ข้อความต้นฉบับในหน้า
ด้วยตำแหน่งครูที่โรงเรียนดุริ
ยางค์ทหารเรือ ร.ต.ไพศิลป์ มิได้ทำ
หน้าที่แค่เพียงถ่ายทอดความรู้ให้แก่
ศิษย์เท่านั้น หากยังได้ประคับประคอง
ให้ศิษย์ได้นำธรรมะไปใช้ดำเนินชีวิต
ในการเรียน เป็นการดำเนินชีวิตตาม
ครรลองที่ถูกต้อง โดยอาศัยการฉาย
สไลด์ เกี่ยวกับพุทธศาสนา เปิดเทป
ธรรมะ รวมทั้งการนั่งสมาธิ เพื่อให้
เกิดปัญญา และให้เกิดพลังความเชื่อมั่น
ในตนเอง จนทำให้วงโยธวาทิตที่เรือตรี
ไพศิลป์เป็นผู้ฝึกให้ ได้รับรางวัลชนะ
เลิศแห่งประเทศไทย เป็นปีแรกของ
โรงเรียน
“ตอนนั้น อาจารย์เจือ ผู้อำนวย
การ โรงเรียนวัดมกุฎกษัตริย์ฯซึ่งย้าย
มาจาก โรงเรียนวัดสุทธิฯ ต้องการที่จะ
บูมวงโยธวาทิต ก็ติดต่อให้ทางเราไป
สอน ก็ไปสอนกัน ๓ คน” น้ำเสียง
ของ ร.ต.ไพศิลป์ราบเรียบ ไม่ติดขัด
ขณะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่
นานนี้
“เริ่มตั้งวงเมื่อปี ๒๖ พอปีที่
เด็ก ๆ เรียนจบ เขาก็มาปรึกษาว่า
จะลงประกวด ก็บอกเขาว่า ถ้าประกวด
แล้ว แพ้ไม่ได้นะ ผมก็ดูเด็กมีความ
ตั้งใจมาก ระหว่างฝึกก็คิดว่า เด็ก ๆ
นี่จะต้องมีสมาธิ มีคุณธรรม ก็ให้เขา
นั่งสมาธิ แล้วพอไปวัด เขาก็ไปช่วย
งานกันเต็มที่ คือ ผมก็มีจิตมุ่งหมายว่า
เราไม่ควรที่จะให้แต่ความรู้แก่เด็ก
อย่างเดียว อยากให้คุณค่าแก่เด็กด้วย
ผมคิดว่าเมื่อเราพบสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
เราก็ควรให้ลูกศิษย์ ได้มีโอกาสรับสั่ง
ทีดีนั้นบ้าง”
dat
“ช่วงก่อนประกวด ผมก็ไป
กิน-นอนอยู่กับเด็ก ก่อนนอน เขาก็
นั่งสมาธิ แผ่เมตตา พอวันจะแข่ง มี
โรงเรียนเราเป็นวง UNKNOWN แต่ก็
คิดว่า เราสู้เขาได้ วงอื่น ๆ เขาประมาท
เรา อันนี้สำคัญที่สุดนะครับ ความ
ประมาทคือความพ่ายแพ้ตั้งแต่เริ่ม
ต้น ผลสุดท้าย เราก็ชนะเลิศได้แชมป์
กทม.ก่อน แล้วเป็นตัวแทน กทม. ไป
แข่งชิงแชมป์ประเทศไทย”
"พอคืนวันรุ่งขึ้นที่จะลงแข่ง
เด็กก็มาชวน อาจารย์ครับ คืนนี้นั่ง
สมาธิกันเถอะครับ พอฟังก็ปีติใจมาก
แล้วพอรุ่งขึ้น ก่อนที่จะเดินแถว ทุก
คนก็ถอดหมวก ยืนสมาธิก่อน ๑ นาที
๑
เพราะการมีสมาธินี่ ทำให้เกิดพลัง ทำ
Kalyanamitra.org