อรรถกถาจิตตฌา สูตร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 4 เดือนเมษายน หน้า 77
หน้าที่ 77 / 116

สรุปเนื้อหา

กรรม. บทว่า สุคติ ได้แก่คติดีหรือคติ แห่งสุข เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า สุคติ บทว่า สคส ได้แก่เลิศด้วยดีด้วยสมบัติ มีรูปเป็นต้น เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า สวรรค์ ในบทว่า โลกได้แก่ผลแห่งบุญและบาป หรือชื่อว่าโลก เพราะอรรถว่าสลายไป อนึ่ง ในที่นี้แม้คติของมนุษย์ก็สงเคราะห์ ด้วยสุคติศัพท์, คติของเทวดาก็สงเคราะห์ ด้วย สักคศัพท์เหมือนกัน บทที่เหลือ มีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั้นแล จบอรรถกถาจิตตฌายีสูตร ในจิตมามีสูตร เป็นพุทธดำรัส แสดงความสำคัญของจิตว่า บุคคลผู้ กระทำกาละ (ตาย) ในขณะที่ใจของ คนผ่องใส ย่อมไปสู่คติที่ดีหรือ สุคติ ในที่นี้จะอธิบายศัพท์บางคำที่มี ในสูตรนี้ ดังนี้ "ใจ" คืออะไร? คนเรามีส่วนประกอบใหญ่ ๆ ๒ ส่วนคือ กายและใจ หลวงพ่อทัตตชีโว รองเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย ได้อธิบายลักษณะ และหน้าที่ของ “ใจ” ไ

หัวข้อประเด็น

- อรรถกถาจิตตฌา สูตร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อรรถกถาจิตตฌา สูตร ในจิตตฌามีสูตรที่ ๑ แห่งวรรค ที่ ๓ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้ บทว่า ปสนุนจิตต์ ได้แก่มีใจ เลื่อมใสแล้ว ด้วยความเชื่อในพระ รัตนตรัย และด้วยความเชื่อในผลของ กรรม. บทว่า สุคติ ได้แก่คติดีหรือคติ แห่งสุข เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า สุคติ บทว่า สคส ได้แก่เลิศด้วยดีด้วยสมบัติ มีรูปเป็นต้น เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า สวรรค์ ในบทว่า โลกได้แก่ผลแห่งบุญและบาป หรือชื่อว่าโลก เพราะอรรถว่าสลายไป อนึ่ง ในที่นี้แม้คติของมนุษย์ก็สงเคราะห์ ด้วยสุคติศัพท์, คติของเทวดาก็สงเคราะห์ ด้วย สักคศัพท์เหมือนกัน บทที่เหลือ มีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั้นแล จบอรรถกถาจิตตฌายีสูตร ในจิตมามีสูตร เป็นพุทธดำรัส แสดงความสำคัญของจิตว่า บุคคลผู้ กระทำกาละ (ตาย) ในขณะที่ใจของ คนผ่องใส ย่อมไปสู่คติที่ดีหรือ สุคติ ในที่นี้จะอธิบายศัพท์บางคำที่มี ในสูตรนี้ ดังนี้ "ใจ" คืออะไร? คนเรามีส่วนประกอบใหญ่ ๆ ๒ ส่วนคือ กายและใจ หลวงพ่อทัตตชีโว รองเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย ได้อธิบายลักษณะ และหน้าที่ของ “ใจ” ไว้ในหนังสือเผย แพร่ธรรมะหลายฉบับ ดังนี้ “ใจ” คือ ธาตุกายสิทธิ์ชนิด สาททั้ง ๕ ด้วยอาการดังต่อไปนี้ ๕ รับ สิ่งที่มากระทบกับประสาท ตา หู จมูก เอง ได้ ลิ้น กาย และที่เกิดกับใจ * สิ่งต่าง ๆ ที่รับมาเหล่านั้นไว้ คิด อะไร ๆ ทุกอย่างที่จำได้ แล้ว ซึ่งอาจเป็นในทางดี ทางชั่ว หรือ ไม่ดีไม่ชั่วก็ได้ รู้ ตัดสินเชื่อลงไปว่า สิ่งต่าง ๆ ที่นำมาคิดนั้นสุขหรือทุกข์ ดีหรือชั่ว ใจ มีธาตุรู้เป็นพื้นเดิมอยู่ และ ยังอาจฝึกฝนให้รู้ยิ่งๆ ขึ้นได้ การฝึก ใจให้รู้เพิ่มขึ้นนั้น ต้องเตรียมใจให้ พร้อมที่จะรับรู้เสียก่อน ใจ เป็นนามธรรม เป็นสิ่งละ เอียดอ่อน มีลักษณะเป็นพลังงาน คนทั่วไปจึงไม่เห็นและไม่สามารถพิสูจน์ ได้ด้วยอุปกรณ์หรือเครื่องมือวิทยาศาสตร์ ใด ๆ ที่หยาบได้ แต่ผู้ที่เจริญภาวนา จนกระทั่งรวมการ รับ จำ คิด รู้ ให้ หยุดนิ่งรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียว กันได้ จะพบว่าใจมีลักษณะเป็นดวง กลมใส โตประมาณเท่าแววตาดำของ ตนเอง ใจโดยธรรมชาติจะมีความสว่าง ผ่องใส อยู่ในตัว ขณะมีชีวิต ใจทำหน้าที่บงการ ให้กายทำอย่างนั้น ให้พูดอย่างนี้ ให้ทำ ตัวเป็นพาล ให้ทำตัวเป็นพระ ให้ทำ บาป ให้ทำบุญ ฯลฯ เมื่อเราลงมือฝึกสมาธิจนกระทั่ง หนึ่งซึ่งอยู่ในร่างกายคนที่ยังมีชีวิตอยู่ | ใจหยุดนิ่ง เห็นความสว่างผ่องใสอยู่ ทำหน้าที่ประสานกับประสาททั้ง ๕ (ตา หู จมูก ลิ้น และกาย) ด้วยการ ๑. บังคับใช้ประสาททั้ง 4 ๒. รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับประ ในตัว จะพบว่า เมื่อเราทำความดีจะ เกิด “บุญ” ซึ่งเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงใจ ให้มีความสว่างผ่องใสมากขึ้น จะทำให้ เกิดปัญญาเหนือธรรมดา และสามารถ ป้องกันบาปอกุศลไม่ให้เกิดขึ้น แต่ถ้าเรา ทำความชั่วจะไปทำให้ใจเศร้าหมองขุ่น มัว ซึ่งจะไปปิดบังปัญญา ให้เราทำผิด พลาดมากขึ้น หลวงพ่อธัมมชโยได้แสดง ธรรมอธิบายคุณลักษณะของ “บุญ” ไว้ดังนี้ "บุญ แปลว่า เครื่องชำระใจให้ บริสุทธิ์ ให้ผ่องใสปราศจากความโลภ ความโกรธ ความหลง พอใจบริสุทธิ์ ผ่องใสแล้ว ความบริสุทธิ์จะมาปรากฏ เกิดขึ้นอยู่ที่กลางตัว เป็นดวงใสสว่าง ดวงใสนี้แหละคือ สภาพของใจที่บริสุทธิ์ เป็นสภาพของบุญกุศล เป็นที่ตั้งของ ความสุขและความสำเร็จทั้งหลาย นี่ เป็นคุณสมบัติของใจที่ใสแล้ว คือจะ ได้รับความสุขกับความสำเร็จในชีวิต ขณะที่เราทำบุญทั่วไป ถ้าใจยังหยุดไม่ สนิท ยังคุ้ม ๆ ค่ำๆ ไม่เห็นความสว่าง มีแต่ความมืดทึบแต่ว่าใจเป็นกุศล แต่ ยังไม่เห็นความบริสุทธิ์ของใจ บุญที่เรา ได้ก็หย่อนลงมา เมื่อใจเราใสบริสุทธิ์ ถึงดวงปฐมมรรค ความสุขความสำเร็จ ก็มากเข้า ความโลภ ความโกรธ ความ หลง ก็ห่างไกลออกไป บุญของเราก็จะ มากขึ้นเป็นทับทวี ถ้าตอนแรกใจยัง ไม่ใส่ไม่สว่าง ก็เหมือนเอาชะลอมตักน้ำ ทำมากได้น้อย แต่ถ้าใจหยุดสนิทเห็น ดวงใสสว่าง ก็เหมือนเอาขันเล็ก ๆ ตักน้ำให้เต็มทุ่มได้ คือปิดรูรั่วของใจ หมด ใจไม่มีรูรั่วเลย ถ้าใจหยุดเข้าไป เห็นกายภายใน ความสุขความสำเร็จ ยิ่งมีมากขึ้น บุญของเราก็มากขึ้นไปอีก เมื่อเวลาตายร่างกายสลาย บุญบาปที่ตัวทำไว้ทั้งสิ้นก็รวมเก็บไว้ ในใจ ใจนั้นก็สละร่างเดิมแล้วไปเกิด ภพใหม่ เวียนตาย เวียนเกิด เวียน ทุกข์ เวียนสุขไปจนกว่าจะหมดกิเลส Kalyanamitra.org ๗ต
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More