ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในประเทศนั้น ๆ ได้ทราบถึงวันเวลาที่
จะเดินทางมาถึง พร้อมรูปถ่ายและ
ประวัติส่วนตัว แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบว่า
ใครจะเป็นผู้มารับข้าพเจ้า และเขาจะ
ทราบได้อย่างไรว่าใครเป็นใคร ในเมื่อ
ข้าพเจ้าไม่ได้ติดป้ายชื่อ โชคดีที่ไม่มี
ปัญหา ผู้มารับซึ่งเป็นคนไทยจากสำนัก
งานผู้ดูแลนักเรียน ๒ คน สามารถที่จะ
จำข้าพเจ้าได้ และพาไปพักโรงแรมที่
จองไว้ชั่วคราว ที่เมกุโระ ใกล้สำนักงาน
ผู้ดูแลนักเรียนไทย ในบรรดาคนหนึ่ง
ที่มารับข้าพเจ้าก็คือ คุณสุกรี ซึ่งไม่ใช่
ข้าราชการประจำจากเมืองไทย แต่เป็น
นักเรียนไทยทุนส่วนตัวที่มาเรียนญี่ปุ่น
และไปทำงานที่สำนักงานผู้ดูแลนักเรียน
ไทยโดยเป็นลูกจ้างชั่วคราว คุณสุกรี
นี้มาเรียนที่ญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเป็นเด็กอายุ
สิบกว่าขวบ จึงเรียนภาษาไทยไม่ค่อยเก่ง
และท่าทางเป็นญี่ปุ่นเต็มตัว แต่คุณ
สุกรีสนิทสนมกับนักเรียนทุนรัฐบาลไทย
หลายรุ่นที่ไปเรียนที่ญี่ปุ่น เนื่องจากว่า
จะเป็นคนไปรับพร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นพี่
เลี้ยงให้ในตัว (ตอนนี้ ทราบว่า กลับมา
ทำงานเมืองไทยแล้ว แต่ข้าพเจ้ายังไม่มี
โอกาสพบคุณสุกรีอีก ทั้ง ๆ ที่อยากจะ
พบอีกสักครั้ง)
หาที่พัก
ข้าพเจ้าพักอยู่โรงแรมเพียงคืนเดียว
วันรุ่งขึ้น คุณสุกรีก็มารับไปพักอยู่บ้าน
คุณแดง ซึ่งเป็นนักเรียนทุนส่วนตัว และจะ
เข้าเรียนภาษาญี่ปุ่นรุ่นเดียวกับข้าพเจ้า
ตอนนี้เป็นช่วงกลางฤดูหนาวของญี่ปุ่น
อากาศหนาวจับใจเลย ข้าพเจ้าจะต้อง
พักอยู่กับคุณแดงจนกว่าจะหาห้องพักของ
ตัวเองได้ ห้องพักที่ว่านี้ ภาษาญี่ปุ่นเรียก
ว่า “เกชุกุ” ซึ่งเป็นห้องเสื้อเล็ก ๆ มีตู้เก็บ
ของหรือเก็บเครื่องนอน และอาจจะมีที่
ทำอาหารและอ่างล้างผักล้างจานได้
แต่เขาก็
ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่มีเนื้อที่ดินน้อย
และคนอยู่กันอย่างแออัด
สามารถใช้เนื้อที่ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิ
ภาพ ห้องมักจะเป็นห้องเสื่อญี่ปุ่นที่เรียก
ว่า “ห้องทาทามิ” เสื่อญี่ปุ่นไม่เหมือน
เสื่อไทย ซึ่งพับได้ เพราะของเขาจะปูเสื่อ
ติดแน่นบนกระดานได้และบุด้วยฟาง
ที่หนาพอสมควร แต่ไม่แข็งกระด้าง
จนเกินไปและจะมีขนาดมาตรฐาน ห้อง
พักจะใหญ่เล็กแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่ว่า ปูได้
กี่เสื่อ ดังนั้นค่าเช่าห้องพักจึงมีราคามาก
น้อยขึ้นอยู่ว่าเป็นห้องที่เสื่อ โดยปกติแล้ว
ห้องพักขนาดเล็กจะเป็นห้องขนาดสี่เสื่อ
หรือสี่เสื่อครึ่ง ห้องใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็เป็น
ห้องหกเสื่อ ห้องโล่ง ๆ อย่างนี้สามารถ
เป็นได้ทั้งห้องรับแขก ห้องนั่งเล่นและห้อง
นอนได้ในตัว เนื่องจากเราสามารถใช้โต๊ะ
ญี่ปุ่นตัวเตี้ย ๆ และพับได้ (ซึ่งปัจจุบัน เริ่ม
เห็นมีทำขายในเมืองไทยแล้ว) สำหรับ
เขียนหนังสือ ทานข้าว รับแขกได้ แต่โดย
ปกติ เนื่องจากอากาศในญี่ปุ่นนั้น ค่อน
ข้างหนาว เราจึงนิยมใช้โต๊ะไฟฟ้าที่
สามารถให้ความอบอุ่นแก่ช่องเท้าที่สอด
เข้าไปใต้โต๊ะ เราเรียกโต๊ะประเภทนี้ว่า
“โคะทัสซี” โต๊ะนี้สามารถแยกชิ้นส่วน
ได้ ขาโต๊ะกับกระดานของโต๊ะนั้นแยก
ออกจากกัน โต๊ะมีขนาดสูงประมาณหนึ่ง
ฟุตครึ่ง ด้านล่างของโต๊ะจะติดโคมไฟฟ้า
ที่ทำความอบอุ่นได้ เวลาหน้าร้อนเราก็
จะใช้โต๊ะนี้เหมือนอย่างโต๊ะทั่วไป แต่เมื่อ
ถึงเวลาหน้าหนาว เราจะใช้ผ้าและเบาะ
นวมคลุมส่วนล่างของโต๊ะแล้วจึงใช้กระ
ดานไม้วางข้างบน เราสามารถใช้แทนโต๊ะ
อ่านหนังสือ, ทานอาหารได้ ถ้าเปิดไฟฟ้า
206
Kalyanamitra.org