ข้อความต้นฉบับในหน้า
ครู อาจารย์ ถ้าไม่ให้ทาน คือ
ไม่สั่งสอนถ่ายทอดวิชาความรู้แก่เรา
เราก็โง่ดักดาน
คนเรา ถ้าโกรธแล้ว ไม่ให้อภัย
ทานกัน โลกนี้ก็เป็นกลียุค
ชีวิตของคนเราจึงดำรงอยู่ได้ด้วย
ทาน เราโตมาได้ก็เพราะทาน เรามีความ
รู้ในด้านต่าง ๆ ก็เพราะทาน โลกนี้จะมี
สันติสุขได้ก็เพราะทาน การให้ทานจึง
เป็นสิ่งจำเป็น และมีคุณประโยชน์อย่าง
ใหญ่หลวงต่อมนุษยชาติ
ประเภทของทาน
๑. อามิสทาน คือ การให้วัตถุสิ่ง
ของเป็นทาน
1. บทานหรือวิทยาทาน
การให้ความรู้เป็นทาน ถ้าเป็นความรู้
ทางโลก เช่น ให้ศิลปวิทยาการต่าง ๆ
เรียกว่า วิทยาทาน หากเป็นความรู้ทาง
ธรรม เช่น สอนให้ละชั่ว ประพฤติดี มี
ศีลธรรม เรียกว่า ธรรมทาน
6. อภัยทาน คือ การสละอารมณ์
โกรธ เป็นทาน ให้อภัย ไม่จองเวร สละ
อารมณ์โกรธ พยาบาทให้ขาดออกจาก
ใจ
การให้ธรรมะเป็นทาน ถือว่า
เป็นการให้ทานที่ได้บุญสูงสุด มี
คุณค่ากว่าการให้ทานทั้งปวง
เพราะทำให้ผู้รับมีปัญญารู้เท่าทัน
โลก สามารถนำไปใช้ได้ ไม่รู้จักจบ
สิ้นทั้งชาตินี้และชาติต่อ ๆ ไป ส่วน
ทานชนิดอื่น ๆ ผู้รับได้รับแล้ว ไม่
ช้าก็หมดสิ้นไป
จุดมุ่งหมายของการให้ทาน
ให้เพื่อทำคุณ เป็นการให้เพื่อ
0.
ยึดเหนี่ยวน้ำใจกัน ให้เพื่อให้ผู้รับนิยม
ชมชอบในตัวผู้ให้ ไม่ได้มุ่งเพื่อเป็นบุญ
เช่นคนที่สมัครผู้แทนฯ ถึงเวลาหาเสียงที
ก็เอากฐิน ผ้าป่า ไปทอด ๑๐ วัด ๒๐ วัด
ไปสร้างสะพาน สร้างถนน เพื่อให้
ชาวบ้านเห็นว่าตนเป็นคนใจบุญ จะ
ได้ลงคะแนนเสียงให้ตน หรือบางคนรัก
พี่สาวเขา ก็เลยเอาขนมไปฝากน้องชาย
การให้อย่างนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อผลประ
โยชน์ เพื่อให้ผู้รับรักตัวผู้ให้ การทำเช่น
นี้ถ้าถามว่าได้บุญไหม? ก็เห็นจะต้อง
ตอบว่า ได้เหมือนกันแต่น้อยเหลือเกิน
ได้ไม่เต็มที่ การให้ที่จะได้บุญมากนั้น
ต้องให้เพื่ออนุเคราะห์ และสูงขึ้น
ไปอีก คือ ให้เพื่อบูชาคุณ
6. ให้เพื่ออนุเคราะห์ เป็นการอุด
หนุนเอื้อเฟื้อกัน ให้ด้วยความเมตตา
กรุณา เช่น พ่อ แม่ ให้อาหารแก่ลูก
ครูอาจารย์ให้ความรู้แก่ศิษย์ ผู้มีทรัพย์
บริจาคทรัพย์เพื่อเป็นทุนการศึกษาแก่
นักเรียนที่ยากจน เป็นต้น
a.
บูชาคุณ
ให้เพื่อบูชาคุณ เมื่อมีผู้
ปรารถนาดีต่อเรา เมตตากรุณา ช่วย
เหลืออุปการะเรา เช่น พ่อแม่ ครูบา
อาจารย์ เราก็แสดงความเคารพ
นบนอบท่านด้วยกาย วาจา ใจ
ท่านด้วยทรัพย์สินตามกำลัง ยามท่าน
เจ็บป่วยก็ช่วยพยาบาลรักษา ไม่ละทิ้ง
ท่านทั้งในยามสุขและยามทุกข์ นอก
จากนี้ บุคคลที่ควรบูชาคุณ คือพระภิกษุ
สามเณรผู้ทรงคุณธรรม เป็นผู้ชี้ทาง
สันติสุขแก่โลก ให้รู้จักบาปบุญคุณโทษ
เป็นธุระคอยสั่งสอนอบรมแนะนำประชา
ชนให้พ้นทุกข์ จึงควรบูชาท่านด้วยปัจจัย
สี่ เพื่อให้ท่านมีกำลังบำเพ็ญพรต และ
บำเพ็ญประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ตาม
สมณวิสัยได้เต็มที่
การให้ทาน
เป็นพื้นฐานความดี
ของมนุษยชาติ
และเป็นสิ่งที่
ขาดเสียมิได้
ในการจรรโลง
สันติสุข
ข้อเตือนใจ
คนเราเมื่อตายไปแล้ว ทรัพย์สมบัติ
แม้แต่เข็มเล่มเดียวก็ไม่สามารถนำติดตัว
ไปได้ วิธีเดียวเท่านั้นที่จะนำทรัพย์ติดตัว
ไปได้ คือ การน่าทรัพย์นั้นไปทำทาน
ทานเป็นประโยชน์แก่ผู้มีชรา
พยาธิ มรณะเผาผลาญอยู่ ถ้ารู้จักขน
ทรัพย์ออกด้วยทาน ทรัพย์นั้นย่อมเป็น
ประโยชน์แก่เขาได้ ทรัพย์ที่บำเพ็ญ
ทานแล้วชื่อว่าขนออกแล้ว
เจ้าของเรือนที่ถูกไฟไหม้ ภาชนะใด
ที่ขนออกได้ก็เป็นประโยชน์แก่เขา ส่วน
ที่ขนออกไม่ได้ก็ต้องถูกไฟไหม้อยู่ใน
เรือนนั่นเอง
ทาน ให้แล้วไม่ได้บุญ
ดูเถอะ
ให้สุรายาเสพติดเช่น บุหรี่
เหล้า ฝิ่น กัญชา ฯลฯ
๒. ให้อาวุธ เช่น เขากำลัง
ทะเลาะกัน ยื่นปืน ยื่นมีดให้
ดูละคร
๓.
ให้มหรสพ เช่น พาไปดูหนัง
ฟังดนตรี เพราะทำให้การกำเริบ
Kalyanamitra.org
๗๕