ข้อความต้นฉบับในหน้า
0
พุทธปัฏฐากผู้เป็นบัณฑิต
ขณะที่พระบรมศาสดาประทับอยู่
ณ นิโครธาราม กรุงกบิลพัสดุ์นั้น มีเจ้า
ชายในศากยวงศ์หลายพระองค์ได้เสด็จ
ออกบรรพชา เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์ตาม
ทางแห่งพระพุทธองค์ พระโลกนาถ
สำราญพระอิริยาบถอยู่ ณ นิโครธาราม
ตามพระอัธยาศัยพอสมควรแล้ว ทรงละ
กบิลพัสดุไว้เบื้องหลัง เสด็จสู่แคว้น
มัลละ สำราญพระอิริยาบถอยู่ ณ อนุป
ปิยัมพวัน
เมื่อพระศาสดาจากไปแล้ว เจ้า
ศากยะทั้งหลายวิพากษ์วิจารณ์กันว่า
เจ้าชายเป็นอันมากได้ออกบวชตามพระ
ศาสดา ยังเหลือแต่เจ้าชายอานนท์ เจ้า
ชายอนุรุทธ์ เจ้าชายมหานาม และเจ้า
ชายภัททิยะ เป็นต้น มิได้ออกบวช
ตาม ความจริงเจ้าชายเหล่านี้ พระญาติ
ได้ถวายให้เป็นเพื่อนเล่น เป็นบริวาร
ของพระสิทธัตถะในวันขนานพระนาม
เจ้าชายเหล่านี้คงมิใช่พระญาติของ
พระพุทธองค์กระมัง จึงเฉยอยู่มิได้
ออกบวชตาม
เจ้าชายมหานาม ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ได้
ฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังนี้ รู้สึกละอาย
พระทัย จึงปรึกษากับพระอนุชาคือ
เจ้าชายอนุรุทธ์ ว่าเราสองคนพี่น้องควร
จะออกบวชเสียคนหนึ่ง ในที่สุดตกลง
กันว่าให้พระอนุชาออกบวช แต่พระ
มารดาไม่ทรงอนุญาต
“ลูกรัก!” พระนางตรัส “เจ้าจะ
บวชได้อย่างไร การบวชมิใช่เป็นเรื่อง
ง่าย เจ้าต้องเสวยวันละครั้ง ต้องเสด็จ
ด้วยพระบาทเปล่า ต้องบรรทมอย่าง
ง่าย ๆ ปราศจากฟูกหมอนอันอ่อนนุ่ม
ใช้ไม้เป็นเขนย ต้องอยู่ตามโคนไม้หรือ
ท้องถ้ำ เมื่อต้องการของร้อนก็ได้ของเย็น
เมื่อต้องการของเย็นก็ได้ของร้อน ด้วย
เหตุนี้แม่จึงไม่ต้องการให้เจ้าบวช”
“ข้าแต่พระมารดา!” เจ้าชายอนุ
รุทธ์ทูล “หม่อมฉันทราบว่าการบวชเป็น
ความลำบาก และมิใช่เป็นเรื่องง่าย แต่
เมื่อพระญาติหลายพระองค์ซึ่งเคย
มีความสุขสบายอย่างหม่อมฉันนี่แหละ
ยังสามารถบวชได้ ทำไมหม่อมฉันจะ
บวชบ้างไม่ได้ อีกประการหนึ่ง พูดถึง
ความสะดวกสบาย พระศาสดาเคย
สะดวกสบายกว่าหม่อมฉันมากนัก พระ
องค์ยังสามารถอยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน
ทำไมหม่อมฉันจะอยู่ไม่ได้ น่าจะ
มีความสุขอะไรสักอย่างหนึ่งมาทด
เอาพระหัตถ์ลูบเส้นพระเกศาเจ้าชาย
ด้วยความกรุณา
“ข้าแต่มารดา พูดถึงความลำบาก
ยังมีคนเป็นอันมากในโลกนี้ที่ลำบาก
กว่าเรา หรืออย่างน้อยก็ลำบากกว่า
บรรพชิต พูดถึงเรื่องการต้องจากกัน
ระหว่างแม่กับลูก ยังมีการจากกันอีก
อย่างหนึ่ง ซึ่งร้ายแรงยิ่งกว่าการจากไป
บวช นั่นคือการต้องจากเพราะความ
ตายมาถึงเข้า และทุกคนจะต้องตาย
หลีกไม่พ้น ถูกแล้วที่มารดาบอกว่าการ
ทำความดีนั้นอยู่ที่ไหนก็ทำได้ แต่
การบวชอาจจะทำความดีได้มากกว่า
เพราะมีโอกาสมากกว่า ถ้าเปรียบด้วย
ภาชนะสำหรับรองรับน้ำ ภาชนะใหญ่
ย่อมรองรับน้ำได้มากกว่าภาชนะเล็ก
และภาชนะที่สะอาดย่อมไม่ทำให้น้ำ
สกปรก เพราะฉะนั้นลูกจึงเห็นว่า
การบวชเป็นเสมือนภาชนะใหญ่ที่
สะอาด เหมาะสำหรับรองรับน้ำ คือ
ความดี”
แทนความสะดวกสบายที่เสียไป “ลูกรู้ได้อย่างไร ในเมื่อลูกยังมิได้
และเป็นความสุขที่ดีกว่าประณีต
กว่า หม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันทน
ได้"
“ลูกรัก! ถึงแม้เจ้าจะทนอยู่ในเพศ
บรรพชิตได้ แต่แม่ทนไม่ได้ แม่ไม่เคย
เห็นลูกลำบาก และแม่ไม่ต้องการให้
ลูกลำบาก ลูกเป็นที่รักสุดหัวใจของ
แม่ แม่ไม่อยากจะอยู่ห่างลูกแม้เพียงวัน
เดียว จะกล่าวไปถึงจะยอมให้ลูกไปบวช
ซึ่งจะต้องอยู่ห่างแม่เป็นแรมปี อนึ่งเล่า
แม่ไม่เห็นว่าจำเป็นอย่างไร ที่จะต้องบวช
ถ้าลูกต้องการจะทําความดีเป็นอยู่อย่าง
คฤหัสถ์ก็ทำได้ และก็ดูเหมือนจะทำได้
สะดวกกว่าด้วยซ้ำไป อย่าบวชเลย
ลูกรัก เชื่อแม่เถอะ” ว่าแล้วพระนางก็
บวช ความคิดอาจจะไม่ตรงกับความ
เป็นจริงก็ได้” พระนางมีเสียงแข็งขึ้น
เล็กน้อย
“ลูกยังไม่รู้ แต่ลูกอยากจะลอง
“เอาอย่างนี้ดีไหม คือถ้าเจ้าชาย
ภัททิยะ พระสหายของเจ้าบวช แม่ก็
อนุญาตให้เจ้าบวชได้” พระนางเข้า
พระทัยว่า อย่างไรเสียเจ้าชายภัททิยะคง
ไม่บวชแน่
เจ้าชายอนุรุทธ์ที่พระทัยมาก
ที่พระมารดาตรัสคำนี้ พระองค์รีบเสด็จ
ไปหาพระสหาย ตรัสว่า
“ภัททิยะ! ข้าพเจ้าปรารถนาจะ
บวชตามเสด็จพระศาสดา แต่การบวช
ของข้าพเจ้าเนื่องอยู่ด้วยท่านคือพระ
Kalyanamitra.org
๔๗