การเรียนภาษาสันสกฤต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 12 หน้า 62
หน้าที่ 62 / 152

สรุปเนื้อหา

ต่อไป เนื่องด้วยอาคารของสถาบัน การศึกษาภาคตะวันออกนี้ค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับจำนวนนักศึกษาที่ต้อง มาใช้สถานที่ ดังนั้น ชั่วโมงการเรียน การสอนแต่ละภาควิชา จึงต้องจัดไว้ ตายตัว ไม่มีการยืดหยุ่นได้เลย ในชั้นเรียนของอาตมามีนักศึกษา ประมาณ ๘-๙ คน ต่างก็เลือกมาเรียน วิชาภาษาสันสกฤตด้วยวัตถุประสงค์ที่ แตกต่างกันไป บางคนมาเรียนเพราะ สนใจในเรื่องศาสนาและวัฒนธรรม เก่าแก่ของอินเดีย บางคนสนใจภาษา สันสกฤตในแง่ภาษาศาสตร์ บางคน ต้องเลือกเรียนวิชานี้เนื่องจากเป็นวิชา บังคับในสาขาวิชาที่ตนเรียนอยู่เช่น ในสาขามนุษยศาสตร์และโบราณคดี และบางคนที่ชอบทดลอง ก็มาเลือก เรียนเพื่อทดลองสติปัญญาของตน เนื่อง จากได้ทราบว่าการเรียนแขนงวิชาภาษา สันสกฤต เป็นเรื่องยากและน่าเบื่อหน่าย ก็เลยอยากจะมาลองเรียน และถ้า ทนเรียนต่อไ

หัวข้อประเด็น

- การเรียนภาษาสันสกฤต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ต่อไป เนื่องด้วยอาคารของสถาบัน การศึกษาภาคตะวันออกนี้ค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับจำนวนนักศึกษาที่ต้อง มาใช้สถานที่ ดังนั้น ชั่วโมงการเรียน การสอนแต่ละภาควิชา จึงต้องจัดไว้ ตายตัว ไม่มีการยืดหยุ่นได้เลย ในชั้นเรียนของอาตมามีนักศึกษา ประมาณ ๘-๙ คน ต่างก็เลือกมาเรียน วิชาภาษาสันสกฤตด้วยวัตถุประสงค์ที่ แตกต่างกันไป บางคนมาเรียนเพราะ สนใจในเรื่องศาสนาและวัฒนธรรม เก่าแก่ของอินเดีย บางคนสนใจภาษา สันสกฤตในแง่ภาษาศาสตร์ บางคน ต้องเลือกเรียนวิชานี้เนื่องจากเป็นวิชา บังคับในสาขาวิชาที่ตนเรียนอยู่เช่น ในสาขามนุษยศาสตร์และโบราณคดี และบางคนที่ชอบทดลอง ก็มาเลือก เรียนเพื่อทดลองสติปัญญาของตน เนื่อง จากได้ทราบว่าการเรียนแขนงวิชาภาษา สันสกฤต เป็นเรื่องยากและน่าเบื่อหน่าย ก็เลยอยากจะมาลองเรียน และถ้า ทนเรียนต่อไปไม่ไหวก็อาจจะเลิกเสีย กลางคัน แต่ก็มีความพอใจว่าได้ลอง ดูแล้ว และมีบางคนมาเลือกเรียน เพราะเป็นอาจารย์สอนวิชาภาษาอื่น ๆ และต้องการศึกษาให้แตกฉานทาง ภาษาตะวันออกด้วย จึงมาเลือกเรียน วิชานี้ โดยทั่ว ๆ ไป นักศึกษาส่วนใหญ่ จะเป็นนักเรียนทุนของอังกฤษ และ มีประวัติการเรียนดีเด่นมาแล้วทั้งสิ้น ทางแผนกวิชานี้จึงจะยอมรับให้เข้าเรียน ของคนอินเดียทีเดียว และการจะ เรียนรู้ให้แตกฉาน นักศึกษาจำเป็น ต้องมีความรู้ในวิชาประวัติศาสตร์ ปรัชญา และวัฒนธรรมของชาวภารตะ อีกด้วย การเรียนการสอนเนื้อหาวิชา นี้นับว่าเข้มข้นและดำเนินไปอย่าง รวดเร็วมาก เพราะเวลาเรียนในรอบปี มีจำกัด อาจารย์ผู้สอนจึงต้องพยายาม รวบรวมเนื้อหาสาระทางวิชาการซึ่งมี อยู่มากมาย ให้จบตามโปรแกรมการ สอนตามเวลาที่กำหนด หลักสูตรการสอนสาขาวิชาอักษรศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะใช้เวลา ประมาณ ๔ ปี และเวลามาเรียนก็ มากกว่าวันหยุด แต่ที่มหาวิทยาลัย Oxford กำหนดเวลาเรียนทางภาษาไว้ ๓ ปี ๆ ละ 6 เทอม และเทอมหนึ่ง ๆ ก็มีเวลาเรียนเพียง 4 สัปดาห์ จึงกล่าว โดยปกติ ได้ว่าในปีหนึ่งจะมีวันหยุดมากกว่า วันเรียน แต่มาตรฐานของมหาวิทยา ลัยก็กำหนดไว้สูง ไม่มีการลดหย่อน ก็คงพอจะอนุมานได้ว่าความหนักหน่วง ในการเรียนการสอน โดยเฉพาะใน แขนงวิชาภาษาสันสกฤตนี้จะเป็น ประการใด และหนังสือแบบฝึกหัด ภาษาสันสกฤตที่มหาวิทยาลัยแทบ ทุกแห่งในอังกฤษใช้เรียนในหลักสูตร หนึ่งปี แต่ทางมหาวิทยาลัย Oxford จะกำหนดให้เรียนจบภายใน ๑๒ สัปดาห์ โดยการสอนด้วยวิธีเร่งรัดเช่นนี้ นัก ศึกษาทุกคนจึงต้องพยายามขวนขวาย อ่านตำรา และทำความเข้าใจในแบบ เรียนไวยากรณ์สันสกฤตกันเองจาก แรกที่ถือว่าสำคัญและนักศึกษาต้อง | ตำราที่มีอยู่มากมาย อาจารย์จะ ในการเรียนภาควิชาภาษาตะวัน ออกของมหาวิทยาลัย Oxford นี้ วิชา เรียนรู้และฝึกฝนจนแม่นยำก็คือ วิชา ภาษาสันสกฤต ซึ่งนักวิชาการถือกัน ว่าเป็นแม่บทการศึกษาภาษาทั้งหลาย อธิบายให้ฟังแต่เฉพาะประเด็นที่นัก ศึกษามีข้อสงสัยจากการศึกษาค้นคว้า จากตำรามาแล้วเท่านั้น หากนักศึกษา ผู้ใดไม่สนใจไต่ถาม ก็ไม่มีการอธิบาย เพราะถือว่านักศึกษารู้แล้ว 00 การวัดผลการเรียน ที่นี่จะมีการ สอบใหญ่เพียง ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ เรียนไปจนจบ ๒ เทอมแล้ว จะมีการ สอบวัดผลความรู้ของนักศึกษา และ การสอบครั้งสุดท้ายเป็นการสอบไล่ครั้ง ใหญ่เมื่อเรียนจบปีที่ การตรวจ ข้อสอบ จะต้องตอบคำถามที่ครอบคลุม ความรู้ตลอด ๓ ปี ที่ได้เรียนมา นัก ศึกษาต้องรู้ซึ้งโดยตลอดจึงจะมั่นใจได้ เป็นการยากที่จะทาย เดา หรือเก็ง ข้อสอบ และไม่มีการตอบข้อสอบแบบ ปรนัยเหมือนการเรียนทางวิชาแพทย ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือวิชาอื่น ๆ เช่นในเมืองไทยเรา นักศึกษาจึงต้อง อ่านให้มาก อ่านให้เร็ว และเขียนให้ ได้ภาษาสำนวนที่กระชับและมีเนื้อหา สาระ จึงจะชนะใจอาจารย์ผู้สอนได้ ในระหว่างปีจะมีการประเมินผลการ เรียนของนักศึกษาทุกเทอม โดยอาจารย์ ที่ปรึกษาของนักศึกษาแต่ละคนจะเขียน รายงานความเห็นของอาจารย์ เกี่ยวกับ ผลการปฏิบัติงานของนักศึกษาแต่ละ เทอม โดยเน้นพิจารณาเกี่ยวกับความ สนใจในการเรียน การอ่านตำราของ นักศึกษา ตลอดจนถึงความสม่ำเสมอ ของผลปฏิบัติงานเสนอต่ออาจารย์ที่ สอน และคุณภาพของงานที่นักศึกษา ต้องทำรายงานส่งอาจารย์ผู้สอนเป็น ประจำเกือบทุกสัปดาห์ พูดถึงสภาพชีวิตของการเป็น นักศึกษาแล้ว รู้สึกว่าบรรยากาศใน เมอ ห้องเรียนค่อนข้างจะแห้งแล้ง เทียบกับการเรียนในชั้นเรียนของมหา วิทยาลัยในเมืองไทย เพราะความ เป็นกันเองหรือความเอาใจใส่ต่อเพื่อน ๒ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More