การแสดงธรรมในสถานการณ์ต่าง ๆ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 12 หน้า 94
หน้าที่ 94 / 152

สรุปเนื้อหา

แล้วท่านไม่ยอม มาบัดนี้เรามีธรรมเนียม ใหม่เกิดขึ้นเพราะมีความสะดวกมาก กว่า เช่นการแสดงปาฐกถาธรรมต่าง ๆผู้ แสดงธรรมมักนิยมยืนเพราะเวลาอธิบาย หรือยกตัวอย่างอะไรก็ค่อนข้างคล่องตัว อย่างนี้สมควรยกเว้น ผู้ที่บุกเบิกในเรื่องนี้คือ ท่าน ปัญญานันทภิกขุ เมื่อเริ่มใหม่ ๆ ท่าน ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก เพราะผิดพระ วินัย แต่ตอนหลังนี่กลับกลายเป็นอนุโลม ไป ในกรณีที่คนฟังยืน พระจะยืนเทศน์ ก็ไม่ผิดอะไร ข้อ ๑๕. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราเดินไปข้างหลัง จักไม่แสดง ธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ผู้เดินไปข้างหน้า” ถ้าผู้ฟังเดินอยู่ข้างหน้า ผู้แสดง ธรรมเดินตามหลัง อย่างนี้อย่าเทศน์ อย่าสอนกันเลย เพราะเขายังไม่อยู่ใน สภาพที่พร้อมจะฟัง ขอฝากไว้อีกอย่างหนึ่งด้วย การ เดิน เวลาเดินกับผู้ใหญ่ หรือเดินกับ พระสงฆ์ มีข้อแม้อยู่นิดหนึ่

หัวข้อประเด็น

- การแสดงธรรมในสถานการณ์ต่าง ๆ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แล้วท่านไม่ยอม มาบัดนี้เรามีธรรมเนียม ใหม่เกิดขึ้นเพราะมีความสะดวกมาก กว่า เช่นการแสดงปาฐกถาธรรมต่าง ๆผู้ แสดงธรรมมักนิยมยืนเพราะเวลาอธิบาย หรือยกตัวอย่างอะไรก็ค่อนข้างคล่องตัว อย่างนี้สมควรยกเว้น ผู้ที่บุกเบิกในเรื่องนี้คือ ท่าน ปัญญานันทภิกขุ เมื่อเริ่มใหม่ ๆ ท่าน ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก เพราะผิดพระ วินัย แต่ตอนหลังนี่กลับกลายเป็นอนุโลม ไป ในกรณีที่คนฟังยืน พระจะยืนเทศน์ ก็ไม่ผิดอะไร ข้อ ๑๕. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราเดินไปข้างหลัง จักไม่แสดง ธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ผู้เดินไปข้างหน้า” ถ้าผู้ฟังเดินอยู่ข้างหน้า ผู้แสดง ธรรมเดินตามหลัง อย่างนี้อย่าเทศน์ อย่าสอนกันเลย เพราะเขายังไม่อยู่ใน สภาพที่พร้อมจะฟัง ขอฝากไว้อีกอย่างหนึ่งด้วย การ เดิน เวลาเดินกับผู้ใหญ่ หรือเดินกับ พระสงฆ์ มีข้อแม้อยู่นิดหนึ่งเป็นธรรม เนียมของไทย คือทุกอย่างเริ่มต้นจาก ทางขวามือ มีทางขวาเป็นใหญ่ เวลา ผู้ใหญ่เดิน เราเป็นผู้น้อยอย่าไปเดิน อยู่ข้างขวาของผู้ใหญ่ จะกลายเป็น ว่าเราใหญ่กว่าท่าน ยกเว้นมีบางกรณี เช่นมีความจำเป็นต้องเดินนำทางท่าน เวลาต้อนรับพระผู้ใหญ่ แม้แต่ เป็นพระภิกษุด้วยกัน เข้าไปกราบท่าน เสร็จ พอท่านเดินนำหน้า พระภิกษุที่ ตามมาต้องเดินอยู่ทางซ้ายมือท่าน ยกเว้นเวลาเดินเป็นขบวนต้องทำตามที่ เขากำหนด เวลาอยู่ในที่ทำงานก็เหมือน กัน เราอยู่ทางซ้ายมือของท่าน เวลาท่าน จะหยิบอะไรส่งให้ก็สะดวก ข้อ ๑๖. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราเดินไปนอกทาง จักไม่แสดง ธรรมแก่คนไม่เป็นไข้ผู้ไปในทาง ทางในที่นี้หมายถึง ทางเท้า ถ้า ฆราวาสเดินในทางเท้า ปล่อยให้พระเดิน ในที่รก ๆ แล้วจะให้เทศน์ให้ฟัง อย่างนี้ ไม่สมควรทำ เพราะเขาไม่ให้ความ เคารพ หรือไม่ให้ความสำคัญในพระ ธรรม เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วเราเทศน์ก็ เหนื่อยเปล่า ดีไม่ดีเราเองจะกลาย เป็นดูถูกพระธรรมอีกด้วย หมวดที่ ๔ ปกิณกะ เป็นหมวดธรรมหมวดสุดท้ายว่า ด้วยการถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ ของ พระภิกษุ แม้ฆราวาสก็เอามาปรับ ใช้ได้เช่นกัน มีทั้งหมด ๓ ข้อ คือ ข้อ ๑. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราไม่เป็นไข้จักไม่ยืนถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ” นี่เป็นมารยาทส่วนตัวของเรา แต่ ถ้าไม่ระวังก็ทำให้คนหมดความเคารพ ในพระพุทธศาสนาได้เหมือนกัน มีโยมคนหนึ่ง บ้านอยู่แถวชลบุรี เดิมเป็นคนใจบุญสุนทาน ตักบาตร ทุกวัน ต่อมากลับเลิกตักบาตรใครถาม ถึงสาเหตุก็ไม่ยอมบอก จนกระทั่ง วันหนึ่งท่านมาที่วัดด้วยความจำเป็น หลวงพ่อก็ถามสาเหตุ ท่านอีก ๆ อัก ๆ ในที่สุดก็ตอบว่า มีอยู่วันหนึ่ง ค่ะ พระมาธุระที่บ้าน แล้วอย่างไร ไม่รู้ ท่านเดินไปนอกเขตบ้าน ไปยืน ถ่ายปัสสาวะอยู่ อิฉันอายชาวบ้าน เขามาก เลยหมดความเคารพ ดูนะแค่ ท่านปัสสาวะนี่ก็ทำเอาญาติโยมเสื่อม ศรัทธาไปเหมือนกัน ฆราวาสก็เช่นกันละนะ มารยาท พวกนี้ศึกษาไว้ให้ดี โดยเฉพาะผู้ชาย ที่เมาเหล้าแล้วชอบไปทำเรี่ย ๆ ราด ๆ หมดสารรูป ใครก็ไม่นับถือ แม้ลูกของ ตัวเองไปเจอพ่อขี้เมาอย่างที่เขาเรียก กันว่า เมาหัวราน้ำ มดเลียตา หมา เลียก้นเข้า แกก็อายเขา พาลขาดความ เคารพนับถือ ขาดความเกรงใจไป ข้อ ๒. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราไม่เป็นไข้ จักไม่ถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ บ้านเขฬะลงในของเขียว” ตามลักษณะของ ของเชียว ใน ที่นี่หมายถึง สนามหญ้า หรือสวนผัก อย่าเผลอไปถ่ายอุจจาระถ่ายปัสสาวะ รดของเขาเข้าเชียวนะ แม้แค่บ้วนน้ำลาย ขากเสลดลงไปก็ไม่ควรทำไม่น่าดู ทั้ง เป็นที่น่ารังเกียจ ก็เห็นใจหลาย ๆ คนที่เป็นโรค หวัดเรื้อรัง เสลดมาก กรณีเช่นนี้ควร ทําอย่างไรหลวงพ่อเองก็เป็นโรคหวัด เรื้อรัง ในย่ามมักจะติดกระดาษทิชชู อยู่เป็นประจำ จะขากเสลดก็ชากลง ในกระดาษ แล้วทิ้งลงไปในถังขยะ บางที่ไม่มีถังขยะให้ทิ้ง ก็เก็บใส่ย่าม จนกระทั่งถึงกุฏิแล้วจึงทิ้ง ไม่อย่างนั้น ไม่น่าดู ทำอย่างไรได้เล่า เรามีโรค อย่างนี้ เขาอาจให้อภัยในความที่เรามี โรค แต่ก็จะไม่ให้อภัยเลย ถ้าเราไปทำ มารยาทไม่งามเหล่านี้ ข้อ ๓. “ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราไม่เป็นไข้ จักไม่ถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ บ้วนเขฬะลงในน้ำ” ถ้าเราไม่ระวังก็ทำความเดือดร้อน ให้คนอื่นพอ ๆ กันทุกเรื่อง เพราะถ้า ถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ บ้วนเขฬะ ขากเสลดลงในน้ำ มันก็ลอยไปสร้าง ความไม่น่าดูให้คนอื่น ยิ่งถ้าเป็นโรค ติดต่อ ก็ยิ่งแพร่เชื้อได้เร็ว เรื่องเหล่านี้แม้เป็นเรื่องส่วนตัว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ยังทรงแจกแจง Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More