ข้อความต้นฉบับในหน้า
ราคาแพง ย่อมเป็นการท้าทายเหล่ามิจฉา
ชีพเป็นอย่างยิ่ง
“พิมพาเขาใส่เพชรวูบวาบ ไม่กลัว
โจรผู้ร้ายบ้างหรือไงนะ” นาฬิกระซิบทาง
ด้านหลังวีณาด้วยความห่วงใย
“ไม่เป็นไรหรอก ถึงจะถูกผู้ร้ายแบ่ง
ซึ่งไป ก็ยังมีเหลือที่บ้านอีกเยอะ" วีณา
ตอบอย่างสบาย ๆ “ ใคร ๆ ก็เรียกเธอ
ว่าแม่หม้ายเนื้อหอมทั้งนั้น”
นารีแย้ง
“จะตายเสียก่อนได้กลับบ้านน่ะ
“เขามีนายตำรวจหนุ่มเป็นบอดี้
การ์ดด้วย เห็นไหมล่ะตำรวจในเครื่อง
แบบที่เดินตามหลังมานั่นไง จะต้องไปกลัว
อะไร แถมยังเบ็นซ์ซะด้วย ผู้ร้ายที่ไหน
จะกล้าแหยม” วิมลออกความเห็นเบา ๆ
“อ้อ อยู่กันพร้อมหน้าเชียวนะ"
พิมพาเข้ามาทักทายเพื่อนฝูง พลางแนะ
นำชายหนุ่มที่มาด้วย ให้รู้จักกับเพื่อน ๆ
ของเธอ
“เธอยังสวยไม่สร่างนะ” เพื่อนทุก
คนกล่าวชมพิมพาพร้อมกันโดยมิได้นัด
หมายทำให้พิมพารู้สึกเขินเล็กน้อย เพราะ
มีชายหนุ่มเคียงข้างมาด้วย เธอทรุดลง
นั่งข้างซ้ายวิณา ส่วนนายร้อยตำรวจเอก
เลี่ยงไปนั่งเก้าอี้ว่าง ซึ่งอยู่ห่างออกไป
“จริง ๆ นะพิม ถ้าฉันไม่รู้จักเธอ
มาก่อน แล้วมีใครมาบอกว่าเธอสี่สิบกว่า
แล้ว ฉันไม่เชื่อเด็ดขาด” นางยังไม่ยอม
หยุดแสดงความชื่นชม “อย่างนี้เขาเรียกว่า
วัยงาม เธอนี่ช่างมีบุญจริง ๆ พร้อมบริ
บูรณ์สารพัด บอดี้การ์ดก็หล่อมากนะ
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ร้อยตำรวจ
เอกชัยชาญ เขาเป็นหลานชายของสามีจะ
ตั้งแต่ท่านประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตก
ชัยชาญเขาเห็นฉันเครียดมาก งานธนาคาร
๘๐
ฉันเสียดายที่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป โดยมิได้
สนใจในพระพุทธศาสนา คำสั่งสอนของ
พระพุทธองค์ ล้วนแต่เป็นคุณวิเศษ ไม่อาจหา
สิ่งใดเทียบได้ ถ้าใครสามารถปฏิบัติได้ ย่อมได้
รับความสุขไปตามส่วน มากน้อยแล้วแต่การปฏิบัติ
ก็ยุ่งเขาก็เลยห่วงใย พยายามดูแลเอาใจใส่
ในฐานะที่ฉันเป็นญาติผู้ใหญ่เท่านั้นแหละ
เขาอ่อนกว่าฉันตั้งสิบห้าปี อย่าคิดมากไป
เลย ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” พิมพากระซิบ
เบา ๆ ด้วยเกรงว่าผู้ถูกกล่าวนามจะได้ยิน
มยุรฉัตรซึ่งนั่งฟัง และสังเกตดู
เหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ เป็นเวลานาน เริ่ม
เข้าใจถึงสภาวะชีวิตของบรรดาเพื่อน ๆ
แต่ละคน ซึ่งล้วนแต่ประมวลไว้ด้วยความ
ทุกข์ มากบ้างน้อยบ้าง บางคนยังมีทุกข์
มากกว่าเธอเสียอีก ทำให้เธอคลายความ
โศกเศร้าลงพอสมควร และเริ่มเข้าใจว่า
คนเราจะทุกข์หรือสุขนั้น อยู่ที่ใจมิใช่
อยู่ที่สภาพเหตุการณ์
พระสงฆ์เริ่มสวดพระอภิธรรม
บรรดาแขกทั้งหลายนั่งพนมมือนิ่งสงบ
สำรวม แต่พิมพาก็ยังปรารถนาจะคุย
มากกว่าฟังพระสวด
“ฉันเดาว่าเธอเพิ่งกลับมาจากวัด
พระธรรมกายใช่ไหม?” พิมพากระซิบ
ถามวีณา "เดี๋ยวนี้เธอไม่ไปงานเลี้ยง
สังสรรค์เลยนะ เธอเข้าวัดติดโลกภายนอก
แล้วหรือไง เพราะฉันเคยเห็นเธอ แต่ง
เครื่องแบบวัดพระธรรมกายอย่างนี้ตั้ง
หลายครั้งแล้ว แต่ฉันไม่มีโอกาสได้ทัก
เธอ"
“ฉันไปช่วยหลวงพ่อที่วัดนี้ทำงาน
มาสองสามปีแล้วจ้ะ” วีณากระซิบตอบ
“เธอไม่ห่วงสามีเธอบ้างเหรอ?
อุษาซึ่งนั่งเงี่ยหูฟังอยู่ข้างหน้าวีณา
หันมากระซิบถาม
“จะต้องไปห่วงเขาทำไมกัน ในเมื่อ
เดี๋ยวนี้ฉันตาสว่าง เข้าใจแล้วว่า คนเรา
เกิดมาเพื่อสร้างสมบุญบารมี ไม่ใช่เพื่อ
มั่วโลกีย์ ถ้าเราหวังดีต่อเขา เราก็ควรจะ
ชวนให้เขาเข้าวัดด้วย แต่ถ้าเขาไม่เชื่อเรา
มันก็ช่วยไม่ได้
“ฉันไม่อยากเชื่อเธอเลยนะวีณา
สมัยก่อนใคร ๆ ก็รู้ว่าเธอดุมท่านอธิการ
บแฟนของเธอ ไม่ให้พ้นสายตาทีเดียว”
พิมพาพูดตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม
“ก็ตอนนั้นคนเรายังโง่อยู่นี่นา”
วีณาสารภาพด้วยอารมณ์สนุก ครั้นแล้ว
จึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉัน
เสียดายที่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป
โดยมิได้สนใจในพระพุทธศาสนา
กัลยาณมิตร / มิถุนายน ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org