ข้อความต้นฉบับในหน้า
“สวัสดีครับ ขอเรียนสายคุณ
สุภาด้วยครับผม” ผมแกล้งลากเสียง
ยาว ๆ เมื่อรู้ว่าเธอรับสายเอง
“มีรายการจะไปกินเหล้าที่ไหน
อีกล่ะ” เธอเป็นอย่างนี้เสมอ ชอบดัก
คอผมไม่เคยผิด
โธ่ เหนื่อยจะตาย ถ้าไม่กลัวเสีย
ลูกค้าไม่ไปก็ได้”
ผม
“อย่ามีข้ออ้างมากนักเลย ที่ทุ่ม
“รับรองว่าไม่เกินเที่ยงคืนครับ
“กินเหล้าเสร็จไม่เกินเที่ยงคืน
หรือถึงบ้านไม่เกินเที่ยงคืน”
“โธ่...เจ้ก็...แฮะ ๆ ๆ”
ผมพูดสั้น ๆ แล้วกรอกเสียง
หัวเราะต่อท้าย เกรงใจเธอเหมือนกัน
ถ้าจะบอกว่า...ประการแรก
ผมยอมรับว่า ผู้หญิงหลายคน
ฉลาดมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะภรรยา
ของผม แต่ความเป็นคนใจอ่อน ผมจึง
เผลออยู่บ่อย ๆ ว่าเธอโง่
เมื่อเหล้าเข้าปาก ผมกับวิเชียร
ก็แย่งกันคุย เราคุยถึงเรื่องหน้าที่การ
งานในปัจจุบัน เรื่องเศรษฐกิจ เรื่อง
ความสนุกสนานในอดีต และเรื่อง
ครอบครัว
“เอ็งกับเมียไม่เป็นหมัน ทำไม
ไม่มีลูกวะ เด็กมันกลัวเงินของเอ็งหรือ
ไง กูเผลอหน่อยเดียว ปาเข้าไปตั้งสาม
ถ้าไม่รีบทำหมัน ป่านนี้คงครึ่งโหลแล้ว
“กูไปหาหมอไม่รู้กี่คน ไม่เห็น
ได้ผล เบื่อว่ะ ไม่มีก็ช่างแม่งมัน”
“เอ็งกินเหล้ามากเกินไปหรือเปล่า
เพลา ๆ ลงบ้างนะ ถ้าเอ็งตายคงเกิด
ศึกชิงนางกัน เมียเอ็งเขาเป็นประเภท
สาวสองพันปี อายุยิ่งมากก็ยิ่งสวย แถม
ทรงเครื่องใหญ่เสียด้วย รู้ไหม เดี๋ยวนี้
เมียกูยิ่งกว่าพะโล้บูดอีก
"เป็นไงวะ"
"
“ก็ทั้งเลี่ยนทั้งเหม็น ดูไม่ได้ กิน
ไฟฟ้าข้างประตูทันที
"ก็รู้อยู่ว่าไฟฟ้าดับ"
ผมด่าตัวเองยังไม่ทันจบ แสง
เมื่อมองเข้าไปในบ้าน ความ
เมาของผมก็หายไปเหมือนปลิดทิ้ง
ไม่ได้ แถมยังด่าไฟแลบอีกด้วย กูก็ สว่างจากหลอดไฟก็กระจายไปทั่วห้อง
ไม่รู้ว่า ไอ้คนช่างพูดตอนสาว ๆ น่ะ
พอแก่แล้วมันจะปากจัด เสือกไปเฝ้า
จีบเอามาไว้ด่าตัวเองแท้ ๆ ถ้าไม่เห็น
แก่ลูก ป่านนี้ก็หนีไปบวชแล้ว”
ผมแยกจากวิเชียร ก่อนเวลา
เที่ยงคืนเล็กน้อย โชคดีที่ฝนหนักเมื่อ
เวลาสี่ทุ่มและพึ่งจะขาดเม็ด ช่วยให้ผม
มีข้ออ้างแก้ตัวกับภรรยาได้โดยไม่ต้อง
เตรียมเรื่อง เพราะเธอชอบเตือนผม
บ่อย ๆ ว่า อย่าขับรถขณะที่ฝนตก
“ฉันไม่อยากเป็นหวัด ขณะจัด
งานศพให้คุณ สงสารคนมาร่วมงาน
ด้วย”
เพราะเหตุผลข้อนี้แท้ ๆ ที่ทำ
ให้ผมปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย ขณะขับ
รถกลับบ้าน ผมล็อคประตูรถทุกด้าน
กระจกหน้าสองข้างผมไขลงด้านละ
ครึ่ง อากาศเย็นยามดึกหลังฝนตกพัด
มาปะทะหน้า ช่วยให้ผมรู้สึกสดชื่นขึ้น
ภรรยาของผมนอนคว่ำหน้าอยู่บน
โซฟาร์ตัวยาว มือทั้ง ๒ ข้างถูกมัด
ไขว้หลัง เสื้อกระโปรงชุดทำงาน
เมื่อเช้าขาดหลุดลุ่ย
“สุภาตายแล้ว”
ทันทีที่ความคิดนี้ ผุดขึ้น
มา ผมก็เผ่นพรวดเดียวถึงตัวเธอ
โชคดีที่เธอยังหายใจอยู่
ผมรีบแกะผ้าออกจากปากเธอ
แก้มัด พลิกตัวเธอขึ้น แล้วรีบเอาผ้า
ไปชุบน้ำเย็นมาเช็ดหน้าให้
"สุภา...ๆ...ๆ..."
ผมเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ อยู่หลาย
ครั้ง
เธอลืมตาขึ้นแล้วปัดมือผมที่กำลัง
เช็ดหน้าให้อย่างแรง
“ช่วยด้วย...”
เคราะห์ดีที่ผมเอาผ้าเปียกปิด
ถ้าไม่กลัวอันตรายจากพวกมิจฉาชีพ
ยามวิกาล ผมก็อยากจะไขกระจกลง
ให้หมด
ปากเธอไว้ทัน ก่อนที่เสียงของเธอจะตั้ง
เมื่อขับรถเข้าซอยใกล้บ้าน ผม
ไปไกล
มองไม่เห็นแสงไฟจากบ้านเลย
พอรู้ว่าเป็นผมเธอก็ร้องไห้
“ก่อน”
ผมได้ยินเสียงคำรามดังออกมา
จากล่าคอของตัวเอง
"มัน...มัน"
"ฟิวคงขาดเพราะฝนตกหนัก”
ผมคิดแล้วก็ตกใจ ที่ภรรยาผมต้อง
อยู่บ้านคนเดียว โดยไม่มีไฟฟ้า
"คงได้โดนลูกหลงเพราะไฟบ
เป็นแน่” ผมบอกตัวเอง
ผมจอดรถแล้วลงไปเปิดประตู
รั้ว เก็บรถ ปิดประตูรั้ว แล้วผมก็ไข
กุญแจเข้าบ้าน รู้สึกว่ากุญแจไขง่ายกว่า
ปกติ ความเคยชินทำให้ผมกดสวิทช์
เธอพูดได้เท่านั้นแล้วก็ร้องไห้ต่อ
“พอฉันเปิดประตูมันก็ล็อคคอ
ฉันไว้ มันขู่ว่าจะเชือดคอทิ้งถ้าฉันร้อง
“ก่อน”
“คนเดียว”
Kalyanamitra.org