การบวชภิกษุณีและนิกายใหม่ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 6 หน้า 38
หน้าที่ 38 / 120

สรุปเนื้อหา

เป็นภิกษุณีได้จะต้องบรรลุธรรมขั้นอนาคา มีบุคคลขึ้นไป การบวชก็ทำง่าย ๆ โดย ท่านอุตตะมะสาธุอ่านข้อความจากอังคุต ตรนิกายตอนหนึ่ง จบสามครั้งเป็นเสร็จ พิธี ธรรมะที่ท่านอุตตะมะสาธุสอนนั้น ท่านบอกว่าเป็นทางลัดสู่พระนิพพาน ผู้ ปฏิบัติสามารถเห็นผลได้ภายในเวลา เพียงสามเดือนเท่านั้น โดยเริ่มจากการ รักษาศีลกินเจอย่างเคร่งครัด แล้วทำ กรรมฐานทั้งกลางวันกลางคืน มีสติตั้ง มั่นตลอดในการงานทุกอย่าง ไม่ต้องนั่ง หลับตาเหมือนพระสงฆ์ทั่ว ๆ ไป Prof. Gombrich จึงได้ขอพระไตร ปิฎกฉบับของท่านอุตตะมะสาธุมาดู ปรากฏว่าอ่านไม่รู้เรื่องมีศัพท์ทั้งบาลี สันสกฤต สิงหล เป็นข้อความที่ท่าน อุตตะมะสาธุและสาวกอ้างว่า “รับได้ จากอากาศ” เหมือนคลื่นวิทยุที่มีอยู่แล้ว เป็นปกติในอากาศอย่างนั้น พอรับได้ แล้วก็นำมาเขียนจารึกเป็นคัมภีร์ ใ

หัวข้อประเด็น

- การบวชภิกษุณีและนิกายใหม่

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เป็นภิกษุณีได้จะต้องบรรลุธรรมขั้นอนาคา มีบุคคลขึ้นไป การบวชก็ทำง่าย ๆ โดย ท่านอุตตะมะสาธุอ่านข้อความจากอังคุต ตรนิกายตอนหนึ่ง จบสามครั้งเป็นเสร็จ พิธี ธรรมะที่ท่านอุตตะมะสาธุสอนนั้น ท่านบอกว่าเป็นทางลัดสู่พระนิพพาน ผู้ ปฏิบัติสามารถเห็นผลได้ภายในเวลา เพียงสามเดือนเท่านั้น โดยเริ่มจากการ รักษาศีลกินเจอย่างเคร่งครัด แล้วทำ กรรมฐานทั้งกลางวันกลางคืน มีสติตั้ง มั่นตลอดในการงานทุกอย่าง ไม่ต้องนั่ง หลับตาเหมือนพระสงฆ์ทั่ว ๆ ไป Prof. Gombrich จึงได้ขอพระไตร ปิฎกฉบับของท่านอุตตะมะสาธุมาดู ปรากฏว่าอ่านไม่รู้เรื่องมีศัพท์ทั้งบาลี สันสกฤต สิงหล เป็นข้อความที่ท่าน อุตตะมะสาธุและสาวกอ้างว่า “รับได้ จากอากาศ” เหมือนคลื่นวิทยุที่มีอยู่แล้ว เป็นปกติในอากาศอย่างนั้น พอรับได้ แล้วก็นำมาเขียนจารึกเป็นคัมภีร์ ใช้สอน ต่อไป เชื่อได้ว่าไม่ผิดพลาด ในสำนักของท่านอุตตะมะสาธน มีอุบาสกอุบาสิกาอยู่คู่หนึ่ง ซึ่งได้รับ การยกย่องอย่างมาก เพราะเป็นผู้บริจาค ที่ดินและเป็นอุปัฏฐากคนสำคัญของ นักบวชนิกายใหม่นี้ โดยเฉพาะอุบาสิกา ได้รับการขนานนามว่า “มาตา” ซึ่งถ้า แปลเป็นไทยต้องแปลว่า “ท่านแม่” เป็น ผู้ที่ท่านอุตตะมะสาธุพยากรณ์ว่าได้ บรรลุถึง “อนาคามิผล” และอภิญญา ชั้นสูง ท่านแม่ผู้นี้เป็นผู้ที่มีฐานะเสมอ ด้วยพระนางปชาบดีโคตมี พระมารดา เลี้ยงของพระพุทธเจ้าทีเดียว เพราะว่า ท่านแม่ได้อาราธนาให้ท่านอุตตมะสาธุ บวชให้สตรี เท่ากับเป็นผู้ให้กำเนิดภิกษุณี สงฆ์ของนิกายใหม่ และท่านแม่ผู้นี้ยัง ๔๐ ได้ประกาศตัวว่าประพฤติพรหมจรรย์ โกนผม นุ่งขาวห่มขาว แต่ยังอยู่กับสามี ไม่ได้ออกบวชเป็นภิกษุณีเหมือนหญิง คนอื่นในสำนัก ท่านอุตตะมะสาธุได้กล่าวว่า นิกายใหม่ของท่านนี้มีสาวกไม่ต่ำกว่า ๒๐,๐๐๐ คนในศรีลังกา โดยทางสำนัก ทั้งพระภิกษุ ภิกษุณี และฆราวาส ช่วย กันพิมพ์หนังสือแจกจ่ายกันอยู่เป็นประจำ แม้นักการเมืองบางคนก็สนับสนุนนิกาย ของท่านอย่างเต็มที่ หลังจากได้ศึกษาดูในรายละเอียด แล้ว Prof. Gombrich ก็มิได้เกิดศรัทธา จากเหตุผลที่เล่ามาข้างต้น ประกอบ ภาพวาดของสตรีในสมัยสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธ กับที่เรื่องราวที่ Prof. Gombrich ได้รู้ มาว่า พระภิกษุ ภิกษุณีหลายรูปที่ท่าน อุตตะมะสาธุบวชให้ และพยากรณ์ อรหัตผลให้แล้ว มีเป็นจำนวนมากที่ถูก ท่านอุตตะมะสาธุอัปเปหิ ออกจากสำนัก ไป ด้วยข้อหาว่าเป็น “ปาราชิก” และ บางคนก็คงจะออกมาเอง เพราะผิดหวัง ในตัวของอุตตะมะสาธุ ดังที่ท่านได้ เคยพบมาก่อนหน้านี้ ชะรอยหมู่คณะ ของท่านอุตตะมะสาธุนี้ คงจะไม่ร่มเย็น เท่าใดนัก ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะรักษาศีล กันเคร่งครัดอย่างที่สุดก็ตาม หากแต่มัน เป็นความเคร่งเครียดมิใช่เคร่งครัด สมาชิก ของนิกายนี้แต่ละคนจึงสะสมความเครียด กัลยาณมิตร / มิถุนายน ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More