ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทางแห่งความดี
วศิน อินทสระ
สถานที่อันน่ารื่นรมย์
ถ้าอยู่นานไปก็จะต้องเป็นเหมือนกัน
เรวัตถุมารสลดใจว่า “สรีระ
เรวัตกุมารถม
“ท่านไม่รู้จักกระผมหรือ?"
อย่างนั้น
"ไม่รู้จัก"
แม้ดูงาม แต่ไม่นาน วัยชราก็จะมา
“กระผมเป็นน้องชายของ
กลืนความงามเหล่านั้นเสียหมดสิ้น
อุปติสสะ"
“ก็ใครเล่าคืออุปติสสะ?”
พระเรวตเถระเป็นน้องชายพระ
สารีบุตร-น้องชายคนสุดท้อง น้อง
คนอื่น ๆ ของท่าน ทั้งหญิงและ
ชายได้ออกบวชตามท่านกันหมดแล้ว
คือน้องสาว ๓ คน ชื่อ จาลา อุป
จาลาและสีสุปจาลา น้องชาย ๒
คือ จุนทะ และ อุปเสนะ
อน
มารดาของท่านเกรงว่า พระ
สารีบุตรจะชวนน้องชายคนเล็กบวช
เสียอีก จึงคิดจะผูกเรวัตกุมาร
ไว้ให้มั่น ด้วยเครื่องผูกคือการ
ครองเรือน จึงจัดแจงให้แต่งงาน
ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ
เมื่อญาติประชุมกัน อวยพรให้
คู่บ่าวสาว ญาติทางฝ่ายหญิงได้
กล่าวว่า “ขอเจ้าจงเห็นธรรมที่ยาย
ของเจ้าเห็นแล้ว จงมีอายุยืนนาน |
เหมือนยายของเจ้า"
เรวัตกุมาร สงสัยว่าอะไรคือ
ธรรมที่ยายของเด็กหญิงเห็นแล้ว
คนไหนคือยายของเด็กหญิง เขา
ถามญาติทางฝ่ายหญิง พวกญาติได้
บอกให้เขารู้จักหญิงคนหนึ่งซึ่งมี
อายุได้ ๑๒๐ ปี ฟันหลุด ผมหงอก หนัง
หดเหี่ยว ตัวตกกระ หลังโกง
เรวัตถุมารถามว่า หญิงที่เขา
แต่งงานด้วยต่อไปจะต้องเป็นอย่าง
นั้นเหมือนกันหรือ ได้รับค่าตอบว่า
อุปติสสะพี่ของเราคงเห็นเหตุนี้แล้ว
จึงออกบวช เราเองก็ควรจะหนีออก
บวชเสียในวันนี้ทีเดียว”
เมื่อพิธีแต่งงานเสร็จแล้ว พวก
ญาติได้อุ้มเขาขึ้นสู่ยานกับเจ้าสาว
พากลับบ้าน เขานั่งในยานไปได้
หน่อยหนึ่ง บอกญาติว่าปวดท้อง
อุจจาระ ขอลงถ่ายอุจจาระ พวก
ญาติก็หยุดยานคอย
ๆ
เขาท่าดังนี้บ่อย ๆ หลายครั้ง
พวกญาติเห็นว่าเขาไป ๆ มา ๆ
บ่อย ๆ จึงมิได้ระวังรักษาเข้มแข็ง
ในครั้งสุดท้าย เขาบอกว่าให้ญาติ
ขับยานไปเรื่อย ๆ ก่อน เขาเสร็จ
ธุระแล้วจะเดินตามไป
โอกาสก็หนีไปยังสำนักของภิกษุผู้อยู่
ป่าเป็นวัตรกลุ่มหนึ่งประมาณ ๓๐ รูป
ขอบวชกับภิกษุเหล่านั้น
เมื่อได้
ภิกษุทั้งหลายกล่าวว่า
“ผู้มีอายุ ท่านประดับด้วย
เครื่องอลังการพร้อม พวกข้าพเจ้าไม่
ทราบว่าท่านเป็นพระราชโอรส
หรือบุตรของอำมาตย์ จักให้ท่าน
บวชได้อย่างไร?
"ท่านผู้เจริญ! ท่านเรียก
พี่ชายกระผมว่า สารีบุตร เมื่อ
กระผมเรียกชื่อเดิมว่าอุปติสสะ
พวกท่านจึงไม่รู้จัก
ภิกษุทั้งหลายกล่าวว่า
“ถ้ากระนั้นมาเถิด พี่ชายของ
ท่านสั่งไว้แล้วเหมือนกัน ว่าถ้าท่าน
มาขอบวชให้บวชให้
เมื่อบวชแล้ว ภิกษุทั้งหลาย
ได้ส่งข่าวไปบอกพระสารีบุตรเถระ
พระสารีบุตรทูลลาพระศาสดาว่า
จะไปเยี่ยมน้องชาย แต่พระศาสดา
ทรงขอร้องว่าอย่าเพิ่งไปเลยให้รออยู่
ก่อน ล่วงไปอีก ๒-๓ วัน พระสารีบุตร
ทูลลาอีก พระศาสดาทรงขอร้องอย่าง
เดิม และตรัสว่าพระองค์ก็จะเสด็จไป
เหมือนกัน
ฝ่ายสามเณรเรวัตคิดว่า “ถ้า
เราจะอยู่ที่นี้ พวกญาติอาจตามมา
พบได้ จึงเรียนวิธีทำกัมมฐานจนถึง
พระอรหัตแล้วถือบาตรและจีวรเข้าไป
ในป่าไม้สะแก ลึกเข้าไปอีกประมาณ
๓๐ โยชน์ ได้บรรลุอรหัตผลในพรรษา
๔๔
Kalyanamitra.org