การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอาเซียน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 6 หน้า 51
หน้าที่ 51 / 120

สรุปเนื้อหา

พัฒนาทรัพยากร มนุษย์ ด้วยพรหมวิหาร ๔ จากการเป็น “แพทย์ของประชา ชน” ที่เมืองพลมากว่าสิบปี เป็นหัวหน้า คณะที่ปรึกษาด้านประชากร และวาง แผนครอบครัวขององค์การสหประชาชาติ ที่บังคลาเทศ ๒ ปี จนถึงวันนี้มหา วิทยาลัยมหิดลร่วมกับกระทรวงสาธารณ สุข ด้วยความสนับสนุนของรัฐบาลญี่ปุ่น ได้เชิญนายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ มาเป็น ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนา การสาธารณสุขมูลฐานอาเซียน เพื่อ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของอาเซียน จะได้มีประสิทธิภาพยิ่ง ๆ ขึ้น พร้อมกัน นี้ยังเป็นอาจารย์ในคณะสาธารณสุข ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลอีกด้วย งาน ของนายแพทย์กระแสวันนี้ จึงเป็นเสมือน ผู้เชื่อมโยงประสบการณ์ ความรู้ในแวดวง สาธารณสุขเข้าด้วยกัน มีการฝึกอบรม สัมมนา ประชุมต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ผู้ มีส่วนเกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนทัศนะ นำมา ซึ่งแนว

หัวข้อประเด็น

- การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอาเซียน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พัฒนาทรัพยากร มนุษย์ ด้วยพรหมวิหาร ๔ จากการเป็น “แพทย์ของประชา ชน” ที่เมืองพลมากว่าสิบปี เป็นหัวหน้า คณะที่ปรึกษาด้านประชากร และวาง แผนครอบครัวขององค์การสหประชาชาติ ที่บังคลาเทศ ๒ ปี จนถึงวันนี้มหา วิทยาลัยมหิดลร่วมกับกระทรวงสาธารณ สุข ด้วยความสนับสนุนของรัฐบาลญี่ปุ่น ได้เชิญนายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ มาเป็น ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนา การสาธารณสุขมูลฐานอาเซียน เพื่อ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของอาเซียน จะได้มีประสิทธิภาพยิ่ง ๆ ขึ้น พร้อมกัน นี้ยังเป็นอาจารย์ในคณะสาธารณสุข ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลอีกด้วย งาน ของนายแพทย์กระแสวันนี้ จึงเป็นเสมือน ผู้เชื่อมโยงประสบการณ์ ความรู้ในแวดวง สาธารณสุขเข้าด้วยกัน มีการฝึกอบรม สัมมนา ประชุมต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ผู้ มีส่วนเกี่ยวข้องได้แลกเปลี่ยนทัศนะ นำมา ซึ่งแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมกับ สภาพปัญหา กว่างานแต่ละครั้งจะสำเร็จ ไม่ว่า จะเป็นอดีต หรือปัจจุบัน นายแพทย์นัก พัฒนาผู้นี้มีหลักการดำเนินชีวิตอย่างไร เป็นเรื่องน่าสนใจ “ผมเมื่อจะทำอะไรแล้ว ผมค่อน ข้างจริงจังและจริงใจกับงาน ทุ่มหมดตัว หมดใจ พยายามฝึกตนให้มีอิทธิบาท ๔ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ตลอด มา ครั้นมองในชีวิตจริงที่เราเป็นผู้ใหญ่ ขึ้นมานี่ คิดว่า พรหมวิหาร ๔ นี่ละ จำเป็นมาก ถ้าเรานึกถึงอยู่เสมอ ๆ ก็จะ ทำให้อะไร ๆ มันดีขึ้น อย่างลูกน้องทำ อะไรผิดพลาด ไม่ถูกใจ ก็อย่าเพิ่งด่วน ตำหนิ หงุดหงิด ให้นึกถึงพรหมวิหาร ๔ และพยายามเข้าใจธรรมชาติมนุษย์ แล้ว ก็จะเกิดเมตตา คิดทบทวนแล้วก็จะให้ อภัยได้ ผมเชื่อว่าเพียงมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ก็เพียงพอสำหรับ ให้ผู้ร่วมงาน ลูกน้องเราทำงานได้ ด้วยกำลังใจแล้ว จะผิดนิดผิดหน่อย เตือน ๆ กันบ้าง มันก็พัฒนาได้...” “หมอแมกไซไซ” ผู้ฝากผลงาน อันมีคุณค่าต่อชีวิตของเพื่อนร่วมชาติ โดยเฉพาะด้านการสาธารณสุขมูลฐาน ชนบท จบคำพูดของเขาลง ด้วยประโยค ที่ว่า “คนเราจะสมบูรณ์ได้ด้วยการมี ๓ สิ่งต่อไปนี้ ประกอบกัน คือ สุขภาพ การศึกษา และคุณธรรม ถ้ามีครบ ถ้วนดังกล่าว ก็พอแล้ว ไม่ต้องดิ้นรน หรือ ต่อสู้ เพื่อแสวงหาอะไรกันอีก เลย" กัลยาณมิตร / มิถุนายน ๒๕๓๐ Kalyanamitra.org ๕๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More