ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทะ
อีกต่อไป"
อาคารพุทธเกษตร จะสามารถจ
คนได้ประมาณ 500 คน ถ้าคนมากขึ้น
ก็อาจขยายลงมาตามพื้นดิน ตามสุมทุม
พุ่มไม้ที่ปลูกสร้างขึ้นให้สภาพแวดล้อม
กลมกลืนกัน สรุปได้ว่า พุทธเกษตร จะ
เป็นศูนย์รวมทางศาสนา วัฒนธรรม
ศิลปะ วิชาการต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประ
โยชน์แก่ประชาชนทั่วไปด้วย เพราะ
ลำพังนิสิตนักศึกษา ไม่มีกำลังพอที่จะ
ทำให้เกิดความเจริญงอกงามแก่พุทธ
ศาสนาได้ ต้องอาศัยกำลังศรัทธาจาก
ประชาชนร่วมด้วย ซึ่งต้องอาศัยหลัก
การจัดการที่ดี มีการกำหนดกิจกรรมที่
แน่นอนล่วงหน้า ๓ เดือน มีปฏิทินการ
ทำงานที่แน่นอน เพื่อได้แจ้งให้ประชาชน
ข้างนอกได้ทราบล่วงหน้า ได้เข้ามาร่วม
กิจกรรมมากขึ้น ซึ่งบุคคลเหล่านี้ จะนำ
สามัญทรัพย์และอริยทรัพย์มาสู่มหา
วิทยาลัยอย่างแน่นอน และท่านอธิการ
บดีได้กล่าวยืนยันว่า
“แม้นเราสร้างพุทธเกษตร โดย
มุ่งทางด้านศาสนาเป็นเบื้องต้น
แต่ก็จะนำเอาความไพบูลย์ทางด้าน
ทรัพย์ และทางด้านวัตถุมาสู่มหา
วิทยาลัยด้วย เพราะบุคคลต่าง ๆ
ที่เข้ามา ส่วนมากเป็นบุคคลที่เพียบ
พร้อมด้วยคุณธรรม เขาย่อมจะ
มองเห็นว่า การทำงานของเรา เป็น
ประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม เขา
จะได้มีความมั่นใจว่า การช่วย
เหลือกิจกรรมของมหาวิทยาลัย
โดยเสียสละทรัพย์สินเงินทอง
ประโยชน์ย่อมถึงมือประชาชน
โดยส่วนรวม ซึ่งในบางเวลา เราอาจ
บรรยาย ฉายสไลด์เกี่ยวกับความรู้ทาง
โลก ในด้านพืชพันธุ์ต่าง ๆ ที่สามารถ
นำไปปลูกในที่ดินที่แห้งแล้ง หรือส่ง
เสริมการเกษตรของชาติในวิธีการต่าง ๆ
ซึ่งย่อมได้รับการสนับสนุน จากผู้
มีจิตศรัทธาแน่นอน แม้กระทั่งการ
บำรุงรักษาอาคารพุทธเกษตรก็ต้อง
อยู่กับกำลังศรัทธาของประชาชน และ
นิสิตนักศึกษา เป็นอาสาสมัครบริหาร
งานกันเอง ภายใต้คําแนะนําของอาจารย์
และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก...”
“พุทธเกษตร” จะเกิดจากการ
ผนึกกำลังศรัทธาจากบุคคลภายในและ
ภายนอกมหาวิทยาลัย และนำประโยชน์
อย่างมหาศาลมาสู่มหาวิทยาลัยเกษตร
ศาสตร์ ทั้งในวิชาทางโลกและทางธรรม
จะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า พุทธ
ศาสนานั้น เมื่อใช้ให้เป็นประโยชน์
จริง ๆ แล้ว จะเกิดประโยชน์แก่ชาติ
บ้านเมือง มิใช่เฉพาะตัวบุคคลดังที่
เข้าใจกัน การนั่งสมาธิไม่ใช่เกิดปัญญา
เฉพาะตัวเอง แต่จะนำมวลชนทั้งหมด
สู่สันติสุขได้ และเป็นการนำความรู้
และคุณธรรมไปใช้ในการพัฒนาประ
เทศ
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ได้ก่อสร้างมากว่า ๔๐ ปี ใช้งบ
ประมาณไปหลายพันล้านบาท
แต่ยังไม่เคยใช้งบประมาณ แม้
เพียงสักหนึ่งล้านบาทที่ลงทุน
เพื่อการพัฒนาบุคคล โดยใช้ธรรมะ
จากพุทธศาสนา ซึ่งเป็นการสร้าง
สิ่งที่ไม่ตาย มีแต่จะเจริญงอกงามขึ้น
ตามลำดับ เหมือนเมล็ดพันธุ์ ถ้าอ่อน
เกินไป คงงอกงามยาก หากเราเพาะ
ปลูกให้เติบโตสักหน่อย ให้โอกาสเวลา
ที่เหมาะสม มันก็จะเจริญเติบโตได้
อย่างเต็มที่ ซึ่งท่านอธิการบดีได้เปรียบ
เทียบกับการพัฒนาบุคคลไว้อย่างน่า
ฟังว่า
“ในการสร้างคนดีมีคุณธรรม
ผมคิดว่า พุทธเกษตรคือ จุด
นัดพบระหว่างคดีทางโลก และ
คดีทางธรรม เมื่อนิสิตนักศึกษา
ครูบาอาจารย์ และบุคคลภาย
นอก เขาก้าวเข้ามาในพุทธเกษตร
เราย่อมได้รับความรู้ทั้งทางธรรมะ
และวิชาการแผนใหม่ ที่จะนำไป
ใช้ในชีวิตประจำวันได้ และสิ่งที่
ผมได้กระทำลงไปนั้น เกิดจาก ความรู้
ความนึกคิดที่ได้สะสมมา และความรู้
ที่เกิดจากได้สนทนาธรรมกับหลวงพ่อ
เผด็จ หรือ หลวงพ่อทัตตชีโว ที่ผมได้
กราบเรียนหารือท่าน วัตถุประสงค์ที่
สำคัญ เพื่อการอบรมศิลปะในการดำรง
ชีพ ตามแนวทางพุทธศาสนา คือ เอา
ความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์กับความ
รู้ทางพุทธศาสนา มาใช้ในชีวิตประจำ
วันและสอนนิสิตให้เห็นจริงตามนี้
พุทธเกษตร เกิดขึ้นได้ ก็มีส่วนเชื่อมโยง
มาจากวัดพระธรรมกาย และมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ก็มีส่วนช่วยเหลือในการ
Kalyanamitra.org