ข้อความต้นฉบับในหน้า
อยากจะพูดกับคน คิดเพียงแต่ว่าขอ
อดใจให้ครบ ๗ วันก่อนแล้วค่อยพูด
ให้หนำใจ แต่เมื่อครบกำหนดเข้าจริง ๆ
กลับมีความรู้สึกกึ่งไม่อยากพูดถึงอยาก
พูด รู้สึกว่าการไม่พูดกับคนเลยก็ได้
ความสงบไปอีกแบบหนึ่ง อย่างน้อย ๆ
วจีกรรมและใจฟุ้งซ่านน้อยลง แม้ว่า
การปฏิบัติครั้งนี้ ข้าพเจ้าไม่ได้อะไร
มาก แต่ก็ได้รับความอดทน ความ
เพียร ความสงบจิตใจและส่วนที่ดีอีก
หลาย ๆ อย่างที่บรรยายไม่ถูก เป็น
ที่น่าเสียดายว่า เมื่อใจของข้าพเจ้าเริ่ม
สว่างขึ้นในวันสุดท้ายแล้ว ข้าพเจ้ากลับ
ละทิ้งโอกาสนั้นเสียโดยการล้มตัวลง
นอน
หลังจาก ๗ วันนั้น ข้าพเจ้าหยุด
นั่งสมาธิไป ๒-๓ วันที่เดียว เพราะมี
ความรู้สึกว่าทำอะไรหักโหมเกินไป
แล้วจะทำให้มีความรู้สึกไม่อยากทำไป
อีกนาน เหมือนทานอาหารชนิดเดียว
ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ ทำให้เกิดความ
รู้สึกเบื่ออาหารชนิดนั้นไปอีกนาน ทั้ง ๆ
ที่รู้ว่า การทานอาหารอย่างนั้น ให้คุณ
ประโยชน์ต่อร่างกายก็ตาม ดังนั้น การ
ปฏิบัติธรรมควรจะทำอย่างสม่ำเสมอ
ไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะหักโหม
เอาได้ มีเพื่อนที่มหาวิทยาลัยฝากเพื่อน
ซึ่งอยู่หอพักเดียวกันกับข้าพเจ้ามา
ถามว่า
“เป็นอะไรไปหรือ? ไม่สบายหรือ
เปล่า? เห็นจู่ ๆ ก็หายหน้าหายตาไป
เป็นอาทิตย์”
ดูๆ ทุกคนไม่เข้าใจว่า ข้าพเจ้า
ทำอะไร อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้า
ได้นึกถึงการที่ข้าพเจ้าสามารถตัดใจ
ทิ้งภาระทุกอย่างไว้ชั่วคราว ว่าเป็น
เรื่องที่ไม่ใช่ทำได้ง่ายเลย ปัจจุบันนี้
ข้าพเจ้ากลับมาเมืองไทยได้หลายปี
แล้ว แต่ข้าพเจ้าก็ยังคงปฏิบัติธรรม
อยู่ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ฝึกหนักจริงๆ
จัง ๆ เหมือนครั้งนั้นอีกเลย ในส่วน
ลึกของหัวใจได้เฝ้าแต่รอคอยวันเวลา
และคอยหาสถานที่ที่เหมาะสมอยู่ สัก
วันหนึ่ง...สักวันหนึ่ง... เมื่อทุก
อย่างพร้อม ข้าพเจ้าคงได้ทำตามใจ
ที่ปรารถนาจะทำเช่นนั้นอีก
Kalyanamitra.org
๔๗