ข้อความต้นฉบับในหน้า
ชาย ๒ คน ชาวเมืองสาวัตถี ฟัง
พระธรรมของพระศาสดาแล้วเกิดความ
เลื่อมใสออกบวชพร้อมกันอยู่ในสำนัก
อุปฌายะอาจารย์ ๕ พรรษาแล้ว รูปหนึ่ง
เรียนกรรมฐานออกป่า ซึ่งต่อไปนี้จะ
เรียกว่า “วิปัสสกภิกษุ” ส่วนอีกรูป
หนึ่ง พอใจเรียนปริยัติ หรือคันถธุระซึ่ง
ต่อไปนี้จะเรียกว่า “คันถูกภิกษุ”
พระวิปัสสกะ พยายามอยู่ไม่นาน
ก็ได้บรรลุพระอรหัตผล พร้อมด้วยปฏิ
สัมภิทาทั้งหลาย ส่วนพระคันถูกะเรียน
พระไตรปิฎกจนแตกฉาน ได้เป็นอาจารย์
ของภิกษุประมาณ ๕๐๐ เป็นอาจารย์
ของคณะถึง ๑๘ คณะ รวมความว่าเป็น
คณาจารย์ใหญ่
พระคันถิกะภิกษุถาม
“ภิกษุผู้สหายของท่านที่บวช
พร้อมกัน” ภิกษุทั้งหลายตอบ
เมื่อภิกษุทั้งหลายเดินทางมาเซต
วนาราม วิปัสสกภิกษุได้ส่งข่าวมาเยี่ยม
เยียนภิกษุผู้สหายอยู่เนือง ๆ จนภิกษุ
ผู้สหายประหลาดใจว่า “สหายของเรา
บวชแล้วเข้าป่า ไม่ได้เรียนพระไตรปิฎก
เลย ไม่รู้ธรรมอะไรมาก ยังสามารถมี
ศิษย์ได้มากมายถึงปานนี้ เมื่อท่านมา
เฝ้าพระศาสดา เราจักถามปัญหาดู”
ต่อมาวิปัสสกภิกษุมาเฝ้าพระ
ศาสดา เก็บบาตรและจีวรไว้ในสำนัก
ของพระคันถูกะ เมื่อเฝ้าพระศาสดา
และนมัสการพระอสีติมหาสาวกเสร็จ
ภิกษุเป็นอันมากเรียนกรรมฐาน ก็มาพักที่สำนักของพระคันถูกะผู้สหาย
ในสำนักพระศาสดาแล้ว ไปสู่สำนักของ
พระวิปัสสกะ สมัครตนเป็นศิษย์ของ
ท่าน อยู่บำเพ็ญวิปัสสนาไม่นานก็ได้
สำเร็จอรหัตผลพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา
ทั้งหลาย
ภิกษุเหล่านั้น มีความประสงค์จะ
เฝ้าพระศาสดา จึงเรียนท่านว่า
พระคันถูกะ ให้ศิษย์ของตนปฏิ
บัติพระวิปัสสกะแล้วนั่งบนอาสนะเสมอ
กัน ตั้งใจถามปัญหา
พระศาสดาทรงทราบเหตุการณ์
นั้นด้วยพระญาณ ทรงดำริว่า “คันกะ
ภิกษุจะพึงตกนรก เพราะเบียดเบียนพระ
วิปัสสกภิกษุ” ดังนี้แล้ว ทรงอาศัยเมตตา
“กระผมทั้งหลายใคร่ไปเฝ้าพระ นุเคราะห์ในคันถูกภิกษุนั้น จึงทรงกระทำ
ศาสดา”
“ไปเถิดท่านผู้มีอายุ” พระ
วิปัสสกะกล่าว “ท่านทั้งหลายจงถวาย
บังคมพระศาสดา และนมัสการพระสาวก
ผู้ใหญ่ ๔๐ รูป ในนามของเราด้วย
(ฝากนมัสการ) อนึ่งมีภิกษุผู้เป็นสหาย
ประหนึ่งว่าเสด็จเที่ยวจารึกในวิหาร มา
ถึงสำนักของคันถูกภิกษุแล้ว ประทับ
นั่งบนอาสนะ แล้วตรัสถามปัญหาหลาย
อย่าง เริ่มต้นแต่ปัญหาเกี่ยวกับปฐม
ฌาน แก่คันถูกภิกษุ ไปจนถึงปัญหา
รูปสมาบัติ และอรูปสมาบัติ แต่ภิกษุนั้น
ของเราอยู่รูปหนึ่งท่านทั้งหลายจง ตอบไม่ได้เลยสักปัญหาเดียว เมื่อทรง
นมัสการภิกษุนั้นในนามของเราด้วย” ถามวิปัสสกภิกษุท่านตอบได้
ทรงถามปัญหาเกี่ยวกับโสดา
ภิกษุเหล่านั้นไปถวายบังคมพระ | ปัตติมรรค จนถึงอรหัตผล คันถูกภิกษุ
ตอบไม่ได้ แต่วิปัสสกภิกษุตอบได้
ศาสดา พระอสีติมหาสาวก และภิกษุ
ผู้เป็นสหายของอาจารย์ตามลำดับ
“ใครคืออาจารย์ของพวกท่าน”
กัลยาณมิตร / มิถุนายน ๒๕๓๐
พระศาสดาทรงประทานสาธุการ
แก่วิปัสสกภิกษุนั้น พวกเทวดาก็ช่วยกัน
สาธุการด้วย พวกสัทธิวิหาริก อันเตวา
สิกของพระคันถูกะ ตำหนิพระศาสดาว่า
ทรงประทานสาธุการแก่พระเถระแก่ ซึ่ง
ไม่รู้อะไร ส่วนอาจารย์ของพวกตน
พระศาสดาไม่ทรงกระทำแม้สักว่าการ
ชมเชยสรรเสริญ อาจารย์ของพวกตนเป็น
อาจารย์ของภิกษุถึง ๕๐๐
พระศาสดาจึงว่า
“ภิกษุทั้งหลาย! อาจารย์ของ
พวกเธอเป็นเหมือนคนเลี้ยงโค ได้
เพียงค่าจ้าง ในศาสนาของเรา
ส่วนวิปัสสกภิกษุบุตรของเราเป็น
เหมือนเจ้าของโค ได้บริโภคแล้ว
ซึ่ง "ปัญจโครสตามชอบใจของ
ตน” ดังนี้แล้ว ตรัสต่อไปว่า
“บุคคล แม้จะกล่าวธรรมที่
มีประโยชน์ได้มาก แต่มิได้ประพฤติ
| ธรรมนั้น ก็จัดว่าเป็นผู้ประมาทย่อม
ไม่มีส่วนแห่งสามัญผล เหมือนคน
รับจ้างเลี้ยงโค คอยนับโคให้คนอื่น
ไม่ได้ดื่มปัญจโดรส
ฝ่ายบุคคล แม้จะกล่าวธรรมที่
มีประโยชน์ได้น้อย แต่เป็นผู้
ประพฤติธรรม ละราคะ โทสะ และ
โมหะได้ เป็นผู้รอบรู้มีจิตหลุดพ้น
ด้วยดี ไม่ยึดมั่นถือมั่นในโลกนี้และ
ในโลกอื่น ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่ง
สามัญผล
•ปัญจโครส รสอันเกิดแต่นมโค ๕ อย่าง คือ
นมสด นมส้ม เปรียง เนยใส เนยขั้น
bar
Kalyanamitra.org