ข้อความต้นฉบับในหน้า
"ออกช่วงเช้านะ แตดยังไม่ร้อน
จะเลี้ยงเองไหม”
คำพูดตอนท้ายของผมเบาลง
เธอพยักหน้าก่อนที่จะพูดว่า
"ลองดูก่อน"
เด็กคนนี้เลี้ยงง่าย รู้อยู่ รู้กิน
ไม่อ้อน ไม่งอแง น่าสงสารเหมือนกัน
“บางที เด็กอาจจะมีสัญชาตญาน
ของการเอาตัวรอด" ผมคิด
ผมเริ่มได้ยินเสียงหัวเราะจาก
ภรรยาของผม อันที่จริง การมีเด็กก็
ดีเหมือนกัน เพราะช่วยให้บ้านดูมีชีวิต
ชีวาขึ้น ผมอยากบอกกับเธอว่า ถ้าเธอ
เพียงทำใจให้ได้ว่า นี่คือลูกของเรา
ทุกอย่างก็คงเรียบร้อยไม่มีปัญหา แต่
เมื่อผมสังเกตว่า บ่อยครั้งที่เธอมอง
ผมอย่างแปลก ๆ ผมก็ไม่ไว้ใจ กลัว
นะ"
ผมสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงร้องอย่าง
ตกใจของเชอ
“ถึงอย่างไร แกก็เป็นลูกของฉัน
ตลอดเวลาเก้าเดือน ฉันภาวนาอยู่
อย่างเดียวว่าให้แกเหมือนฉัน ทั้งหน้าตา
และความคิด คุณน่ะ ควรจะคิดถึง
คนอื่นบ้าง ถ้าคุณไม่มัวแต่ถ้ากินเหล้า
เรื่องมันก็คงไม่เป็นอย่างนี้ ฉันสังหรณ์
ใจอยู่แล้วเชียวว่า คุณจะต้องคิดร้าย ๆ
อย่างนี้กับลูกของฉัน”
ผมอ้าปากค้างฟังเธอพูดเร็วและ
ยาวเป็นรถไฟสายใต้ ตาแทบไม่กระพริบ
“หัดเอาธรรมะเข้าข่มบ้าง”
เสียงเธออ่อนลงเมื่อเห็นผม
นั่งเงียบ
“ผมจะบวชเข้าพรรษาปีหน้า”
ว่าถ้าเธอหวนคิดไปถึงเรื่องที่ผ่านมา
ผมบอกเธอเหมือนคนปัญญา
เธออาจจะขาดสติเผลอทำร้ายเด็กก็ได้
อ่อน
เพราะคิดอย่างนี้ ผมจึงคอยระวังไม่ทิ้ง
“ถ้าคิดได้อย่างนี้ก็ดี”
เธอและเด็กไว้ตามลำพังเป็นเวลานาน ๆ
เธอพูดเหมือนผมเป็นนักโทษ
ผมโทรไปหาเพื่อนที่ทำงาน ให้
เขาช่วยหาคนเลี้ยงเด็กให้ ผมอยากให้
มีคนอยู่เป็นเพื่อนเธอ ก่อนที่ผมจะ
กลับไปทํางาน
ๆ
วันหนึ่ง ขณะที่เธอหลับ ผม
ค่อย ๆ ยกเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ เตียงแล้ว
มองดูเจ้าหนูด้วยความกังวล พรุ่งนี้
ผมก็จะต้องไปทำงานแล้ว คนเลี้ยง
เด็กก็ยังไม่ได้ ผมเอื้อมมือไปลูบคอเด็ก
เบา ๆ
“ถ้าเธอเผลอตัว คอเล็ก ๆ อย่าง
นี้ บีบมือเดียวไม่ถึงนาที เด็กก็คงต้อง
ตย"
คิดแล้ว ผมก็อดสยดสยองใจไม่
ได้
ไม่ใช่สามีของเธอ
จากวันนั้นเป็นต้นมา หูผมก็
แว่วถึงคำพูดของเธอคำหนึ่งอยู่ซ้ำ ๆ
“ลูกของฉัน....ๆ..ๆ...”
ลูกของฉัน....ก็คือลูกของเธอ
ที่ไม่ใช่ลูกของเราทั้ง ๆ ที่ในใบ
เกิดของเด็กมีชื่อของผมเป็นพ่อ
ของมัน
หากผมตาย สมบัติทุกชิ้นก็
จะต้องตกเป็นของเด็ก ผมไม่ได้
หวงสมบัติ แต่เจ็บใจที่มันแย่งทุก
ส่งไปจากผมจนหมด
ยังเป็นทารก
ผมเริ่มกลายเป็นคนแพ้เหล้า
เพียงแค่ได้กลิ่น ผมก็จะอาเจียน แรก ๆ
ผมก็ไม่รู้ เมื่อเกิดอาการอย่างนี้บ่อย ๆ
ร่างกายของผมก็แย่ ผมจึงต้องพยายาม
อยู่ห่าง ๆ คนที่กินเหล้า เพื่อไม่ให้ได้
กลิ่นของมัน
“ทำไมเพิ่งมาแพ้เอาตอนนี้วะ
แล้วมันจะช่วยอะไรได้” ผมด่าตัวเอง
“พรรษานี้คุณจะบวชไม่ใช่หรือ
น่าจะเตรียมหาวัดไว้แต่เนิ่น ๆ จะได้
ไม่ขลุกขลัก” ภรรยาผมถามในวันหนึ่ง
“กะว่าอาทิตย์หน้าจะลงใต้”
"จะบวชภาคใต้หรือ"
“ลองไปถามดูก่อน”
ความจริง เมื่อเธอถามถึงเรื่อง
บวช ผมก็คิดถึงเจ้าวิเชียร ผมอยากจะ
ลงไปถามว่า มันยังเบื่อเมียอยู่หรือเปล่า
ถ้ามันทนยายพะโล้พูดของมันไม่ไหว
ผมก็อยากชวนมันบวช
หากบวชแล้วไม่สึกก็จะดี แต่
ผมก็เจ็บใจตรงที่จะต้องแบ่งกุศลส่วน
หนึ่งให้ภรรยาผม เพื่อเธอจะได้มีสุข
ภาพสมบูรณ์ มีกำลังไว้คอยเลี้ยงดูเจ้า
เด็กคนนั้น โดยไม่สนใจใยดีกับผมเลย
สักนิด
เมื่อผมอ่านหนังสือธรรมะเพื่อ
ศึกษาพระธรรมก่อนบวช ผมพบ
หนังสือเล่มหนึ่ง พรรณนาโทษของ
การดื่มน้ำเมาไว้เป็นร้อย แต่หนึ่งใน
ร้อยที่ผมโดนนั้นสาหัสนัก
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลัง
ดื่มเหล้า คุณก็ควรจะรีบเลิกดื่ม
เหล้าก่อนจึงค่อยมาหัวเราะเยาะผม
เพราะหากโดนเข้ากับตัวเอง คุณก็
คงหัวเราะไม่ออก แล้วจะหาว่าผม
ผมแพ้มันอย่างไม่มีศักดิ์ศรี ผม
ไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง เพราะกลัว
“อย่านะ อย่าทำอะไรลูกฉัน ว่าเขาจะเข้าข้างมัน มันได้เปรียบผมเพราะ
ไม่เดือน
Kalyanamitra.org
๔๗