ข้อความต้นฉบับในหน้า
รื่น รู้สึกสดชื่นแจ่มใสก็ควรไป แต่ถ้า
วัดไหนมีบรรยากาศครึ้ม ๆ วังเวงพิกล
หรือดูมืดทึบเศร้าหมองแล้วก็ไม่ควรไป
การปฏิบัติธรรมในญี่ปุ่นของ
ข้าพเจ้า ยังไม่ได้ผลดีอะไรมากมายนัก
เนื่องจากยังอ่อนหัดอยู่ เวลานั่งสมาธิ
จึงตั้งใจเพ่งเสียจนเคร่งเครียด ผิดหลัก
ของการนั่งสมาธิไป กว่าจะมารู้ว่าควร
วางใจเบา ๆ อย่างไร ใช้เวลาเกือบสองปี
พอดีกับที่จะต้องกลับเมืองไทย ลอง
คิดดูซิว่า การนั่งสมาธินาน ๆ แล้วยัง
ออกแรงกดจิตนั้น ย่อมทำให้นั่งไม่ได้
นาน และรู้สึกเหนื่อยด้วยเพราะเป็น
การนั่งผิดวิธี เพราะฉะนั้น การที่จะนั่ง
ให้ได้นานควรที่จะปล่อยใจเบา ๆ
แตะแผ่ว ๆ ที่จุดศูนย์กลางกาย ไม่
เคร่งหรือกดส่วนหนึ่งของร่างกาย ถ้า
นั่งถูกวิธีแล้ว เมื่อออกจากสมาธิจะรู้สึก
สงบสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก เป็นความ
สุขที่หาที่ไหนเสมอเหมือนไม่ได้
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าอยากจะ
ลองนั่งสมาธิรวดเดียว ๗ วัน ข้าพเจ้า
จึงอธิษฐานจิตจะไม่พูดกับใครในช่วง
นั้นโดยไม่จำเป็น ข้าพเจ้าแอบฝึกอยู่ที่
วัดในช่วงฝึกหนัก (โอเซสซิน) นั่งสมาธิ
ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ กลางคืนก็มานั่งต่อที่
หอพัก วันแรก ๆ ตั้งใจมากไปหน่อย
รู้สึกทรมานมาก ชักนึกฟุ้งซ่านไปว่า
“จะนั่งอย่างนี้ไปได้ตลอด ๗ วัน
ไหมหนอ โธ่...ไม่น่าเลยเรา”
แต่เมื่อกําหนดอธิษฐานจิตแล้ว
ก็ต้องพยายามทำให้สำเร็จตามที่
ที่กำหนดเอาไว้ ฝืนทำไปเรื่อย ๆ ฟัง
บ้างสงบบ้างไปตามเรื่อง บางครั้งก็เห็น
แสงสว่างแวบ ๆ พอถึงวันสุดท้าย ก็
นึกดีใจว่าเป็นวันสุดท้ายแล้วจะนั่ง
ให้นานที่สุด ทำความเพียรมาเรื่อย ๆ
จนถึงเวลาประมาณเที่ยงคืน ชักจะรู้สึก
ว่าใจสว่างขึ้นทุกที แต่เนื่องจากเพลียมา
มาก เลยขอนอนดีกว่า สิ้นสุดภาระ ๗
วันตามที่กำหนด ข้าพเจ้ามีความเชื่อว่า
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ถ้าหมั่นทำให้สำเร็จ
บ่อย ๆ ความสำเร็จจะเพิ่มความสำเร็จ
วัด Shokoku ใน Kyoto ที่ไปฝึกสมาธิประจำ
ทำให้พบกับความสำเร็จเรื่อยไป
ความสําเร็จย่อมอยู่ในกำมือเรา
จะจับงานใดก็ย่อมจะประสบแต่ความ
สำเร็จอยู่เสมอ
จากการกำหนดจิตไม่พูดกับคน
๗ วันนี้ ใหม่ ๆ ก็มีความรู้สึกอึดอัด
ถ่ายรูปวันสำเร็จการศึกษาปริญญาโท
Kalyanamitra.org