พระพุทธภาษิตเกี่ยวกับลาภ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 4 เดือนเมษายน หน้า 47
หน้าที่ 47 / 116

สรุปเนื้อหา

กว้างไกล ลึกตื้นไม่เท่ากัน แต่งตั้งให้เองต่างหาก ตัวของวัตถุมิได้รับรู้ไปกับการแต่งตั้งของมนุษย์ ด้วยเลย ฉะนั้น ไม่ว่าบุคคลใด จะเป็นพระภิกษุก็ตาม หรือคนธรรมดาก็ตาม หากยังไม่รู้เป้าหมายชีวิต ยังไม่รู้ว่าตนเกิดมาทำไม ควรใช้ชีวิตอย่างไร จึงจะ คุ้มกับการที่ได้เกิดมา ย่อมมัวแต่ใช้ความคิดให้ ยุ่งยาก และหมกมุ่นคอยแต่เปรียบเทียบเรื่อง สมบัติของตนเองและผู้อื่นอยู่ร่ำไป ใจของบุคคล เช่นนี้ย่อมพลุ่งพล่าน ประดุจน้ำเดือด และจะ แสวงหาแต่ทรัพย์สมบัติ เพื่อให้เหนือกว่าผู้อื่นเพียง อย่างเดียว โดยไม่แสวงหาความดี คนหิวโหย ดูหมิ่นอาหารว่า ไม่สมควรแก่ตน ย่อมถึงแก่ความตายฉันใด คนที่ได้ลาภ ทรัพย์ สมบัติ สิ่งของใด ๆ มาแล้ว ไม่ยินดีในสิ่งที่ตนได้ ส่วนบุคคลใด ที่มีเป้าหมายชีวิต รู้ว่าตัวเอง มา กลับชอบนำไปเปรียบเทียบกั

หัวข้อประเด็น

- พระพุทธภาษิตเกี่ยวกับลาภ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระพุทธภาษิต ค่าแปล สลาภ นาคิมเบยย นาญเญส์ ใหย่ จร อญเบส ปิทย์ ภิกขุ สมาธิ นาธิกานติ ไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน ไม่ควรปรารถนาลาภของผู้อื่น เมื่อภิกษุปรารถนาลาภของผู้อื่น ใจย่อมไม่เข้าถึงสมาธิ คําอธิบายขยายความ กว้างไกล ลึกตื้นไม่เท่ากัน แต่งตั้งให้เองต่างหาก ตัวของวัตถุมิได้รับรู้ไปกับการแต่งตั้งของมนุษย์ ด้วยเลย ฉะนั้น ไม่ว่าบุคคลใด จะเป็นพระภิกษุก็ตาม หรือคนธรรมดาก็ตาม หากยังไม่รู้เป้าหมายชีวิต ยังไม่รู้ว่าตนเกิดมาทำไม ควรใช้ชีวิตอย่างไร จึงจะ คุ้มกับการที่ได้เกิดมา ย่อมมัวแต่ใช้ความคิดให้ ยุ่งยาก และหมกมุ่นคอยแต่เปรียบเทียบเรื่อง สมบัติของตนเองและผู้อื่นอยู่ร่ำไป ใจของบุคคล เช่นนี้ย่อมพลุ่งพล่าน ประดุจน้ำเดือด และจะ แสวงหาแต่ทรัพย์สมบัติ เพื่อให้เหนือกว่าผู้อื่นเพียง อย่างเดียว โดยไม่แสวงหาความดี คนหิวโหย ดูหมิ่นอาหารว่า ไม่สมควรแก่ตน ย่อมถึงแก่ความตายฉันใด คนที่ได้ลาภ ทรัพย์ สมบัติ สิ่งของใด ๆ มาแล้ว ไม่ยินดีในสิ่งที่ตนได้ ส่วนบุคคลใด ที่มีเป้าหมายชีวิต รู้ว่าตัวเอง มา กลับชอบนำไปเปรียบเทียบกับของผู้อื่นอยู่ร่ำไป เกิดมาทำไม ก็จะใช้ทรัพย์สมบัติ และปัจจัยสี่ได้ แล้วดูหมิ่นของ ๆ ตน บุคคลนั้น ย่อมหาความ ตรงตามวัตถุประสงค์ของตัวมันเอง จะไม่อิจฉา สบายใจไม่ได้ จิตใจก็จะแห้งเหี่ยวตายฉันนั้น ทั้ง ริษยาในลาภของผู้อื่น จะใช้เวลาทั้งหมดไปทำความ นี้ เพราะคิดไม่ได้เนื่องจากไม่ได้คิดว่า เครื่องอุป- ดี บำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ตนเองและแก่โลก ใจ โภคหรือบริโภค และปัจจัยสี่ทั้งหลาย เป็นเพียง ของบุคคลนั้นจะเยือกเย็นสุขสบาย สว่างผ่องใส เครื่องหล่อเลี้ยงสังขารร่างกาย ให้ดำรงอยู่เท่านั้น เป็นสมาธิได้ง่าย ส่วนคุณค่าและมูลค่าของสิ่งทั้งหลาย ขึ้นอยู่กับ ถ้าทำใจได้อย่างนี้แหละ จะ “เข้าถึงสมาธิ” ได้ ความรู้สึกของแต่ละบุคคล ซึ่งมีระดับสติปัญญา โดยไม่ลำบากใจเลย Kalyanamitra.org ๔๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More