การค้นหาความหวัง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 4 เดือนเมษายน หน้า 33
หน้าที่ 33 / 116

สรุปเนื้อหา

คนรักชนิดใด ๆ ทั้งสิ้น จะเป็นบุตรหรือสามีเป็นต้นก็ตาม ไม่สามารถจะเป็นที่พึ่งจะเป็นที่ต้านทาน กีดกันขัดขวางให้เราได้ ดังนั้นบุตรและสามีเป็นต้นเหล่านั้น ถึงจะ มีอยู่ก็เหมือนไม่มีเพราะ ช่วยป้องกันความตายให้เราไม่ได้ ดังนั้นผู้มีปัญญาเมื่อสำรวมศีลของตนไว้ดีแล้ว จึงชำระทาง ดำเนินไปพระนิพพาน สำหรับตนต่อไป ไม้โน้นหรือไม่?” “เห็นจ๊ะนาย นางปฏาจาราตอบพร้อมกับ ขณะที่มองเห็นควันไฟตามที่เขาชี้บอก "ควันไฟนั้นแหละ เป็นสัญ ลักษณ์บอกให้รู้ว่าเป็นผลของพายุและ ฝนเมื่อคืนนี้ คือเป็นอย่างนี้คุณ” บุรุษ เดินทางกล่าว “เมื่อคืนนี้ฝนตกใหญ่ พายุพัดจัดได้พัดเอาปราสาท ๗ ชั้นของ ท่านโค่นลง ท่านเศรษฐีพร้อมด้วยภรรยา และบุตรชายของท่านได้ถูกปราสาท ทับตาย ญาติมิตรได้อัญเชิญศพไปรวม เผาบนเชิงตะกอนเดียวกัน เห็นควันไฟ อยู่โน่นแหล

หัวข้อประเด็น

- การค้นหาความหวัง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ปฏาจาราเอ๋ย ไม่ว่า คนรักชนิดใด ๆ ทั้งสิ้น จะเป็นบุตรหรือสามีเป็นต้นก็ตาม ไม่สามารถจะเป็นที่พึ่งจะเป็นที่ต้านทาน กีดกันขัดขวางให้เราได้ ดังนั้นบุตรและสามีเป็นต้นเหล่านั้น ถึงจะ มีอยู่ก็เหมือนไม่มีเพราะ ช่วยป้องกันความตายให้เราไม่ได้ ดังนั้นผู้มีปัญญาเมื่อสำรวมศีลของตนไว้ดีแล้ว จึงชำระทาง ดำเนินไปพระนิพพาน สำหรับตนต่อไป ไม้โน้นหรือไม่?” “เห็นจ๊ะนาย นางปฏาจาราตอบพร้อมกับ ขณะที่มองเห็นควันไฟตามที่เขาชี้บอก "ควันไฟนั้นแหละ เป็นสัญ ลักษณ์บอกให้รู้ว่าเป็นผลของพายุและ ฝนเมื่อคืนนี้ คือเป็นอย่างนี้คุณ” บุรุษ เดินทางกล่าว “เมื่อคืนนี้ฝนตกใหญ่ พายุพัดจัดได้พัดเอาปราสาท ๗ ชั้นของ ท่านโค่นลง ท่านเศรษฐีพร้อมด้วยภรรยา และบุตรชายของท่านได้ถูกปราสาท ทับตาย ญาติมิตรได้อัญเชิญศพไปรวม เผาบนเชิงตะกอนเดียวกัน เห็นควันไฟ อยู่โน่นแหละ” ในทันทีทันใดนั้นเอง นางปฏา จาราหมดสติ สิ้นความหวังในการที่จะ มีชีวิตอยู่ต่อไป แม้ผ้านุ่งที่หุ้มร่างอยู่ จะหลุดลงกองกับพื้นดินก็ไม่รู้สึก นาง ร้องกรี๊ดได้คำเดียวก็ถลาแล่นเข้าเมือง ร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งว่า "สามีฉันตายในป่า ลูกฉันคน หนึ่งเหยี่ยวเฉี่ยวไป คนหนึ่งถูกน้ำพัด ไป มารดาบิดาและพี่ชายของฉัน เขา เอาไปเผาในเชิงตะกอนเดียวกัน" เดินพลางร้องพลางและร้อง อยู่แต่เพียงเท่านี้ คนทั้งหลายพากัน เข้าใจว่าเป็นบ้า บางคนก็เอาหยากเยื่อ และฝุ่นโปรยหัวนาง บ้างก็เอาก้อนดิน ขว้างปาขับไล่ให้ออกไปไกลพร้อมกับ ตะโกนไล่ว่า “ไป อีบ้าไป ไป อีบ้าไป นางปฏาจาราได้พลันกลายเป็นคนหมด สติ ถูกประณามว่าเป็นคนบ้า วิ่งกระ เซอะกระเซิงอย่างไม่มีจุดหมายว่าจะ ไปแห่งใด เวลานั้นพระอรหันตสัมมาสัม พุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ยังท่ามกลาง บริษัท ๔ ในพระเชตวันวิหาร ทอด พระเนตรเห็นนางปฏาจาราอยู่ในสภาพ น่าสังเวชเช่นนั้น ก็ทรงพระมหากรุณา ดำริว่า "เว้นเราเสียแล้ว ใครไม่อาจเป็น ที่พึ่งของนางได้” และทรงทราบด้วย พระญาณว่า นางปฏาจารามีบารมีได้ สั่งสมมาดีแล้ว พร้อมกับได้รับพุทธ พยากรณ์มาจากพระปทุมุตตรสัมมา สัมพุทธเจ้าอีกด้วย จึงได้ทรงบังคับจิต ให้นางปฏาจาราเดินตรงมาเฝ้าพระองค์ ยังพระวิหาร ครั้นนางปฏาจาราเดินกระเซอะ กระเซิงตรงไปยังพระวิหารอย่างไม่รู้ตัว ผู้คนพากันร้องห้ามนางมิให้เข้ามา พร้อม กับตะโกนให้ขับไล่ออกไปทันที พระ ศาสดาตรัสว่า "พวกเธอจงหยุดเสียก่อน อย่า ห้ามนาเลย ปล่อยให้นางเข้ามาเถอะ” เมื่อนางปฏาจาราเข้าไปใกล้แล้ว พระศาสดาทรงรับสั่งว่า “ปฏาจารา เธอจงกลับได้สติเด็ด” ด้วยพุทธานุภาพ นางปฏาจารา จึงรู้สึกตัวว่า บัดนี้ร่างกายของเธอหา ผ้านุ่งมิได้ก็มีความอาย จึงได้ทรุดกาย ลงนั่ง ทันใดนั้นคนใจบุญที่นั่งอยู่ใน บริษัทนั้น ได้ส่งผ้าห่มให้นางใช้เป็นผ้า นุ่งชั่วคราว เมื่อนางนุ่งผ้าเรียบร้อยแล้ว จึงเข้าไปถวายบังคมพระบรมศาสดา ร้องไห้กราบทูลพิไรรำพันถึงความทุกข์ ยากนานาประการ Kalyanamitra.org ana
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More