ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทันทีที่เสียงเพลงธรรมดังกระ
ดื่มขึ้น พลังแห่งความจริงใจ ความ
ปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์ได้พุ่งออก
จากศูนย์กลางกาย สาดซัดไปยังดวงใจ
ของมหาชนระลอกแล้ว ระลอกเล่า
จนครอบคลุมไปทั่วบริเวณนั้น
กัลยาณมิตรหลายท่าน ได้มา
เล่าในภายหลังว่า ด้วยการฟังเพลง
ธรรมในครั้งนั้น หลาย ๆ ท่าน ได้
เกิดอาการที่ใจรวม ตกศูนย์กลางกาย
อย่างรวดเร็ว บังเกิดดวงปฐมมรรค
สว่างไสวด้วยอานุภาพแห่งเสียงเพลง
ธรรมนั้น ซึ่งได้เคยปรากฏมีมาแต่ครั้ง
อดีตกาลว่า เพลงขับที่เป็นสุภาษิตนั้น
สามารถทำให้บรรลุคุณวิเศษได้
ดังมีเรื่อง กล่าวไว้ว่า ภิกษุชื่อว่า
ติสสะ ผู้ปรารภวิปัสสนา กำลังเดินไป
โดยหนทางอยู่ใกล้สระปทุม ได้สดับ
เสียงเด็กหญิง ผู้หักดอกปทุม อยู่ใน
สระปทุม ขับเพลงธรรม ซึ่งมีเนื้อร้อง
ดังนี้
"ดอกปทุมชื่อ โกกนุท บาน
แล้วในเวลาเช้า ถูกแสงพระอาทิตย์ |
แผดเผา (ให้เหี่ยวแห้งไป) ฉันใด
สัตว์ทั้งหลาย ผู้ถึงความเป็นมนุษย์
ย่อมเหี่ยวแห้งไปด้วยกำลังชรา
ฉันนั้น” ภิกษุติสสะได้ฟังเพลง
บทีเป็นเพลงธรรมดังนี้แล้ว ก็บรรลุ
พระอรหันต์
แต่เรื่องที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่านั้น
คือ เพลงธรรมนี้ สามารถทำให้บรรลุ
เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าได้
ยังมีบุรุษผู้หนึ่ง เกิดในระหว่าง
๑. จากหนังสือ มังคลัตถทีปนี แปล เล่ม ๒
ของมหามกุฏราชวิทยาลัย
๒. โกกนุท (บัวแดง) A red Lotus
ช่วงพุทธันดร (ช่วงเวลาว่างระหว่าง
ศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งกับ
อีกองค์หนึ่ง) กลับออกมาจากป่าพร้อม
กับบุตร ๗ คน ได้ฟังเพลงธรรมของ
สตรีผู้หนึ่ง ที่กำลังตาข้าวอยู่ โดยมี
เนื้อร้องดังนี้
"สรีระ อาศัยหนังมีผิวเหี่ยว
แห้ง ถูกชราย่ำยีแล้ว สรีระนี่ถึงความ
เป็นเหยื่อของมฤตยู ย่อมตกไปเพราะ
มรณะ
สรีระนี่ เป็นที่อยู่ของหมู่หนอน
เต็มไปด้วยซากศพต่าง ๆ สรีระ เป็น
ภาชนะของไม่สะอาด สรีระ เสมอ
ด้วยท่อนไม้"
บุรุษผู้นั้นพร้อมกับบุตรทั้ง ๗
เมื่อได้ฟังเพลงธรรม และส่งใจพิจารณา
ตาม ก็ได้บรรลุปัจเจกโพธิญาณพร้อม
กันกับบุตรทุกคน
ด้วยเหตุนี้ เพลงธรรมที่กระหม
ในวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่ง
ขับร้องโดยวงคอรัส (ขับร้องประสาน
เสียง) วงแรกของพระพุทธศาสนา จึง
ได้อุบัติขึ้น
ความสำเร็จในครั้งนี้ นอกจาก
จะมี อาจารย์สันติ ลุนเผ่ ผู้ทำเพลง
คุณเกษมสุข ภมรสถิตย์ ผู้ประพันธ์
เนื้อร้องและผู้ขับร้องวงคอรัสอีก ๒๐๐
กว่าชีวิต ที่มีความอดทน พยายามอย่าง
แรงกล้าแล้ว ผู้ที่ดำเนินงานประสาน
งานมาตั้งแต่เริ่มแรก คือ ล็อต ไพศิลป์
และคุณผุสดี ศรีโส
ครอบครัวกัลยาณมิตรนี้ ก็
เช่นเดียวกับกัลยาณมิตรครอบครัว
อื่น ๆ ที่มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์
ต่อตนเอง และผู้อื่น โดยปฏิบัติตาม
2. จากหนังสือ มังคลัตถทีปนี แปล
เล่ม ๒ หน้า ๑๘๗-๑๔๘
คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมา
สัมพุทธเจ้า ในเรื่องการบำเพ็ญทาน
รักษาศีล และเจริญภาวนา
ลักษณะเด่นของกัลยาณมิตร
ทุกคนในครอบครัวที่ปรากฏชัด คือ
เป็นผู้ที่มีความยิ้มแย้มแจ่มใส ใบหน้า
อาบไปด้วยกระแสแห่งความสุข เปี่ยม
ด้วยสติปัญญา พร้อมที่จะแก้ปัญหา
ที่ถาโถมเข้ามาให้ลุล่วงไปด้วยดี และ
ประการสำคัญคือ เป็นผู้มีความอ่อน
โยน จริงใจ และรักที่จะเป็นผู้ให้
ก่อนที่จะมาเข้าวัดพระธรรมกาย
เมื่อปี ๒๕๑๙ เรือตรีไพศิลป์ มีความ
สนใจในเรื่อง พุทธศาสนาอยู่เป็น
ทุนอยู่แล้ว โดยเน้นหนักในภาคปริยัติ
จนสามารถสอบนักธรรมตรีได้ที่
ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังบวชเป็นพระภิกษุ
อยู่ที่วัดประจำบ้านเกิด ที่จังหวัดสมุทร
สงคราม
0
“ผมเคยได้ยินคำว่า ธรรมกาย มา
ก่อนนะครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนที่ผมยัง
บวชอยู่ ขณะนั่งรถกลับจากกรุงเทพฯ
เจอพระวัดปากน้ำฯ นั่งรถไฟขบวน
เดียวกัน ท่านไม่มีที่พัก ผมก็นิมนต์ท่าน
ไปพักที่กุฏิ ท่านได้ให้หนังสือแก่ผมเล่ม
หนึ่ง ก็เลยรู้จักการนั่งสมาธิครั้งแรก
จากหนังสือ รู้จักคำว่า “สัมมา อะระหัง”
แต่ยังไม่กล้านั่ง เพราะเคยได้ยินมาว่า
ถ้านั่งโดยไม่มีคนแนะนำคนควบคุม
แล้ว จะเป็นบ้า แต่พอผมได้มานั่งครั้ง
แรกที่วัดพระธรรมกายก็เกิดปีติมาก
รู้สึกว่ามีความสุขอย่างอธิบายให้ใครฟัง
ไม่ถูก นอกจากต้องลองนั่งเอง”
สำหรับเหตุที่จูงใจให้ครอบครัวนี้
เข้าปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกาย เริ่ม
ด้วย คุณผุสดี หรือพี่หนุน ซึ่งรับราช
การอยู่ที่กองดุริยางค์ทหารเรือเช่น
Kalyanamitra.org
สต