ข้อความต้นฉบับในหน้า
๙๒
ก็คงจะลำบาก แต่ก็มีพี่ ๆ กัลยาณมิตร
หลายคนสามารถงดเว้นได้นานแล้ว แต่ที่
จะได้แน่ก็คือ ความอดทน
สามารถพอใจในสิ่งที่ตนมี ซึ่งเราจะ
ต้องนำไปใช้ในชีวิตภายหน้า
ความ
เมื่อตอนรับน้ำปานะ หลวงพี่ได้นำ
จดหมาย ๒ ฉบับมาอ่านให้ฟัง ฉบับแรก
เป็นของชาวนาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ๆ
ส่งเงินมาก็ไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็นับว่า
มีความปรารถนาดีอย่างแรงกล้า จึง
ขออนุโมทนาด้วย ฉบับที่ 6 พ่อของ
ธรรมทายาทคนหนึ่งส่งจดหมายมาถึง
ลูก เขียนได้ดีมาก กินใจจริง ๆ ตื้นตัน
มาก เป็นพ่อที่เข้าใจลูกมาก และลูกคง
ภูมิใจ แต่พ่อแม่ทุกคนก็ภูมิใจในตัวลูก
ทั้งนั้น เมื่อลูกเข้ารับการอบรมธรรม
ทายาทและอุปสมบทหมู่เช่นนี้ ก็น่าปลื้ม
ใจแล้ว
๑๖ เมษายน ๒๕๒๘
“คืนที่ฟ้าคำราม”
เมื่อคืนขณะนั่งสมาธิ ฟ้าแลบ
แปลบปลาบ พอมาอาบน้ำ ลมพายุเริ่ม
พัดอย่างแรงจนน่าตกใจ เพราะมันเป็นที่
โล่ง ลมพัดพาฝุ่นละอองฟังขึ้นมา ต้นไม้
ใหญ่ในบริเวณวัดโยกคลอน กำลังอาบ
น้ำอยู่ก็นึกถึงกลดทันทีว่าลมแรงอย่างนี้
ถ้าฝนตกลงมาจะทำยังไง รีบอาบน้ำ
แล้วรีบไปที่กลด ไฟก็ดับ ยิ่งทำให้บรรยา
กาศน่ากลัวยิ่งขึ้น เสียงอะไรต่ออะไรปลิว
ว่อนไปหมด แหม มันน่าดูมิใช่น้อยเลย
พอลดกลดเสร็จ ต้องมุดคลานแนบกับพื้น
เข้าไปนอน หลังคากลดแทบจะติด
หน้าอกลุกขึ้นนั่งก็ไม่ได้ เลยนอนฟัง
เสียงลมและเสียงเพื่อนธรรมทายาท
บางคนก็บอกให้ลดกลดเสียงตะโกนเรียก
กันไปมา ถ้านอนตอนนี้ก็คงไม่สนุก
เลยมุดออกมาดูข้างนอก ลมแรงดีจัง
ฟ้าก็แลบเรื่อย ๆ เดินเล่นสักพักแล้วก็เข้า
ไปนอนอีก อากาศชักเริ่มร้อนอบอ้าว
กะว่าฝนตกแน่ ๆ จะได้เย็นขึ้น ยุงเข้ามา
ในกลดตั้งหลายตัว กัดเจ็บเสียด้วย เอาถุง
พลาสติกไล่มันออกไปก็ไม่หมด ต้องทน
ให้มันกัด คนในกลดข้าง ๆ นอนกรน
เสียงดังสนั่น ดังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ดังจริง ๆ ทนเสียงกรน ทนให้ยุงกัดอยู่
ราว ๆ เที่ยงคืนก็หลับ หลับ ๆ ตื่น ๆ ยัง
มันไม่ยอมเลิกกัด คิดว่า
เอ..นี่ศีลของเราคงไม่บริสุทธิ์ |
กระมัง สัตว์ต่าง ๆ จึงมารบกวนเรา
ทนนอนทั้งคืนจนคิดว่า จะ
มาทนนอนอยู่ทำไม ลุกขึ้นดีกว่า จึง
จัดกลดให้สูงอย่างเก่า อาบน้ำอาบท่าก็
เป็นคืนแรกที่เกือบไม่
พอดีระฆังตี
ได้นอน แต่ก็ไม่เพลียเท่าไร แต่เวลานั่ง
สมาธิก็หลับตั้งแต่นาทีแรกเลย คอเอียง
ไปเอียงมาจนเมื่อยไปหมด
บ่ายนี้ หลวงพี่เอาผ้านุ่งนาค
มาให้ลองนุ่ง จะเริ่มนั่งตั้งแต่วันนี้
Kalyanamitra.org
เป็นต้นไป ใกล้เวลาที่จะบวชพระ
แล้วต้องพยายามสำรวมกาย วาจา
ใจ ให้มากขึ้น
๑๓ เมษายน ๒๕๒๘
“ร่วมแรงร่วมใจ”
เวลาเพลวันนี้ขณะกินข้าวอยู่ เมฆ
ลอยมามืดฟ้ามัวดิน พอกินเสร็จพระก็ให้
พร หลวงพี่เริ่มจะแสดงธรรม ไฟฟ้าก็ดับ
ไมค์ใช้ไม่ได้ ลมยังแรงขึ้นเรื่อย ๆ ฝน
ที่รอคอยมาหลายวันเริ่มตก เหล่าธรรม
ทายาท ๗๐๐ กว่าชีวิตอยู่ในเต็นท์พิธีเริ่ม
กระสับกระส่าย ลมแรงมาก ฝนก็ตกหนัก
จนสาดเข้ามาในเต็นท์ นั่งกันไม่ติด
แล้ว ทุกคนลุกขึ้นหมด เก็บเสื่อ น้ำ
กระเซ็นเข้าในเต็นท์ จานข้าวยังไม่ได้ล้าง
เลย เห็นจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้เสียแล้ว บาง
คนยืนเฉย ๆ คอยหลบฝนเบียดกันไปมา
บางคน (จำนวนน้อย) รีบช่วยกันเก็บ
ข้าวของ เราฝากของไว้กับเพื่อนแล้ว
กระโจนเข้าไปช่วยขนของขนเสื้อด้วย
ไม่ต้องกลัวเปียกกันแล้ว นุ่งผ้าขาวด้วย
นะ รีบออกไปนอกเต็นท์ ขุดดินทำราง
น้ำให้น้ำระบายออกจากเต็นท์
น่าสนุกดีออก รวบผ้านุ่งขาวเป็นโจง
กระเบนลุยโคลนขุดโคลนทำเขื่อนกั้นน้ำ
มัน
หลายคนช่วยกันทำ ไม่มีใครบ่น เห็นแล้ว
ชื่นใจ แต่ก็มีอีกจำนวนมากที่ยืนเฉย ๆ
แถมยังกลัวโคลนกระเด็นไปถูกอีก ฝน
ตกหนักมาก ไปถึงกลดรับรองไม่มีกลด
ไหนไม่เปียก เปียกกันถ้วนหน้า ข้าวของ
ทุกอย่างเปียกหมด ขุดดิน ตากฝน เล่น
น้ำฝนประมาณชั่วโมงกว่า เขื่อนเริ่มเข้า
ที่กั้นน้ำ วิดน้ำออกได้ดี แล้วก็เดินตาก
ฝนไปที่กลด แล้วเลาะตามระเบียงกลับมา
ขอผ้าแห้งเพื่อนเช็ดตัวให้อุ่น มีการ