การทำดีและการทำชั่ว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 6 หน้า 99
หน้าที่ 99 / 120

สรุปเนื้อหา

ความเจริญให้แก่ตนเอง ใครขยันขันแข็งประกอบการ งานอาชีพหรือคุณงามความดี ผู้นั้นก็สร้างความเจริญ ให้แก่ตนได้ ใครเกียจคร้านหรือประพฤติตัวไปในทาง ชั่วช้าเสียหาย ก็เป็นผู้สร้างความพินาศให้แก่ตัวเอง หาใช่พระพรหมลึกลับอย่างอื่นที่ไหนไม่ “ท่านผู้เจริญ! ท่านกำลังคัดค้านความเชื่อถือ อันมีมาแต่โบราณกาลที่ว่า พระพรหมเป็นพระเป็นเจ้า ผู้มีอำนาจสร้างสรรค์สากลโลก พร้อมทั้งมนุษย์และ สัตว์ มายึดมั่นแต่ความเห็นของตนเองดังนี้ ถึงอย่างไร ก็มิใช่ความเห็นที่มีน้ำหนัก ดังที่คนโบราณเคยเชื่อถือ กันมา เพราะผู้ที่เชื่อตรงกันข้ามกับท่านนั้นมีมากกว่า และเชื่อกันมานานแล้วด้วย” “ดูก่อนปริพาชิกา! ความถูกความจริงนั้นหา ได้ขึ้นอยู่แก่กาลเวลาหรือกลุ่มชนใด ๆ ไม่ การ เชื่อตาม ๆ กันอย่างไม่พิจารณาเหตุผลเสียอีก ย่อม ง ไม่ผิดอะไรกับ

หัวข้อประเด็น

- การทำดีและการทำชั่ว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ความเจริญให้แก่ตนเอง ใครขยันขันแข็งประกอบการ งานอาชีพหรือคุณงามความดี ผู้นั้นก็สร้างความเจริญ ให้แก่ตนได้ ใครเกียจคร้านหรือประพฤติตัวไปในทาง ชั่วช้าเสียหาย ก็เป็นผู้สร้างความพินาศให้แก่ตัวเอง หาใช่พระพรหมลึกลับอย่างอื่นที่ไหนไม่ “ท่านผู้เจริญ! ท่านกำลังคัดค้านความเชื่อถือ อันมีมาแต่โบราณกาลที่ว่า พระพรหมเป็นพระเป็นเจ้า ผู้มีอำนาจสร้างสรรค์สากลโลก พร้อมทั้งมนุษย์และ สัตว์ มายึดมั่นแต่ความเห็นของตนเองดังนี้ ถึงอย่างไร ก็มิใช่ความเห็นที่มีน้ำหนัก ดังที่คนโบราณเคยเชื่อถือ กันมา เพราะผู้ที่เชื่อตรงกันข้ามกับท่านนั้นมีมากกว่า และเชื่อกันมานานแล้วด้วย” “ดูก่อนปริพาชิกา! ความถูกความจริงนั้นหา ได้ขึ้นอยู่แก่กาลเวลาหรือกลุ่มชนใด ๆ ไม่ การ เชื่อตาม ๆ กันอย่างไม่พิจารณาเหตุผลเสียอีก ย่อม ง ไม่ผิดอะไรกับคนเสียจักษุจูงคนเสียจักษุ แม้จะจูง กันเป็นแถวยาว หรือมีจํานวนคนมากเพียงไร ก็ไม่ช่วย ให้เห็นทางแจ่มแจ้งได้ ดูก่อนปริพาชิกา! ในชนบทบาง แห่ง มหาชนนับถือลิงว่าศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัตว์พิเศษ จึง พากันบูชาลิง บางแห่งถือกันว่างูหรือนาคเป็นของ ศักดิ์สิทธิ์ ก็พากันบูชางูหรือนาคนั้น ถ้าท่านพลัด ไปสู่ชนบทเห็นปานนั้น จะมีต้องบูชาลิงและงูไปด้วยหรือ เพราะคนพื้นเมือง ย่อมมีจำนวนมากกว่าท่านและเชื่อ กันมานานแล้ว ถ้าท่านถือหลักเกณฑ์ความเชื่อถือ ตาม ๆ กันเป็นประมาณ “ท่านผู้เจริญ ท่านคอยตอบถ้อยคำของข้าพเจ้า ไปก็แล้วกัน บัดนี้ข้าพเจ้าจะถามท่านต่อไปอีก มีเจ้า ลัทธิบางคนในโลกนี้สอนว่า เราไม่ควรเชื่อในเรื่องทำดี ได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เพราะบางครั้งทำดีไม่มีคนรู้คนเห็นก็ ไม่ได้ดี หรือทำความชั่วถ้าไม่มีใครรู้ใครเห็นก็ไม่ได้ชั่ว เช่นเดียวกัน บางครั้งคนโกงได้ดี และบางครั้งคน ซื่อสัตย์กลับยากจน อย่างนี้ท่านจะเห็นอย่างไร?” “ดูก่อนปริพาชิกา เรื่องนี้มีข้อควรพิจารณาอยู่ มากหลาย โดยปกติการทำดีทำชั่วย่อมให้ผลถูกตรง ตามเหตุ คือ ทำดีก็ได้ดีและทำชั่วก็ได้ชั่ว แต่บาง ครั้งบุคคลทำไว้ทั้งสองอย่าง ผลที่ปรากฏอาจซับซ้อน จนทำให้เห็นเป็นสับสนไปก็ได้ และบางครั้งก็เนื่องด้วย กัลยาณมิตร / มิถุนายน ๒๕๓๐ กาลเวลาที่ให้ผล พืชต่างชนิดที่ปลูกพร้อม ๆ กัน ก็ยังงามผลิตผลเร็วช้าผิดแผกกันเป็นเดือน ๆ ปี ๆ เพราะเป็นไปตามลักษณะของพืชชนิดนั้น ๆ กรรมติ กรรมชั่วก็เช่นเดียวกัน เมื่อให้ผลเร็วช้ากว่ากัน ก็ อาจทำให้คนเข้าใจผิดคิดไปว่า บางอย่างก็ให้ผล บางอย่างก็ไม่ให้ผล ข้าพเจ้าจะแบ่งประเภทชี้แจงเป็น ข้อ ๆ ไป เพื่อให้ท่านเข้าใจในข้อนี้ โดยส่วนมากเราย่อมเห็นกันอยู่ทั่วไปว่าคนทำ ดีย่อมได้ดี คนทำชั่วย่อมได้ชั่ว ทั้งนี้เพราะไม่มี ปัญหาอย่างอื่นอันซับซ้อนทำให้เห็นสับสนไป ดังจะ เห็นได้เช่นคนผู้อยู่เป็นผาสุก เป็นที่รักของคนทั้งหลาย มักจะเป็นผู้ทำความดี ส่วนคนผู้มีความเดือดร้อนอยู่ เสมอ เป็นที่เกลียดชังของคนทั่วไป ต้องเที่ยวหลบหลีก การจับกุมลงโทษ หรือมีเรื่องให้ผู้อื่นโจทท้วงอยู่เนือง นิตย์ ก็เพราะทำความชั่วโดยปกติ เช่นผู้ร้ายและนักเลง ทั้งหลาย ในรายที่ว่า บางครั้งทำดีแล้วไม่เห็นได้ดี เราก็ จะต้องพิจารณาว่า เขาทำดีด้วยบริสุทธิ์ใจหรือมีความ โลภแฝงอยู่เบื้องหลัง เพราะบางครั้งผู้มีความโลภ แฝงอยู่ ทำความดีเพียงเล็กน้อยก็นั่งทวงผลดี คล้าย กับคนที่หว่านข้าวในวันนั้น ก็ทวงจะให้ข้าวออกรวงให้ เห็นผลทันใจ หรือบางคนทําความดีอย่างมีความ โกรธเจือปน เช่นสั่งสอนว่ากล่าวหรือตักเตือนใคร ก็ผสมความโกรธลงไปในคำพูดว่ากล่าวตักเตือนนั้น แม้เรื่องที่คนตักเตือนว่ากล่าวจะเป็นเรื่องสมควร บาง ครั้งผู้ได้รับตักเตือนก็หาเชื่อฟังหรือเคารพนับถือไม่ เพราะเมื่อเขารู้สึกว่าผู้พูดมีความโกรธเป็นพื้นของใจ ก็อาจโกรธตอบหรือไม่สนใจฟังคำตักเตือนนั้น หรือ บางครั้งเมื่อมีผู้มาขอความช่วยเหลือ แต่บุคคลบางคน ช่วยอย่างมีอาการไม่พอใจหรือมีความโกรธแฝงอยู่ จะให้อะไรก็ให้อย่างไม่เต็มใจ แถมพูดประชดหรือ ค่อนขอด ผู้รับแทนที่จะสำนึกในบุญคุณก็กลับโกรธขึ้ง ไม่พอใจดังนี้ก็มี หรือไม่อย่างนั้นบางคนก็ทำความดี อย่างแฝงความโง่ไว้ บางครั้งก็สำคัญความชั่วว่าเป็น ความดี หรือเพราะเหตุที่มีความโง่ความหลง เป็นภาค พื้นของจิตใจจึงไม่รู้จักเหตุ ไม่รู้จักผล ไม่รู้จักตน ไม่ รู้จักประมาณ ไม่รู้จักกาลเวลา ไม่รู้จักประชุมชนและ Kalyanamitra.org 00€
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More