ข้อความต้นฉบับในหน้า
สี่แยก Cartax เป็นที่ที่มีการจราจรมาก
แห่งหนึ่งใน Oxford
000
ร่วมชั้นของแต่ละคนจะมีน้อยเต็มที่
ถ้าจะเปรียบเทียบกับชั้นเรียนที่มีนัก
ศึกษาน้อยของมหาวิทยาลัยเมืองเรา
จะเห็นว่านักศึกษาที่มีอยู่ไม่กี่คนจะ
ทำความรู้จักคุ้นเคยกันเร็วที่สุด บางคน
ก็ทำความรู้จักไปถึงครอบครัวญาติพี่น้อง
ของเพื่อนนักเรียนด้วยกันภายในไม่กี่
วัน แต่ที่เมืองอังกฤษนี้วัฒนธรรมของ
เขาแตกต่างจากเรามาก นักศึกษาที่รู้
จักกันแล้วก็มักจะสงวนท่าที เมื่อพบปะ
รู้จักกันทักทายกันครั้งเดียวก็ถือว่าพอ
แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างปฏิบัติไปตาม
มารยาททางสังคมจริง ๆ การจะ
พบปะสังสรรค์กันก็ทำไม่ได้ง่าย ๆ ตาม
ใจชอบ จะต้องมีการนัดหมายกันล่วง
หน้าให้เป็นเรื่องเป็นราว การแวะไป
เคาะประตูเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงเพื่อไต่ถาม
ทางวิชาการหรือเพื่อพูดคุยกันอย่าง
เพื่อนร่วมหอ เช่น ในมหาวิทยาลัย
ของเรานั้น ถือว่าเป็นการถือสิทธิ์ทำ
ตามใจชอบ จะสร้างความขัดเขินให้แก่
เจ้าของบ้านเป็นอย่างมาก และจะพลอย
ทำให้อาคันตุกะเก้อเขินไปด้วย คล้าย
กับเสนอตัวเข้าไปโดยเจ้าของบ้านไม่
เชื้อเชิญ แต่ทั้งนี้ ก็มิได้หมายความ
ว่าชาวอังกฤษจะเป็นชาติที่ขาดน้ำใจ
ไมตรี หากแต่เขาได้รับการอบรมมา
เช่นนั้นตั้งแต่เด็ก ไม่ให้ก้าวก่ายชีวิต
ส่วนตัวของผู้อื่น นักศึกษาเกือบทุกคน
จึงตีกรอบแห่งความสัมพันธ์กับคนที่รู้จัก
ใหม่ ๆ ในทำนองเดียวกันทั้งสิ้น
สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง
อาจารย์กับลูกศิษย์ในมหาวิทยาลัยก็
แตกต่างจากในประเทศไทยมาก เนื่อง
จากเด็กฝรั่งได้ถูกอบรมให้กล้าถาม
กล้าตอบ และกล้าเผชิญกับความจริง
ในการเรียนในชั้นเรียน นักศึกษาจะ
ซักถามอาจารย์อย่างไม่มีความเก้อเขิน
และเกรงกลัวอย่างใดทั้งสิ้น เมื่อสงสัย
หรือไม่เห็นด้วยกับคำสอนของอาจารย์
เขาจะแย้งขึ้นทันที โดยไม่ถือเป็นการ
เสียกิริยา และเขาจะถามทุกครั้งที่สงสัย
จะซักไซร้จนแน่ใจและพอใจ คำถาม
บางคำถามของนักศึกษาที่ปัญญาไว
ฟังดูคล้าย ๆ จะต้อนครูอาจารย์ให้จนมุม
แต่เขาก็ถือเป็นสิ่งปกติ ทั้งอาจารย์ก็
ไม่แสดงความขุ่นเคืองใจแต่อย่างใด
และถ้าอาจารย์มอบการบ้านให้ทำมาก
เกินไป นักศึกษาจะขอต่อรองทันที
ด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง จนกว่าจะ
ตกลงกันได้ตามเหตุผลอันสมควรทั้ง
สองฝ่าย นับว่าระบบการอบรม
คนของเขานั้น ให้เสรีภาพในการ
พูดและการคิดเห็นอย่างเต็มที่ ต่าง
Kalyanamitra.org
๕๓