ข้อความต้นฉบับในหน้า
ร้อยที่สุดเท่าที่เคยไปมาแล้วหลายวัด
บรรยากาศเหมือนกำลังชักชวนทุก
คนที่เข้ามาให้มีจิตคิดจะปฏิบัติธรรม
ไปในตัว โดยไม่ต้องมีผู้ชักชวน หรือ
ฝืนใจกัน
เนื่องจากข้าพเจ้าอยู่ต่างจังหวัด
การไปมาไม่สะดวก ต้องรวบรวมคน
แล้วเช่ารถมา จึงมาได้ไม่บ่อยนัก แต่
ฝึกอยู่ที่บ้านตามจิตศรัทธา ต่อมา
ข้าพเจ้าได้ฝึกสมาธิให้กับเด็กนักเรียน
ทั้งโรงเรียน ตั้งแต่ ป.๑ - ป.๖ ซึ่งมี
นักเรียนประมาณ ๗๐๐ คน เพราะ
ข้าพเจ้าได้พิจารณาแล้วว่า สมาธิดีมี
ประโยชน์ ข้าพเจ้าเป็นครูพิเศษ ได้เข้า
สอนนักเรียนทุกห้องเรียนอยู่แล้ว จึง
ฝึกพิเศษให้กับเด็กห้องละ ๑ ชั่วโมง
โดยแนะและอธิบายวิธีการนั่งสมาธิ
ให้นักเรียนเข้าใจ แล้วครึ่งชั่วโมงหลัง
ก็นั่งปฏิบัติกันจริง ๆ รู้สึกว่าเด็กเข
สนใจกัน แล้วข้าพเจ้าก็อธิบายให้เด็ก
เข้าใจว่า การนั่งสมาธินั้นเป็นการบังคับ
จิตของตนเองที่ไม่ยอมอยู่นิ่ง ชอบคิด
โน่นคิดนี้ ให้หยุดให้นิ่ง เมื่อทำาได้จะ
รู้สึก โล่งว่างเบาสบาย ถ้าจิตหยุดถูก
ส่วนดี จะเกิดแสงสว่างเป็นดวงใส
เรียกว่า “ดวงปฐมมรรค” คนที่ฝึก
สมาธิจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ
คือ จะคิดหรือจะทำอะไรก็จะทำแต่สิ่ง
ที่ดี ๆ ไม่ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเดือด
ร้อน ให้นักเรียนจ่าวิธีการไปปฏิบัติที่
บ้าน ก่อนนอน หรือตอนเช้า ตอนดึก
ถ้าตื่นขึ้นมาก็ให้นั่งสมาธิ เพราะตอน
นั้นเงียบสงบดี ถ้าใครนั่งสมาธิแล้วมี
การเปลี่ยนแปลงคือ โล่งว่าง เบาสบาย
มีความสุข หรือเห็นดวงสว่างละก็ มา
เล่าให้ครูฟังบ้าง
ต่อมา ดิฉันได้ข่าวการรับสมัคร
อบรมธรรมทายาทภาคฤดูร้อนของ
ปี ๒๕๒๘ ข้าพเจ้าก็คิดถึงลูกชายที่
กำลังเรียน ป.ว.ช. ปี ๑ ขณะนี้กำลัง
รุ่นคะนอง ซึ่งเป็นวัยที่น่าห่วงที่สุด ถ้า
เขาคบเพื่อนดีก็จะดีไป ถ้าคบเพื่อน
ไม่ดีก็จะเสียคนแล้วแก้ยาก ข้าพเจ้าก็
ลองถามหยั่งเสียงดู ลูกยิ้ม ๆ แล้ว
ตอบว่า ไม่มีเพื่อนไป เท่าที่สังเกตก็เข้า
ใจได้เลยว่า ลูกไม่ไปอบรมแน่
ข้าพเจ้าคิดอยู่หลายวันว่าจะทำ
อย่างไรดี ก็คิดว่าพาลูกไปวัดดีกว่า ให้
ลูกได้เห็นบรรยากาศที่วัดเสียก่อน
โดยบอกลูกว่า
“แม่อยากไปวัดพระธรรมกาย
เขาบอกว่ามีรถรับส่งอยู่ตรงเชิงสะพาน
พระโขนง ไปเป็นเพื่อนแม่หน่อย”
เมื่อไปถึงวัดแล้ว ตอนกลางวัน
ก็ถามอีกครั้งว่า
ไหม?"
“ว่าไง จะเข้าอบรมธรรมทายาท
ลูกบอกว่า
“ไม่มีเพื่อน ต้องหาเพื่อนให้ได้
ก่อน ถ้ามีเพื่อนก็อบรม
เท่าที่สังเกตดูลูกไม่กะตือรือร้น
เฉย ๆ ส่วนข้าพเจ้าก็หาทางคิดอยู่ว่า
จะทำอย่างไรดี ก็เผอิญขณะนั้นมีจิต
ศรัทธาแวบขึ้นมาว่า ต้องสร้างกลดสัก
กลดหนึ่ง แต่จะสร้างที่ไหนดี อีกไม่
กี่วันต่อมา ข้าพเจ้าก็ได้ข่าวการสร้าง
กลดในหนังสือ “โลกทิพย์” ฉบับที่ลง
รูปหลวงพ่อธัมมชโยที่หน้าปก เพื่อ
นำไปถวายที่วัดพระธรรมกาย ข้าพเจ้า
ก็ชวนลูกชายไปวัดอีกครั้งหนึ่ง บริจาค
เงินสร้างกลดสำหรับพระอยู่ธุดงค์ ๑
ชุด ๗๐๐ บาท โดยอธิษฐานว่า
“ด้วยผลบุญของการฆ่าความ
ตระหนี่ บริจาคเงินสร้างกลดในครั้งนี้
ขอให้ลูกชายของข้าพเจ้า ยอมมาเข้า
อบรมธรรมทายาทกับเขาด้วยภาย
ใน ๓ ปี ถ้าเป็นปีนี้ได้ยิ่งดี กลัวจะช้า
ไป”
ท
ก่อนกลับบ้านก็ให้ลูกไปขอใบ
สมัครมาศึกษาดูรายละเอียดต่าง ๆ
จนกระทั่งเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียว
เท่านั้นก็จะถึงวันนัดปฐมนิเทศ แล้วก็
ยังหาเพื่อนหรือคนไปส่งไม่ได้ เพราะ
ไปสถานที่ที่นัดพบไม่ถูก ส่วนข้าพเจ้า
ก็ทำใจสบาย ๆ ไม่ได้ดิ้นรน มีความ
รู้สึกว่า ถ้าลูกมีบุญพอก็คงมีคนไปส่ง
เอง ก็พอดีตอนเย็น ลูกสาวคนโต
กลับมาจากกรุงเทพฯ ก็ปรึกษากันว่า
จะไปส่งได้หรือไม่ แล้วสองคนพี่น้อง
ก็ไปกันในวันรุ่งขึ้น โดยถามผู้รู้ทาง
เขียนแผนที่การเดินทางให้
ตอนเย็นลูกก็เดินหน้าเมื่อย
กลับมา บอกว่าต้องโกนผมด้วย ข้าพ
เจ้าเข้าใจว่าลูกเสียดายผม ก็ถามลูกว่า
“ว่าไง จะอบรมไหม?"
ลูกตอบว่า
“มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องไป
ข้าพเจ้าก็ไม่พูดอะไรมาก ยิ้ม ๆ
แล้วก็พูดว่า
“กลัวว่าเมื่อเช้าอบรมแล้ว จะมา
ขอแม่บวชต่อนะ”
ลูกตอบว่า
"ไม่ทราบ"
เท่าที่สังเกตดูรู้สึกว่าลูกซึมไป เมื่อ
รู้ว่าลูกเสียดายผม ข้าพเจ้าก็เอาหนังสือ
“ธรรมทายาท” เล่มปกสีทองให้อ่าน ลูก
บอกว่า ไม่มีเวลาอ่าน ข้าพเจ้าก็เอามาอ่าน
เสียเอง เนื้อหาตอนหนึ่งที่ธรรมทายาท
ผู้หนึ่งเขียนบรรยายถึงความรู้สึกขณะ
โกนผม เมื่อเจอแล้วก็ให้ลูกอ่านเรื่อง
“บัณฑิตมิใช่ผู้มีเพียงปริญญา” ข้าพเจ้า
Kalyanamitra.org