การทำความดีและความชั่ว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 6 หน้า 100
หน้าที่ 100 / 120

สรุปเนื้อหา

00b ไม่รู้จักบุคคล เมื่อทำอะไรลงไปที่นึกว่าดี แต่ขัดกับ เหตุ, ผล, คนเอง ตลอดจนขัดกับประมาณ ขัดกับ กาลเวลา ขัดกับประชุมชน และขัดกับบุคคล ก็ยาก ที่จะให้เกิดผลดีได้ ดังนี้จะโทษว่าทำความดีไม่ได้ดีก็ ไม่ถูก เพราะฉะนั้นการทำความดีจึงต้องไม่มีความโง่ เจือปนอยู่ด้วย จึงจะได้รับประโยชน์ แต่ทั้งนี้ งนี้ก็มิได้หมายความไปถึงการเลือกทำ ความดีเฉพาะให้คนรู้คนเห็น ขึ้นชื่อว่าความดีแล้ว ใครจะรู้เห็นหรือไม่ก็ตาม เมื่อตนกระทำลงไปด้วย กาย วาจา ใจ ความดีนั้นก็ปรากฏที่กาย วาจา ใจ คนชั่วอาจจะนึกว่า ทำชั่วแล้วไม่เป็นไร หรืออาจเห็น เป็นดีไปเลยดังนี้ก็ตามที แต่พอความชั่วแสดงผล เขาก็ เริ่มทอดถอนใจและพยายามวิ่งเต้นด้วยประการต่าง ๆ ที่จะให้ผลร้ายนั้นระงับไป ดูก่อนปริพาชิกา! ถ้าท่านจะสังเกตดูให้นาน ๆ แล้ว คนชั่วจะไม่เจริ

หัวข้อประเด็น

- การทำความดีและความชั่ว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

00b ไม่รู้จักบุคคล เมื่อทำอะไรลงไปที่นึกว่าดี แต่ขัดกับ เหตุ, ผล, คนเอง ตลอดจนขัดกับประมาณ ขัดกับ กาลเวลา ขัดกับประชุมชน และขัดกับบุคคล ก็ยาก ที่จะให้เกิดผลดีได้ ดังนี้จะโทษว่าทำความดีไม่ได้ดีก็ ไม่ถูก เพราะฉะนั้นการทำความดีจึงต้องไม่มีความโง่ เจือปนอยู่ด้วย จึงจะได้รับประโยชน์ แต่ทั้งนี้ งนี้ก็มิได้หมายความไปถึงการเลือกทำ ความดีเฉพาะให้คนรู้คนเห็น ขึ้นชื่อว่าความดีแล้ว ใครจะรู้เห็นหรือไม่ก็ตาม เมื่อตนกระทำลงไปด้วย กาย วาจา ใจ ความดีนั้นก็ปรากฏที่กาย วาจา ใจ คนชั่วอาจจะนึกว่า ทำชั่วแล้วไม่เป็นไร หรืออาจเห็น เป็นดีไปเลยดังนี้ก็ตามที แต่พอความชั่วแสดงผล เขาก็ เริ่มทอดถอนใจและพยายามวิ่งเต้นด้วยประการต่าง ๆ ที่จะให้ผลร้ายนั้นระงับไป ดูก่อนปริพาชิกา! ถ้าท่านจะสังเกตดูให้นาน ๆ แล้ว คนชั่วจะไม่เจริญอยู่ได้ยั่งยืนเลย ในที่สุดก็จะ พินาศไปเพราะความชั่วของตนเอง ส่วนคนที่นั้น แม้จะตกต่ำบ้างในบางครั้ง แต่ในไม่ช้าก็จะส่งตัว เองให้สูงขึ้นได้ด้วยความดีของตน ด้วยเหตุนี้ ผ ของกรรมดีกรรมชั่วจึงยังคงมีอยู่โดยแท้” คนชั่วจะไม่เจริญอยู่ได้เลย ในที่สุดก็จะพินาศ ไปเพราะความชั่วของตนเอง ส่วนคนดีนั้น แม้จะตกต่ำบ้างในบางครั้ง แต่ในไม่ช้าก็จะ ส่งตัวเองให้สูงขึ้นได้ด้วยความดีของตน และตนย่อมรู้สึกแช่มชื่นเบิกบานตั้งแต่ในขณะที่ทำ นั่น ทั้งคุณความดีนั้น จะชุบย้อมอัธยาศัยใจคอผู้ ทำให้ดีขึ้นเสมอ เป็นการประทับความดีลงไปที่กาย วาจา ใจ ในระยะแรกที่ทำลงไปแม้ไม่มีใครรู้เห็น ก็คงเป็นความดีอยู่นั่นเอง เมื่อความดีมีมาก ก็ทำ ให้กิริยาอาการทั้งปวงซึ่งแสดงออกโดยปกติของ บุคคล ซึ่งมากไปด้วยความดีนั้นน่าดูน่าชมเป็นที่ ปรากฏแก่คนทั้งหลาย โดยประการตรงกันข้าม ผู้ทำ ความชั่วก็จะถูกความชั่วราดรดกาย วาจา และใจ ตั้ง แต่ระยะแรกที่ทำ แม้ไม่มีใครรู้เห็น ตนเองก็รู้เห็น และ เมื่อท่าจนเคยชินหนักขึ้น กาย วาจา ใจ ของตนก็เป็น ที่ปรากฏแห่งความชั่วนั้น ใครได้คบหาใกล้ชิด ก็จะ ประจักษ์ในอุปนิสัยสันดานในไม่ช้า ในชั้นแรกคนอาจ เคลือบซ้อมกิริยาให้คนอื่นสำคัญผิดว่าเป็นคนดีได้ แต่พอวันเวลาล่วงไปไม่นานนัก ความจริงก็จะปรากฏ ให้เป็นที่สังเกตได้ว่าที่แท้นั้นตนคือคนชั่วคนเลวนั่นเอง อีกประการหนึ่ง ในขณะที่ความชั่วยังไม่ทันให้ผล ผล ขณะนั้นมหาชนก็รุมล้อมเข้ามาฟัง และดูพระเถระ กับปริพาชิกาสาวโต้ตอบกันมากขึ้น แต่เนื่องจากเป็น เวลาเย็น นางปริพาชิกาจึงได้ขอเลื่อนให้มากล่าวตอบ วาทะกันใหม่ ในวันพรุ่งนี้เวลาบ่าย พระเถระรับคำก็ จากไป ส่วนชมพูปริพาชิกาก็ออกจากที่นั้นไปพำนัก ยังอารามของพวกปริพาชิกา อันถือลัทธิเดียวกับตน แต่ก็ไม่วายแปลกใจในความแหลมหลักของพระเถระ รูปนั้น ซึ่งจนบัดนี้ตนก็ยังไม่รู้ว่าคือใคร ข่าวการโต้ตอบของชมพูปริพาชิกากับภิกษุสูง อายุแห่งสาวัตถี กลายเป็นที่สนใจของคนเป็นอันมาก ต่างก็คอยวันและเวลา ซึ่งกำหนดหมายไว้ว่าคนทั้งสอง นั้นจะโต้ตอบกันอีก ไม่ต้องกล่าวถึงสุรเสนะก็ได้ว่าจะ ตื่นเต้นเพียงไรในเหตุการณ์ที่ตนประสบในบ่ายวันนั้น เมื่อกลับไปถึงหมู่เกวียนก็เล่าความให้ท่านบิดาฟังทุก ประการ ธนิยะแสดงความดีใจจนเห็นได้ และกล่าวกะ สุรเสนะว่า วันพรุ่งตนจะร่วมไปฟังด้วย อ่านต่อฉบับหน้า Kalyanamitra.org กัลยาณมิตร / มิถุนายน ๒๕๓๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More