ ๆ ตกใจแทบหัว
ใจหยุดเต้น ลูกชายก็ร้องไห้กอดแม่
นางก็ป่วนปั่นครรภ์ใกล้จะคลอด จะ
เหลียวหาใครเป็นที่พึ่งก็ไม่มี มองหา
สามีก็หายไป นางร้องไห้ฟูมฟายจนหมด
น้ำตา ในที่สุดนางก็คลอดบุตรในท่าม
กลางฝน ลม ฟ้า ที่พื้นพสุธานั้นเอง
อนิจจา! เวรกรรมของมนุษย์ซึ่งท่อง
เที่ยวอยู่ในสังสารวัฏเป็นเช่นนี้แหละ
ทุเรศสิ้นดี
แต่ยัง นางยังไม่หมดเวร แม้
เมื่อคลอดบุตรแล้ว ฝนก็ยังไม่หาย
นางต้องคุกเข่าเอามือทั้งสองยันลงที่
พื้นทำตัวเป็นหลังคาคร่อมบุตรทั้งสอง
Kalyanamitra.org
box