การสอนสมาธิให้เด็กนักเรียน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 4 เดือนเมษายน หน้า 64
หน้าที่ 64 / 116

สรุปเนื้อหา

ร้อยที่สุดเท่าที่เคยไปมาแล้วหลายวัด บรรยากาศเหมือนกำลังชักชวนทุก คนที่เข้ามาให้มีจิตคิดจะปฏิบัติธรรม ไปในตัว โดยไม่ต้องมีผู้ชักชวน หรือ ฝืนใจกัน เนื่องจากข้าพเจ้าอยู่ต่างจังหวัด การไปมาไม่สะดวก ต้องรวบรวมคน แล้วเช่ารถมา จึงมาได้ไม่บ่อยนัก แต่ ฝึกอยู่ที่บ้านตามจิตศรัทธา ต่อมา ข้าพเจ้าได้ฝึกสมาธิให้กับเด็กนักเรียน ทั้งโรงเรียน ตั้งแต่ ป.๑ - ป.๖ ซึ่งมี นักเรียนประมาณ ๗๐๐ คน เพราะ ข้าพเจ้าได้พิจารณาแล้วว่า สมาธิดีมี ประโยชน์ ข้าพเจ้าเป็นครูพิเศษ ได้เข้า สอนนักเรียนทุกห้องเรียนอยู่แล้ว จึง ฝึกพิเศษให้กับเด็กห้องละ ๑ ชั่วโมง โดยแนะและอธิบายวิธีการนั่งสมาธิ ให้นักเรียนเข้าใจ แล้วครึ่งชั่วโมงหลัง ก็นั่งปฏิบัติกันจริง ๆ รู้สึกว่าเด็กเข สนใจกัน แล้วข้าพเจ้าก็อธิบายให้เด็ก เข้าใจว่า การนั่งสมาธินั้นเป็

หัวข้อประเด็น

- การสอนสมาธิให้เด็กนักเรียน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ร้อยที่สุดเท่าที่เคยไปมาแล้วหลายวัด บรรยากาศเหมือนกำลังชักชวนทุก คนที่เข้ามาให้มีจิตคิดจะปฏิบัติธรรม ไปในตัว โดยไม่ต้องมีผู้ชักชวน หรือ ฝืนใจกัน เนื่องจากข้าพเจ้าอยู่ต่างจังหวัด การไปมาไม่สะดวก ต้องรวบรวมคน แล้วเช่ารถมา จึงมาได้ไม่บ่อยนัก แต่ ฝึกอยู่ที่บ้านตามจิตศรัทธา ต่อมา ข้าพเจ้าได้ฝึกสมาธิให้กับเด็กนักเรียน ทั้งโรงเรียน ตั้งแต่ ป.๑ - ป.๖ ซึ่งมี นักเรียนประมาณ ๗๐๐ คน เพราะ ข้าพเจ้าได้พิจารณาแล้วว่า สมาธิดีมี ประโยชน์ ข้าพเจ้าเป็นครูพิเศษ ได้เข้า สอนนักเรียนทุกห้องเรียนอยู่แล้ว จึง ฝึกพิเศษให้กับเด็กห้องละ ๑ ชั่วโมง โดยแนะและอธิบายวิธีการนั่งสมาธิ ให้นักเรียนเข้าใจ แล้วครึ่งชั่วโมงหลัง ก็นั่งปฏิบัติกันจริง ๆ รู้สึกว่าเด็กเข สนใจกัน แล้วข้าพเจ้าก็อธิบายให้เด็ก เข้าใจว่า การนั่งสมาธินั้นเป็นการบังคับ จิตของตนเองที่ไม่ยอมอยู่นิ่ง ชอบคิด โน่นคิดนี้ ให้หยุดให้นิ่ง เมื่อทำาได้จะ รู้สึก โล่งว่างเบาสบาย ถ้าจิตหยุดถูก ส่วนดี จะเกิดแสงสว่างเป็นดวงใส เรียกว่า “ดวงปฐมมรรค” คนที่ฝึก สมาธิจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ คือ จะคิดหรือจะทำอะไรก็จะทำแต่สิ่ง ที่ดี ๆ ไม่ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเดือด ร้อน ให้นักเรียนจ่าวิธีการไปปฏิบัติที่ บ้าน ก่อนนอน หรือตอนเช้า ตอนดึก ถ้าตื่นขึ้นมาก็ให้นั่งสมาธิ เพราะตอน นั้นเงียบสงบดี ถ้าใครนั่งสมาธิแล้วมี การเปลี่ยนแปลงคือ โล่งว่าง เบาสบาย มีความสุข หรือเห็นดวงสว่างละก็ มา เล่าให้ครูฟังบ้าง ต่อมา ดิฉันได้ข่าวการรับสมัคร อบรมธรรมทายาทภาคฤดูร้อนของ ปี ๒๕๒๘ ข้าพเจ้าก็คิดถึงลูกชายที่ กำลังเรียน ป.ว.ช. ปี ๑ ขณะนี้กำลัง รุ่นคะนอง ซึ่งเป็นวัยที่น่าห่วงที่สุด ถ้า เขาคบเพื่อนดีก็จะดีไป ถ้าคบเพื่อน ไม่ดีก็จะเสียคนแล้วแก้ยาก ข้าพเจ้าก็ ลองถามหยั่งเสียงดู ลูกยิ้ม ๆ แล้ว ตอบว่า ไม่มีเพื่อนไป เท่าที่สังเกตก็เข้า ใจได้เลยว่า ลูกไม่ไปอบรมแน่ ข้าพเจ้าคิดอยู่หลายวันว่าจะทำ อย่างไรดี ก็คิดว่าพาลูกไปวัดดีกว่า ให้ ลูกได้เห็นบรรยากาศที่วัดเสียก่อน โดยบอกลูกว่า “แม่อยากไปวัดพระธรรมกาย เขาบอกว่ามีรถรับส่งอยู่ตรงเชิงสะพาน พระโขนง ไปเป็นเพื่อนแม่หน่อย” เมื่อไปถึงวัดแล้ว ตอนกลางวัน ก็ถามอีกครั้งว่า ไหม?" “ว่าไง จะเข้าอบรมธรรมทายาท ลูกบอกว่า “ไม่มีเพื่อน ต้องหาเพื่อนให้ได้ ก่อน ถ้ามีเพื่อนก็อบรม เท่าที่สังเกตดูลูกไม่กะตือรือร้น เฉย ๆ ส่วนข้าพเจ้าก็หาทางคิดอยู่ว่า จะทำอย่างไรดี ก็เผอิญขณะนั้นมีจิต ศรัทธาแวบขึ้นมาว่า ต้องสร้างกลดสัก กลดหนึ่ง แต่จะสร้างที่ไหนดี อีกไม่ กี่วันต่อมา ข้าพเจ้าก็ได้ข่าวการสร้าง กลดในหนังสือ “โลกทิพย์” ฉบับที่ลง รูปหลวงพ่อธัมมชโยที่หน้าปก เพื่อ นำไปถวายที่วัดพระธรรมกาย ข้าพเจ้า ก็ชวนลูกชายไปวัดอีกครั้งหนึ่ง บริจาค เงินสร้างกลดสำหรับพระอยู่ธุดงค์ ๑ ชุด ๗๐๐ บาท โดยอธิษฐานว่า “ด้วยผลบุญของการฆ่าความ ตระหนี่ บริจาคเงินสร้างกลดในครั้งนี้ ขอให้ลูกชายของข้าพเจ้า ยอมมาเข้า อบรมธรรมทายาทกับเขาด้วยภาย ใน ๓ ปี ถ้าเป็นปีนี้ได้ยิ่งดี กลัวจะช้า ไป” ท ก่อนกลับบ้านก็ให้ลูกไปขอใบ สมัครมาศึกษาดูรายละเอียดต่าง ๆ จนกระทั่งเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียว เท่านั้นก็จะถึงวันนัดปฐมนิเทศ แล้วก็ ยังหาเพื่อนหรือคนไปส่งไม่ได้ เพราะ ไปสถานที่ที่นัดพบไม่ถูก ส่วนข้าพเจ้า ก็ทำใจสบาย ๆ ไม่ได้ดิ้นรน มีความ รู้สึกว่า ถ้าลูกมีบุญพอก็คงมีคนไปส่ง เอง ก็พอดีตอนเย็น ลูกสาวคนโต กลับมาจากกรุงเทพฯ ก็ปรึกษากันว่า จะไปส่งได้หรือไม่ แล้วสองคนพี่น้อง ก็ไปกันในวันรุ่งขึ้น โดยถามผู้รู้ทาง เขียนแผนที่การเดินทางให้ ตอนเย็นลูกก็เดินหน้าเมื่อย กลับมา บอกว่าต้องโกนผมด้วย ข้าพ เจ้าเข้าใจว่าลูกเสียดายผม ก็ถามลูกว่า “ว่าไง จะอบรมไหม?" ลูกตอบว่า “มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องไป ข้าพเจ้าก็ไม่พูดอะไรมาก ยิ้ม ๆ แล้วก็พูดว่า “กลัวว่าเมื่อเช้าอบรมแล้ว จะมา ขอแม่บวชต่อนะ” ลูกตอบว่า "ไม่ทราบ" เท่าที่สังเกตดูรู้สึกว่าลูกซึมไป เมื่อ รู้ว่าลูกเสียดายผม ข้าพเจ้าก็เอาหนังสือ “ธรรมทายาท” เล่มปกสีทองให้อ่าน ลูก บอกว่า ไม่มีเวลาอ่าน ข้าพเจ้าก็เอามาอ่าน เสียเอง เนื้อหาตอนหนึ่งที่ธรรมทายาท ผู้หนึ่งเขียนบรรยายถึงความรู้สึกขณะ โกนผม เมื่อเจอแล้วก็ให้ลูกอ่านเรื่อง “บัณฑิตมิใช่ผู้มีเพียงปริญญา” ข้าพเจ้า Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More