ข้อความต้นฉบับในหน้า
วัฒนธรรมแตกต่างกันออกไป พระ
ภิกษุก็จำเป็นต้องปรับตัวตามสภาพ
แวดล้อมของท่านตามความเหมาะสม
ที่วัดจิตตวิเวกใช้ระเบียบการฉันอาหาร
ของพระตามธรรมเนียมของวัดป่าสาย
พระอาจารย์ชาทุกประการ กระโถน
ถ้วยน้ำ และเหยือกน้ำ จะถูกเตรียม
ไว้ในห้องฉันอาหารอย่างเรียบร้อย
เมื่อถึงเวลา พระภิกษุแต่ละองค์จะมา
ปูผ้ารองนั่งของท่านเอง และอุ้มบาตร
เข้าไปบิณฑบาตในโรงอาหาร พระจะ
ฉันอาหารในบาตรแบบพระธุดงค์ ใน
วัดนี้มีแม่ชีถือศีล ๑๐ ห่มผ้าสีกลักอยู่
๒ รูป เป็นชาวอังกฤษ และมีอุบาสก
ถือศีล ๘ หรือที่เรียกว่า อนาคาริกะ
โกนศีรษะ นุ่งขาวห่มขาวแบบ “ปะขาว”
ของวัดหนองป่าพง อุบาสกรับประทาน
อาหารในชามกาละมัง ส่วนแม่ชีรับประ
ทานอาหารในบาตรดินเผา นั่งเป็นแถว
รวมกันอยู่ทางตอนหลังของห้องฉันอา
หาร ซึ่งเรียกว่า “Shrine Room” ซึ่งใช้
เป็นที่ประชุมของ พระ ชี อุบาสก อุบาสิ
กา ในการสวดมนต์ทำวัตร และประ
กอบพิธีกรรมต่าง ๆ ในห้องนี้มีพระ
พุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักประมาณ
๓ ศอกเศษ ปิดทองเหลืองอร่าม ตั้งเป็น
องค์ประธานอยู่บนแท่นบูชาหลังอาสนะ
สงฆ์
พระฝรั่งที่วัดนี้ท่านกำหนด
ธรรมเนียมเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติ
ธรรมของหมู่คณะท่าน เช่นเรียกพระ
ผู้อาวุโสว่า “ภนฺเต ๒ เรียกแม่ชีว่า
* อนาคาริกะ ผู้ไม่ครองเรือน ผู้สละเรือน
๒ “ข้าแต่ท่านผู้เจริญ” เป็นคำที่ภิกษุผู้อ่อนพรรษา
กว่าเรียกภิกษุผู้ที่แก่พรรษากว่า (ผู้น้อยเรียก
ผู้ใหญ่) หรือคฤหัสถ์กล่าวเรียกพระภิกษุ, คู่
กับคำว่า "อาวุโส” (ผู้ใหญ่เรียกผู้น้อย)
ATA
พระพุทธรูปปางมารวิชัย ในห้องประชุม “Shrine Room"
“อยุยา” ซึ่งเป็นศัพท์บาลีแปลว่า “แม่
นางผู้เจริญ” เป็นสรรพนามใช้เรียก
ภิกษุณีในสมัยพุทธกาล และคำว่า
“ทาน” ของที่นี่หมายถึง การถวายทาน
หรือทำบุญในภาษาไทย เมื่ออาตมาไป
อยู่ใหม่ ๆ ฟังสำเนียงเหล่านี้จะแปลก
หูไปมากทีเดียว เพราะการออกเสียง
ของฝรั่งนั้น ตัว “ท” จะออกเสียงเป็น
“ต” จึงฟังเป็น “ตานะ” หรือ “ต้านะ”
ต้องฟังอยู่บ่อย ๆ จนเคยชิน
- กิจวัตรของวัดจิตตวิเวกนี้คล้าย
พระธรรมกายเรา
กับการอบรมธรรมทายาท ของวัด
คือ ที่ ๔ จะตี
ระฆังปลุก มีเวลาให้ทำกิจส่วนตัว
ประมาณ ๑ ชั่วโมง ในช่วงเวลานี้จะ
เป็นเวลาฝึกกายบริหารด้วย พระฝรั่ง
และอนาคาริกะทั้งหลายจะออกมาเข้า
แถวในสนามหญ้าด้านหลังห้องอาหาร
กายบริหารที่ปฏิบัติกันคือ “ไท้เก๊ก”
หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “ไทซี” เหมือนกับที่
ในกรุงเทพฯ ปฏิบัติกันตอนเช้าที่สวน
ลุมพินีอย่างนั้น พระฝรั่งรำมวยจีนกัน
ได้คล่องแคล่วทะมัดทะแมง โดยเฉพาะ
เมื่อสวมเสื้อกันหนาวคล้าย ๆ พระจีน
ทำให้นึกถึงวัดเสียวลิ้มต้นฉบับของ
วิชากำลังภายในของจีน การออกกำลัง
กายแบบนี้คนนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในอังกฤษ การฝึกโยคะแบบอินเดีย
ได้กลายเป็นของไม่ทันสมัยไปเสียแล้ว
ข้อดีประการหนึ่งของการฝึกมวยจีน
คือ การรวมใจไว้กลางตัว ทำให้ช่วย
การฝึกสมาธิได้ดีขึ้น สาเหตุที่มวยจีน
เข้ามาแพร่หลายในวัดนี้ได้ ก็เพราะมี
พระฝรั่งองค์หนึ่งป่วยเป็นโรคลำไส้
อักเสบเรื้อรัง การรักษาทางแพทย์แผน
ปัจจุบันไม่ช่วยให้อาการดีขึ้นได้ ต่อมา
ปรากฏว่า พระองค์นี้ทุเลาจากอาการ
ป่วย มีสุขภาพดีขึ้นมาก เมื่อได้มาฝึก
Kalyanamitra.org
อด