การเสด็จถึงกรุงกบิลพัสดุ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 4 เดือนเมษายน หน้า 95
หน้าที่ 95 / 116

สรุปเนื้อหา

ลู่ทางก็จริง แต่สองข้างทางก็เต็มไปด้วย ผู้คอยชมพระบารมี คนชราบางคน ดีใจถึงกับสะอื้น ประคองอัญชลีแล จ้องดูเสียเต็มตา เด็กน้อยซึ่งร้องเก่ง กวนใจมารดาบิดาเล่า ก็พลอยเงียบ ตะลึงแลไปตามผู้ใหญ่ “พระศาสดาเสด็จมาแล้ว! นี่ หรือเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้มีพระเมตตา กรุณาต่อปวงชน แม้ระยะกาล 5 ปีที่ เสด็จจากไป และการที่ทรงลำบากตราก ตรา จะทำให้ทรงมีพระฉวีคล้ำไปบ้าง แต่ก็ดูเหมือนจะเพิ่มความสง่าให้แก่ พระพักตร์ซึ่งดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่มิได้ คลายความงามลงเลย บ้างก็ชี้ให้กัน และกันดูว่า นั่นอย่างไรเล่าพระภิกษุ รูปที่เดินตามใกล้ชิด คอยชี้กราบทูล ให้เสด็จทางโน้นทางนี้ คือท่านกาฬุทายี มหาอำมาตย์ ผู้เป็นทูตไปทูลเชิญแล้ว เลยออกบวช หมู่ภิกษุที่เดินสำรวม ตามเสด็จส่วนมากอยู่ในวัยหนุ่ม มีท่วงที และผิวพรรณแสดงความเป็นผู้มีสกุ

หัวข้อประเด็น

- การเสด็จถึงกรุงกบิลพัสดุ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

จะจากไปแล้ว สระโบกขรณีอันปลูก บัวขาบ, บัวขาว และบัวหลวง แต่ละ สระเล่าก็ยังคงมีความงามตามธรรมชาติ เหมือนดังเดิม "ในที่สุดวันอันคนทั้งหลายทั้ง ตาคอยก็มาถึง พระศาสดาพร้อมด้วย สาวกทั้งปวงนับจํานวนมากมาย ก็ เสด็จถึงกรุงกบิลพัสดุ์ แม้ราชบุรุษ จะคอยกันผู้คนมิให้มามุงแน่นกีดขวาง ลู่ทางก็จริง แต่สองข้างทางก็เต็มไปด้วย ผู้คอยชมพระบารมี คนชราบางคน ดีใจถึงกับสะอื้น ประคองอัญชลีแล จ้องดูเสียเต็มตา เด็กน้อยซึ่งร้องเก่ง กวนใจมารดาบิดาเล่า ก็พลอยเงียบ ตะลึงแลไปตามผู้ใหญ่ “พระศาสดาเสด็จมาแล้ว! นี่ หรือเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้มีพระเมตตา กรุณาต่อปวงชน แม้ระยะกาล 5 ปีที่ เสด็จจากไป และการที่ทรงลำบากตราก ตรา จะทำให้ทรงมีพระฉวีคล้ำไปบ้าง แต่ก็ดูเหมือนจะเพิ่มความสง่าให้แก่ พระพักตร์ซึ่งดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่มิได้ คลายความงามลงเลย บ้างก็ชี้ให้กัน และกันดูว่า นั่นอย่างไรเล่าพระภิกษุ รูปที่เดินตามใกล้ชิด คอยชี้กราบทูล ให้เสด็จทางโน้นทางนี้ คือท่านกาฬุทายี มหาอำมาตย์ ผู้เป็นทูตไปทูลเชิญแล้ว เลยออกบวช หมู่ภิกษุที่เดินสำรวม ตามเสด็จส่วนมากอยู่ในวัยหนุ่ม มีท่วงที และผิวพรรณแสดงความเป็นผู้มีสกุล “มหาชนยิ่งเนืองแน่นขึ้นทุกที ไม่เป็นอันซื้อขายหรือเจรจาให้เป็นที่ ตกลงกันได้ ต่างมาสนใจแต่จะแลดู พระมหาบุรุษ “เมื่อพระองค์เสด็จเลี้ยวไปตาม ถนนชายกรุงบางสายแล้ว ก็ถึงสวน ไม้ดอกไม้ผลอันได้นามว่านิโครธาราม เป็นอุทยานกว้างขวางน่าเจริญตา ควร เป็นที่พำนักแห่งพระศาสดาและสาวก ผู้พอใจในวิเวก ศากยราชได้เตรียมการ ต้อนรับ ณ ที่นี้ ทางเดินในภายในอุทยาน ก็เรียบราบเตียนสะอาด กุฎีน้อย ๆ มีเรียงรายอยู่ทั่วไป พอที่จะให้พระ แระพุทธสาวกเข้าพานักเป็นรายรูป หรือ ท่านองค์ใด ประสงค์จะอยู่โคน ไม้ใหญ่อันร่มรื่น ก็อาจจะหาที่เช่นนั้น ได้สะดวก น้ำใช้น้ำฉันอันสะอาดมีไว้ ให้พร้อม ในที่ใกล้พระกุฎีที่ประทับ ของพระศาสดา มีศาลาโถงใหญ่อัน ประดับไว้เป็นพิเศษ “ในขณะนี้ชาวพระนครทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ก็ไหลหลังตามเสด็จเข้ามา เนืองแน่น ครั้นแล้วกลุ่มราชกุมาร ราช กุมารีมีพระประยูรญาติผู้ใหญ่ปนมา ก็ เข้าเฝ้านั่งลดหลั่นกันไป ดูลานตาเหลือ ที่จะนับประมาณ สมเด็จพระพุทธบิดา เสด็จมาถึงและประทับเบื้องหน้าชน ทั้งปวง “พระศาสดาได้ทรงทักทายปรา ศรัยด้วยพระสําเนียงอันชวนให้ มีจิตใจชื่นบาน พระพักตร์ที่อิ่มเอิบไป ด้วยแววแห่งพระเมตตากรุณา และ พระลักษณะอื่น ๆ อันสำแดงความเป็น พระมหาบุรุษ ได้เป็นเหตุทำลาย มานะทิฐิของพระประยูรญาติผู้ใหญ่เสีย สิ้น เมื่อได้สดับพระพุทธฎีกาปราศรัย อันเป็นประหนึ่งทรงโปรยทิพยวารีลง มาจากอากาศเช่นนั้น ต่างก็พากันก้ม ลงกราบกรานด้วยความเลื่อมใสอัน พิเศษ เฉพาะพระพุทธบิดานั้นเล่า ก็ อิ่มเอมปลื้มปลาบที่ได้เห็นพระโอรส เสด็จมาโปรดสมประสงค์ ยิ่งได้ทอด พระเนตรเห็นชนทั้งปวงแสดงคารวะ สูงกว่าในฐานะเป็นกษัตริย์ ความทุกข์ โทมนัสอันใด ที่สุมอยู่ในพระอุระเป็น เวลาแรมหลายปี อาการนั้น ๆ ก็กลาย เป็นโสมนัสยินดีสุดที่จะประมาณเมื่อ พระโอรสกล่าวธรรมะโปรดพระญาติ และประชาชาวพระนครให้ได้ชื่นบาน เห็นอรรถเห็นธรรมนั้น จึงมิได้เป็น อันตั้งพระหฤทัยกำหนดตามพระธรรม เทศนาได้ แม้จะมีผู้ได้ตรัสรู้ตามเป็น อันมาก พระราชาผู้เฒ่าก็มิได้ตรัสรู้อะไร คงได้แต่เสด็จกลับปราสาทด้วยความ เบิกบานยิ่ง “ต่อวันรุ่งขึ้น เมื่อพระศาสดา เสด็จไปบิณฑบาตในกรุงกบิลพัสดุ พระบิดาทรงทราบ เสด็จมาตัดพ้อว่าทำ ให้เสื่อมเสียพระเกียรติในการที่ไปเที่ยว บิณฑบาตเช่นนั้น พระศาสดาก็ทรง ชี้แจงให้ทรงทราบถึง พระพุทธจริยาที่ จะทรงโปรดประชากรทุกเหล่ามิได้เลือก หน้า ครั้นแล้วจึงทรงแสดงธรรมโปรด พระพุทธบิดา ให้ได้ดวงตาเห็นธรรม ต่อจากนั้น พระพุทธบิดาจึงนำเสด็จ ไปโปรดพระนางเจ้าพิมพาผู้จงรัก ทรง แสดงธรรมถูกลูกศรคือความโศก ส เนหาของพระนางให้ได้ธรรมจักษุแล้ว ก็เสด็จกลับนิโครธาราม "ในเวลาไม่กี่วัน พระราหุล พระโอรส พระนันทะ และพระประยูร ญาติอื่น ๆ ที่เป็นรุ่นพระอนุชา ก็พา กันผนวชตามรอยพระบรมสุคต น คือข้อความพรรณนาพระประวัติตอน หนึ่ง ซึ่งข้าพเจ้ากล่าวแก่ท่านทั้งหลาย ในวันรามนวมีอันเวียนมาถึงนี้” ท่าน พราหมณ์ผู้เฒ่าได้จบลงด้วยจรดอัญชลี เหมือนลาฏ แล้วเปล่งวาจานมัสการแด่ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธะ พระองค์ นั้น (อ่านต่อฉบับหน้า) Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More