มารยาทของนักบวชและการปรับปรุงมารยาทในสังคมไทย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 4 เดือนเมษายน หน้า 54
หน้าที่ 54 / 116

สรุปเนื้อหา

ไม่ว่าลมที่ออกจากตัวเรา แม้ที่สุด เสียง ที่ออกจากตัวเรา จริง ๆ แล้วไม่น่ารัก สักอย่าง จริงๆ แล้ว น่าสะอิดสะ เอียนทั้งนั้นแหละ น้ำที่ออกมาจากตัวเรา เช่น ขี้มูก มันน่าดูซะเมื่อไร น้ำลายลองใครบ้วน น้ำลายให้เรากินซักถ้วยจ้างก็ไม่เอา เคืองตาย เห็นจะพอดูได้ก็น้ำตาของบาง คน ดูมันสวยดีหรอก หยดยังกะน้ำค้าง แต่พอเข้าไปใกล้ก็ไม่ไหว ยิ่งน้ำปัส สาวะ เลิกพูดกัน นี่ของเหลวออกจาก ร่างกาย เอาเข้าจริง ๆ จัง ๆ แล้วน่า สะอิดสะเอียนของแข็งออกจากร่างกาย ยิ่งไม่ต้องอธิบายละนะ ของตัวเองยัง รังเกียจรำคาญเลย ออกมาแล้วต้องรีบ ล้างรีบเช็ด กลิ่นที่ออกจากตัวเรา ไม่มีดี เอา เถอะ พอเหงื่อออกแล้ว ต้องหาน้ำอบ น้ำหอม มาชะโลมกันเอาไว้ ไม่งั้นกลิ่น มารยาทไทย ที่จะพูดในวันนี้ เป็นการยกเอา หมวดพระวินัย หมวดหนึ่งในวินัย ของพระสงฆ์

หัวข้อประเด็น

- มารยาทของนักบวชและการปรับปรุงมารยาทในสังคมไทย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กับมารยาทของนักบวชที่ดีงามใน ยุคนั้น ซึ่งพระองค์ได้พิสูจน์มา แล้วว่าดีจริง ๆ แล้วปรับปรุง เปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติม มา กลายเป็นมารยาทของพระภิกษุ จากนั้นได้กลายมาเป็นมารยาทของ ชาวไทยเราด้วย ก่อนอื่นต้องทำ ความเข้าใจกันเสียก่อนว่า ทำไม จึง ต้องมาฝึกมารยาทกัน ว่ากันจริง ๆ ขั้นพื้นฐานแล้วละก็ G). เพื่อปกปิดความไม่งาม ในร่างกายของเรา ทั่งกัน เพื่อป้องกันการกระทบกระ ในตัวของเรานี้ไปดูเถอะ ไม่ว่า ของแข็ง ของเหลว ไม่ว่าอากาศ ไม่ว่าลมที่ออกจากตัวเรา แม้ที่สุด เสียง ที่ออกจากตัวเรา จริง ๆ แล้วไม่น่ารัก สักอย่าง จริงๆ แล้ว น่าสะอิดสะ เอียนทั้งนั้นแหละ น้ำที่ออกมาจากตัวเรา เช่น ขี้มูก มันน่าดูซะเมื่อไร น้ำลายลองใครบ้วน น้ำลายให้เรากินซักถ้วยจ้างก็ไม่เอา เคืองตาย เห็นจะพอดูได้ก็น้ำตาของบาง คน ดูมันสวยดีหรอก หยดยังกะน้ำค้าง แต่พอเข้าไปใกล้ก็ไม่ไหว ยิ่งน้ำปัส สาวะ เลิกพูดกัน นี่ของเหลวออกจาก ร่างกาย เอาเข้าจริง ๆ จัง ๆ แล้วน่า สะอิดสะเอียนของแข็งออกจากร่างกาย ยิ่งไม่ต้องอธิบายละนะ ของตัวเองยัง รังเกียจรำคาญเลย ออกมาแล้วต้องรีบ ล้างรีบเช็ด กลิ่นที่ออกจากตัวเรา ไม่มีดี เอา เถอะ พอเหงื่อออกแล้ว ต้องหาน้ำอบ น้ำหอม มาชะโลมกันเอาไว้ ไม่งั้นกลิ่น มารยาทไทย ที่จะพูดในวันนี้ เป็นการยกเอา หมวดพระวินัย หมวดหนึ่งในวินัย ของพระสงฆ์เรียกว่า หมวดเสขิยวัตร ว่าด้วยมารยาท อันงดงาม ของ พระภิกษุ ซึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้น่ามาจาก มารยาทกษัตริย์ เพราะพระองค์เป็น เจ้าชายในราชวงศ์ ของกรุงกบิลพัสดุ์ มาก่อน ไม่ดีในร่างกายเป็นต้องรบกวนชาวบ้าน สีตัวเรานี่ก็เหมือนกัน ไม่ค่อยมีดี ยิ่งพอ โกรธ หน้าเขียว หน้าดำ ปากสั่น หน้า เป็นผีเสียเลย หน้าเป็นยักษ์ไปเลย ทั้ง เนื้อทั้งตัวเรานอกจากคุณธรรมแล้วจะ เอาของดี ๆ หายาก ทั้งเนื้อทั้งตัวเราน่ะมันมีของไม่ ดี อย่างนี้ ถ้าเราไม่ระวังก็ไปก่อความ รำคาญให้ชาวบ้าน เมื่อก่อความรำคาญ เข้า ใครล่ะจะรัก ความน่ารักหมดไป เลย แม้ไม่ได้ทำอะไรหรอกนั่งอยู่เฉย ๆ แต่นั่งไปท้องมันร้องจ๊อก ๆ ไป คน ข้าง ๆ ก็รำคาญ นี่เสียงออกจากตัวเรา มันก็ไม่ใช่เสียงที่ไพเราะอะไร บางคน ยิ่งเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นโรคระบบทางเดิน หายใจ เราไม่อยากเข้าใกล้ หายใจเข้า หายใจออก เสียงดัง ครืดคราด ยังกะเสียงแมวกวน ยิ่งบาง คนไม่ใช่แมวกวนหรอก นอนกรนเสียง ยังกะโรงสีไฟ ครืดคราด ๆ เสียงที่ ออกจากตัว กลิ่นที่ออกจากตัว ของแข็ง ที่ออกจากตัว ของเหลวที่ออกจากตัว ของที่ออกจากตัวเรานี่ ไม่ต้องมาก หรอก อาหารตั้งบนโต๊ะ แหม! มันน่ากิน หอมเชียว ตักใส่ปากเคี้ยวชัก ๓-๔ ที คายออกมาใหม่ แล้วบอกให้ตักเข้าไป อีกที ไม่เอาแล้ว กลายเป็นสิ่งที่ไม่น่า กิน ไม่น่าดู นี่คือตัวของเรา เพราะ ฉะนั้น ที่ส่องกระจกทุกวัน ๆ ว่า แหม! ฉันนี่มันสวยจริงหมุนอยู่หน้ากระจก ๕ รอบ ๑๐ ตลบน่ะ หลงตัวเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทรง มองทะลุปรุโปร่งหมด เลยทรงบัญญัติ มารยาทให้พระภิกษุหมวดหนึ่ง เรียกว่า “เสรียวัตร” เพื่อป้องกันความน่าสะอิด สะเอียนในตัวของเราให้หมดไป แล้วก็ ในเวลาเดียวกันช่วยส่งเสริมบุคลิกให้ดี do Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More