ข้อความต้นฉบับในหน้า
วิธีแก้อาจจะไม่ครบทุกอย่างก็ได้”
ภีมเสนะมีท่าทางอันไม่เป็นปกติ
รู้สึกคันคออยากจะไอหรือจามขึ้นมาทัน
ที แต่เพื่อที่จะมิให้แสดงความขลาดออก
มาต่อหน้าขุนพลของตน จึงกล่าวขึ้นว่า
“อันความหายนั้น ย่อมเป็นธรรม
ดาสามัญของคนทั้งหลาย แต่ข้าพเจ้า
เป็นทหาร ก็รักที่จะตายในสงคราม ได้
สู้รบกันต่อหน้าให้รู้ฝีมือไว้ ไม่ใช่
ถูกลอบทำร้ายจากคนขลาดแบบนี้”
“ดูก่อนภีมเสนะ การที่เขาปีน
แล้ว
กำแพงเมืองและเข้าไปจนถึงในบ้าน
ท่านนั้น ยังเป็นการขลาดอีกหรือ
ใครเล่าที่ไปลักแย่งบุตรเขามาก่อน การ
ทำเช่นนั้นเป็นการสู้รบกันต่อหน้าหรือไม่
เล่า เป็นธรรมดาของเขาผู้มีกำลัง
น้อย ก็จะต้องใช้อุบายเอาชนะผู้มี
กำลังมากให้จงได้ อุบายทั้งหลาย
ในสงครามไม่ถูกตำหนิว่าเป็นการ
ขลาด งสิน
ทั้งสิ้น เรื่องของท่านนี้ ถ้าไม่
เกี่ยวกับชื่อเสียงของไพศาลีนครแล้ว
ข้าพเจ้าจะลองปล่อยให้ท่านแก้ไขเหตุ
การณ์เองตามลำพัง แต่เมื่อเรื่องพัวพัน
เข้ามาถึงส่วนรวมด้วย ก็จำเป็นต้องยื่น
มือเข้าจัดการ ขอให้ท่านรีบส่งตัวสุรเสนะ
มาที่บ้านนี้โดยด่วน แล้วตัวท่านเองจง
มาที่บ้านนี้ในเวลาหัวค่ำวันนี้ ข้าพเจ้า
จะเชิญธนิยะมาด้วย ถ้ามีอะไรค้างอยู่ที่
ตัวท่านเขาจะได้แก้ แต่ข้าพเจ้าก็ได้ยิน
อยู่ว่า ธนิยะเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัย
เป็นสรณะ และรอบรู้หลักธรรมทางพระ
พุทธศาสนาอยู่เป็นอันมาก ทั้งมีจิตโอบ
เอื้ออารี ไม่พยาบาทใครง่าย อย่างไร
เขาก็คงไม่ทำให้ท่านถึงตายโดยไม่จำเป็น
แน่นอน”
ภีมเสนะรีบทําความเคารพสีห
เสนาบดีแล้วลาไป สักครู่หนึ่งก็มีนาย
DOG
ทหารพาสุรเสนะเข้ามาพบสนเสนาบดี
ขุนพลแห่งไพศาลีนครลูบศีรษะสุรเสนะ
ด้วยความปรานี และนักชมเชยใน
รูปลักษณะอันงดงามมีสง่าอยู่ในใจเค้า
หน้าท่าทางไม่บ่งเลยว่าเป็นลูกของตนค้า
ผู้พเนจรร่อนเร่ไปทั่วเมืองใหญ่น้อย
ถ้าเป็นบุตรของกษัตริย์ผู้ครองนครก็จะ
เหมาะสมหาน้อยไม่ สีหสนาบดีสั่ง
ความบางประการแก่สุรเสนะ พอสมควร
แล้ว ก็เรียกนายทหารผู้หนึ่งมาสั่งมอบ
ให้พาตัวออกไป
แม้เกือบจะถึงเวลาเที่ยงแล้ว ธนิยะ
ก็ยังคงใจเย็นอยู่มิได้สั่งการให้เคลื่อน
ขบวนเกวียนหรือจัดการอย่างใดอย่าง
หนึ่ง ซึ่งยังความแปลกใจให้เกิดแก่ชาว
ขับเกวียนทั้งหลายเป็นอันมาก
สักครู่หนึ่งก็มีชายสองคนควบ
ม้าตรงมาจากตัวเมืองไพศาลีสู่หมู่เกวียน
นั้น เมื่อเข้ามาใกล้และหยุดม้าก้าวลง
มาแล้ว คนทั้งหลายจึงเห็นว่าชายคน
หนึ่งในจำนวนนั้นคือสุรเสนะ ส่วนอีก
คนหนึ่งแต่งตัวเป็นนายทหารแห่งแคว้น
ช
สุรเสนะครึ่งเดินครึ่งวิ่งไปยัง
เกวียนของท่านบิดา ค่อยบรรจงกราบลง
บนเท้าของธนิยะผู้นั่งอยู่บนเกวียนด้วย
อาการดีใจและตื้นตัน แล้วกอดเท่านั้น
ไว้คล้ายกับจะไม่ยอมจากไปอีก ธนิยะ
เอื้อมมือไปลูบศีรษะบุตรผู้เป็นที่รักและ
นิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ทำให้ขาวขับเกวียนผู้อยู่
ในที่ใกล้เคียงต้องเบือนหน้าไปทางอื่น
ด้วยความรู้สึกบางอย่าง ทันใดนั้น นาย
ทหารแห่งแคว้นวัชชีผู้เดินเข้ามาอย่างไม่
เร่งร้อน ก็เข้ามาถึงและทำความเคารพ
ก่อน
ธนิยะรับเคารพแล้วก้าวลงจาก
เกวียนยืนต้อนรับนายทหารนั้น
Kalyanamitra.org
เป็นธรรมดา
ของเขาผู้มี
กําลังน้อย
ก็ต้องใช้อุบาย
เอาชนะผู้มีกำลัง
ให้จงได้
อุบาย
ทั้งหลายในสงคราม
ไม่ถูกตำหนิว่าเป็น
การขลาดทั้งสิ้น
“ข้าพเจ้าเป็นนายทหารรับใช้ท่าน
สีหเสนาบดีขุนพลแห่งแคว้นวัชชี ท่าน
สีหเสนาบดีเพิ่งรู้เรื่องทั้งปวงเมื่อตะวัน
สายมากแล้ว จากภริยาของภีมเสนะผู้
ฟูมฟายน้ำตาเข้าไปหาแจ้งเรื่องลูกหาย
เมื่อไต่ถามข้อความบางประการแล้ว
ท่านก็เรียกตัวทีมเสนะไปพบ หลังจากได้
เจรจากันเป็นเวลานานพอสมควร ก็สั่ง
ให้เบิกตัวสุรเสนะเข้าไปหา สั่งข้อความ
มาถึงท่านพร้อมทั้งให้ข้าพเจ้าเป็นผู้นำ
ตัวมาคืน ความละเอียดทั้งหลายสุรเสนะ
อาจเล่าให้ท่านฟังได้ ข้าพเจ้าได้รับคำ
สั่งมาแต่เพียงว่า ขอให้ท่านรีบเคลื่อน
ขบวนเกวียนเข้าสู่ไพศาลีแต่ในขณะนี้
และค่ำวันนี้ขอเชิญท่านพร้อมทั้งสุรเสนะ
เป็นอาคันตุกะผู้อันท่านเสนาบดีจะพึง
ต้อนรับด้วยความยินดี ณ เคหสถานด้าน
ตะวันตกแห่งลิจฉวีสภา และจะมีนาย
ทหารเป็นผู้มารับตัวท่านไป อนึ่งท่าน
เสนาบดีสั่งมาว่า ถ้าท่านจะมอบตัวบุตร
ของทีมเสนะอื่นไปก็ให้ข้าพเจ้ารับ