ข้อความต้นฉบับในหน้า
๕ เมษายน ๒๕๒๘
“อยากเป็นขุนพลต้องทนได้
"
คืนที่ ๔ ผ่านไปแล้ว ไม่ค่อยสบาย
นัก ยุงอยู่ในกลดกัดเราทั้งคืนเลย เสียง
กรมของคนในกลดข้างเคียงดังเป็นประจำ
กระสับกระส่ายทั้งคืนเลย ตื่นมาตาม
เสียงระฆัง ตี ๓ กว่า อาบน้ำอาบท่า
สดชื่น ขึ้นหน่อยแต่ก็ยังเพลีย
วันที่ ๕ จำนวนผู้มาอบรมเหลือ
๔๐๐ กว่าคน ตอนกลดกลับบ้านไปแล้ว
ร้อยกว่าคน แต่ละคนก็ให้เหตุผลต่าง ๆ
นานา บางคนอ้างว่ามาอยู่หลายวันแล้ว
ไม่เห็นได้อะไรเลย บางคนก็อ้างว่ากลับ
ไปช่วยทำงานทางบ้าน สำหรับตัวเรา
จริงอยู่ถึงแม้ทางบ้านต้องการตัว
เรากลับไปช่วย แต่เราตัดสินใจแล้ว
ว่าจะเข้าอบรม และอุปสมบทหมู่
ธรรมทายาท ถึงจะลำบากเพียงใด
ก็จะทน อยากเป็นขุนพลแห่งกอง
ทัพธรรมก็ต้องอดทนหน่อย
๑๐ เมษายน ๒๕๒๘
“ข่าวดี”
เมื่อคืนไม่รู้ว่ายุงเข้าไปในกลดได้
อย่างไร กัดทั้งคืนอีกแล้ว คิดว่ากันไว้ดี
แล้วเชียวนะ ตอนเช้ามีการเลือกตัวแทน
ไปเป็นพี่เลี้ยง เพราะพี่เลี้ยงขาดแคลน
และทางวัดก็ต้องการกำลังไว้ช่วยในปี
ต่อ ๆ ไปด้วย ตัวเราเองก็นึกอยู่เสมอว่า
เรามาเอาประโยชน์ทั้งหลายอย่างจาก
ทางวัดไป เราเคยให้อะไรแก่วัดเป็นการ
ตอบแทนบ้างหรือยัง ตัวเราก็มีงานมี
ภาระอยู่แล้ว จะมาช่วยกิจการทางวัด
ก็คงจะไม่ได้ (นี่คือข้ออ้าง) แต่เราก็
พร้อมที่จะช่วยเสมอถ้าเราพอจะช่วยได้
เพราะอย่างน้อยตัวเราก็เคยมากิน
มานอน มาปฏิบัติธรรม มาบวช มา
ฝึกตนเองที่วัดนี้ตั้ง 6 เดือน คงจะลืมไม่
ได้ง่าย ๆ นักหรอก
เมื่อตอนเช้า กินข้าวเช้าเสร็จแล้ว
หลวงพ่อบอกข่าวดีว่า พระธรรมทายาท
รุ่นนี้ต้องเดินธุดงค์ คิดว่าคงให้เดินวันละ
๑ โยชน์ (๑๖ ก.ม.) จะเดินไปสระบุรี
ปราจีนบุรี แล้วกลับมานครนายก เป็น
ข่าวที่ทำให้เราตื่นเต้นมาก บวชทั้งที่ได้
บุญครบเครื่องเลย จะได้สัมผัสชีวิต
ชนบทในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งน้อยคนนัก
จะได้สัมผัสชีวิตแบบนี้ คิดดูแล้วก็น่าสนุก
ดี แต่คงลำบากไม่ใช่น้อยเหมือนกัน
เมื่อถึงวันนั้นก็คงจะรู้ อยากจะเขียน
จดหมายไปบอกคนที่เรารู้จักให้หมด
ว่าเรามีโอกาสได้เดินธุดงค์ด้วย
๑๑ เมษายน ๒๕๒๙
“วันอากาศร้อน”
เพลไปแล้วอากาศร้อนน่าดู นั่งใน
เต็นท์แทบไม่ไหว ร้อนตั้งแต่หัวไหล่ขึ้นไป
เลย มองออกไปนอกเต็นท์พิธี ไอแดด
เต้นระยิบระยับตลอดเวลา พอได้เวลาพัก
เดินออกมา (เท้าเปล่า) เหยียบดินและ
เศษหินเหมือนถูกไฟเผา เท้าระบมแทบ
จะกระโดด พองไปหมด โชคดีที่กลดของ
เราอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ (กระถินณรงค์)
เป็นทำเลที่หลบแดดได้เหมาะจริง ๆ เป็น
ห่วงคนอื่น ๆ ยังมีพวกที่มาอยู่ก่อนเรา
ไม่มีเงาไม่มีที่บังแดดให้เลย แล้วกลดของ
เขาก็กันฝนอย่างดีซะด้วย แต่จะเป็น
เตาอบอย่างดีเมื่ออากาศร้อน ตอนเช้า
หลังอาหารได้มาอาศัยนอนที่กลคราว ๆ
0
ชั่วโมง หลังเพลมีเวลาพักมากหน่อย
ราว ๒ ชั่วโมงครึ่ง การนั่งสมาธิยังไม่เห็น
อะไร หลวงพ่อก็แนะเทคนิคให้หลาย
อย่างว่า อย่าใจร้อน จะเห็นก็ช่าง ไม่
เห็นก็ช่าง นั่งไปเรื่อย ๆ ก็แล้วกัน
๑๓ เมษายน ๒๕๒๘
“ทนได้ ทนดี”
วันนี้เป็นวันสงกรานต์ โลก
ภายนอกวัดคงจะสนุกสนานลาดน้ำกัน
ฉ่ำอุรา ที่นี่กลางวัน แสงแดดจัดมาก
มันร้อนจริง ๆ ที่จริงตั้งแต่เกิดมาจะนับ
ครั้งได้ที่ได้นอนในมุ้ง คิดว่ามันจะจับ ๆ
แต่นอนที่นี่ไม่ยักจับ มีอยู่หลายคืน
เหมือนกันที่ฝันว่ากำลังนอนอยู่บนฟูกที
บ้าน กลิ้งไปกลิ้งมาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาก็รู้
ว่านอนอยู่บนเสื่อผืนเดียวในกลดหลังนี้
เมื่อก่อนอยู่บ้านในห้องก็จะเปิดวิทยุ
ฟัง เปิดทิ้งไว้อย่างนั้นแหละตื่นขึ้นมา
เมื่อไรค่อยปิด วันนี้ได้รับจดหมายจาก
เพื่อน ๒-๓ บรรทัดตื่นเต้นมาก มาอยู่ที่
นี่ ทำให้รักคุณพ่อคุณแม่พี่น้องทุกคน
มากขึ้นจริง ๆ
ม
ในกลดหลังนี้ไม่มีอะไรเลย แต่
เราก็นอนมาร่วม ๑๐ คืนแล้ว จะว่าขึ้นก็
อาจจะใช่ สำหรับคนไม่เคยนอนไม่
รู้หรอก พอได้ฟังอะไรที่ประทับใจจะตื่น
เต้นไปหมด จิตใจดูอ่อนโยนขึ้นมาก ไม่รู้
เป็นเพราะการนั่งสมาธิหรือเปล่า เมื่อ
วานแมลงตัวหนึ่งมันกัดเลยจับมันแรงไป
หน่อย มันก็เลยตาย ตกกลางคืนต้อง
อาราธนาศีล ๘ นั่งสมาธิ ๔๕ นาที
เป็นการนั่งรวดเดียวไม่กระดุกกระดิกเลย
นับเป็นการนั่งสมาธิที่ยาวนานที่สุดที่
เคยนั่งมา ขาทั้ง ๒ ข้างเต้นระริกแทบ
จะขาดใจ แต่คิดว่าแค่นี้มันไม่ตายหรอก
พอ
รู้สึกว่าต้องใช้ความอดทนมาก
หลวงพี่บอกเหลือเวลา 6 นาที ก็รู้สึกว่า
เป็น ๓ นาทีที่นานที่สุด โดยเฉพาะนาที
CO
Kalyanamitra.org