การสังคายนาครั้งที่ ๔ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 6 หน้า 61
หน้าที่ 61 / 120

สรุปเนื้อหา

ของนิกายสัพพัตถิกวาท มีข้อน่าสังเกต คือ หนังสือประวัติ ศาสตร์ของอินเดียบางเล่ม” กล่าวว่า ใน ค.ศ. ๑๓๔ (พ.ศ. ๑๑๗๗) พระเจ้า ศิลาทิตย์ ได้จัดให้มีมหาสังคายนาขึ้น นิกายสัพพัตถิกวาทผสมกับฝ่ายมหายาน หนังสือสมันตัปปาสาทิกา ซึ่ง แต่งอธิบายวินัยปิฎกกล่าวว่า เมื่อทำ สังคายนาครั้งที่ ๓ เสร็จแล้ว พระมหินท เถระผู้เป็นโอรสของพระเจ้าอโศก พร้อม ในอินเดียภาคเหนือ มีกษัตริย์ประเทศ ด้วยพระเถระอื่น ๆ รวมกันครบ ๕ รูป ราชมาร่วมด้วยถึง ๒๑ พระองค์ ใน พิธีนี้มีพระสงฆ์ผู้คงแก่เรียน และ พราหมณ์ผู้ทรงความรู้มาประชุมกัน ในวันแรกตั้งพระพุทธรูปบูชาในพิธี ใน วันที่ ๒ ตั้งรูปสุริยเทพ ในวันที่ ๓ ตั้ง รูปพระศิวะ การสังคายนาครั้งนี้จึงมี ลักษณะผสม คือทั้งพุทธ ทั้งพราหมณ์ ภิกษุที่เข้าประชุมก็มีทั้งฝ่ายเถรวาทและ มหายาน แต่เมื่อสอ

หัวข้อประเด็น

- การสังคายนาครั้งที่ ๔

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ของนิกายสัพพัตถิกวาท มีข้อน่าสังเกต คือ หนังสือประวัติ ศาสตร์ของอินเดียบางเล่ม” กล่าวว่า ใน ค.ศ. ๑๓๔ (พ.ศ. ๑๑๗๗) พระเจ้า ศิลาทิตย์ ได้จัดให้มีมหาสังคายนาขึ้น นิกายสัพพัตถิกวาทผสมกับฝ่ายมหายาน หนังสือสมันตัปปาสาทิกา ซึ่ง แต่งอธิบายวินัยปิฎกกล่าวว่า เมื่อทำ สังคายนาครั้งที่ ๓ เสร็จแล้ว พระมหินท เถระผู้เป็นโอรสของพระเจ้าอโศก พร้อม ในอินเดียภาคเหนือ มีกษัตริย์ประเทศ ด้วยพระเถระอื่น ๆ รวมกันครบ ๕ รูป ราชมาร่วมด้วยถึง ๒๑ พระองค์ ใน พิธีนี้มีพระสงฆ์ผู้คงแก่เรียน และ พราหมณ์ผู้ทรงความรู้มาประชุมกัน ในวันแรกตั้งพระพุทธรูปบูชาในพิธี ใน วันที่ ๒ ตั้งรูปสุริยเทพ ในวันที่ ๓ ตั้ง รูปพระศิวะ การสังคายนาครั้งนี้จึงมี ลักษณะผสม คือทั้งพุทธ ทั้งพราหมณ์ ภิกษุที่เข้าประชุมก็มีทั้งฝ่ายเถรวาทและ มหายาน แต่เมื่อสอบดูหนังสือประวัติ ของภิกษุเสี้ยนจัง” ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ ตอนนี้ไว้ด้วย กลายเป็นการประชุมเพื่อ ให้มาโต้แย้งกับภิกษุเงี่ยนจังผู้แต่งตำรา ยกย่องพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ได้เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาใน ลังกา ได้พบกับพระเจ้าเทวานัมปิย ติสสะ แสดงธรรมให้พระราชาเลื่อมใส และ ประดิษฐานพระพุทธศาสนาได้แล้ว ก็มี การประชุมสงฆ์ ให้พระอริฏฐะผู้เป็นศิษย์ ของพระมหินทเถระ สวดพระวินัยเป็นการ สังคายนาวินัยปิฎก ส่วนหนังสืออื่น ๆ เช่นสังคีติยวงศ์ กล่าวว่ามีการสังคายนา ทั้ง ๓ ปิฎก สังคายนาครั้งนี้กระทำที่ถูปา ราม เมืองอนุราธปุระ มีพระมหินทา เถระเป็นประธาน การสังคายนาครั้งนี้ ต่อจากสัง คายนาครั้งที่ ๓ ในอินเดียไม่กี่ปี คือ การ ไป หาใช่การสังคายนาอย่างไรไม่ ที่ 1 ทำสังคายนาครั้งที่ ๓ กระทำใน พ.ศ. บันทึกไว้ในที่นี้ด้วยก็เพื่อให้หมดปัญหา ประวัติการสังคายนาในประเทศอินเดีย ๒๓๕ พอทำสังคายนาเสร็จแล้วไม่นาน (พ.ศ. ๒๓๖) พระมหินทเถระก็เดินทางไป เผยแผ่พระพุทธศาสนาในลังกา และในปี การนับสังคายนา พ.ศ. ๒๓๘ ก็ได้ทำสังคายนาในลังกา ของลังกา ลังกาซึ่งนับถือพระพุทธศาสนา ฝ่ายเถรวาทเช่นเดียวกับไทย คงรับรอง การสังคายนาทั้ง ๓ ครั้งแรกในอินเดีย แต่ไม่รับรองสังคายนาครั้งที่ ๔ ซึ่งเป็นของ * Brief History of the Indian Peoples ของ, Sir W. W., Hunter หน้า 81 * ในภาษาไทยมีหนังสือชื่อประวัติพระถังซัม นั่ง นายเคงเหลียน สีบุญเรือง แปลจาก ภาษาจีน มีข้อความตอนนี้ หน้า ๒๓๘ กัลยาณมิตร / มิถุนายน ๒๕๓๐ เหตุผลที่อ้างในการทำสังคายนาครั้งนี้ก็ คือเพื่อให้พระศาสนาตั้งมั่น เพราะเหตุที่ สังคายนาครั้งนี้ห่างจากครั้งแรกประมาณ ๓-๔ ปี บางมติจึงไม่ยอมรับเป็นสังคายนา เช่นมติของฝ่ายพม่า ดังจะกล่าวข้างหน้า | กระทำเมื่อประมาณ พ.ศ. ๔๓๓ ใน รัชสมัยของพระเจ้าวัฏฏคามณีอภัย เรื่องที่ปรากฏเป็นเหตุทำสังคายนาครั้งนี้ คือ เห็นกันว่า ถ้าจะใช้วิธีท่องจำพระ พุทธวจนะต่อไป ก็อาจมีข้อวิปริตผิดพลาด ได้ง่าย เพราะปัญญาในการท่องจำของ กุลบุตรเสื่อมถอยลง จึงตกลงจารึกพระ พุทธวจนะลงในใบลาน มีคำกล่าวว่า ได้จารึกอรรถกถาลงไว้ด้วย สังคายนา ครั้งนี้กระทำที่อาโลกเลณสถาน ณ มตเลชนบท ซึ่งไทยเราเรียกว่า มลัย ชนบท ประเทศลังกา มีพระรักขิตมหา เถระเป็นประธาน ได้กล่าวแล้วว่าบาง | มติไม่รับรองการสังคายนาของพระมหินท์ ว่าเป็นครั้งที่ ๔ ต่อจากอินเดีย แต่สัง คายนาครั้งที่ ๒ ในลังกานี้ ได้รับการ รับรองเข้าลำดับโดยทั่วไป บางมติก็จัด เข้าเป็นลำดับที่ ๔ บางมติที่ไม่รับรอง สังคายนาของพระมหินท์ (ครั้งแรกใน ลังกา) ก็จัดสังคายนาครั้งที่ ๒ ในลังกานี้ ว่าเป็นครั้งที่ ๔ ต่อมาจากอินเดีย สังคายนาครั้งที่ ๓ ในลังกา กระทำเมื่อไม่ถึง ๑๐๐ ปีมานี้เอง คือใน พ.ศ. ๒๕๐๘ (ค.ศ. ๑๙๖๕) ที่รัตน ปุระในลังกา พระเถระชื่อหิกขเว สิริสุมังคละ เป็นหัวหน้า กระทำอยู่ ๕ เดือน การสังคายนาครั้งนี้น่าจะไม่มีใคร รู้กันมากนัก นอกจากเป็นบันทึกของชาว ลังกาเอง การโฆษณาก็คงไม่มากมาย ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า สังคายนาครั้งนี้ เหมือนสังคายนาครั้งที่ 5 ของพม่า อาจเป็นการวางรากฐานให้ชาวลังกา ท่องจำพระพุทธวจนะ จึงต้องประชุมชี้แจง หรือแสดงรูปแห่งพุทธวจนะตามแนวที่ได้ จัดระเบียบไว้ในการสังคายนาครั้งที่ ๓ ใน อินเดีย ฉะนั้นจึงนับได้ว่า เป็นสัง คายนาครั้งแรกในลังกา สังคายนาครั้งที่ ๒ ในลังกา ๑. หลักฐานบางแห่งว่า พ.ศ. ๔๕๐ ๒. ลังกานับเป็น ๒๔๐๙ อ่านต่อฉบับหน้า ๖๗ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More