ข้อความต้นฉบับในหน้า
นั้น แต่ยังตกอยู่ในอำนาจของกิเลส
ละเอียดคือ ยังมีความพึงพอใจในอรูป
ฌานอยู่ทำนองเดียวกับกระดาษแก้วที่
หมึกซึมเข้าไปในเนื้อได้บ้างเพียงเล็กน้อย
จากตัวอย่างดังกล่าวแล้วย่อม
แสดงว่า ธาตุธรรมที่ประกอบขึ้นมา
เป็นกายของสัตวโลกทั้งหลาย ทั้งที่เป็น
กายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม
และกายอรูปพรหม ซึ่งเราคิดว่า
ละเอียดแล้วนั้น ต่างยังเป็นเพียงธาตุ
ธรรมที่หยาบอยู่ทั้งสิ้น เมื่อเทียบกับ
กิเลสชนิดต่าง ๆ ที่เข้ามาย้อมใจ จึง
ถูกกิเลสซึมซาบเอิบอาบเข้าไปย้อม
และบีบบังคับจนไม่อาจพาตนเองออก
ไปนอกภพทั้ง ๓ ได้ พระพุทธเจ้าตรัส
เรียกธาตุ-ธรรมส่วนหยาบเหล่านี้ว่า
สังขตธาตุ-สังขตธรรม แปลว่า ธาตุ
ธรรมซึ่งถูกย้อมปนเป็นด้วยกิเลสได้
ธรรมกาย
ยังมีกายที่ละเอียดประณีตเป็นพิ
เศษอีกกายหนึ่ง ประกอบขึ้นด้วยธาตุ
ธรรมที่ละเอียดอย่างยิ่ง จนกระทั่งกิเลส
ทุกชนิดไม่สามารถซึมซาบเอิบอาบเข้าไป
ย้อมติดได้ อย่างมากก็เพียงติดอยู่ภาย
นอก ทำนองเดียวกับหมึกไม่สามารถ
แทรกซึมเข้าไปในเนื้อกระจก แต่จับเป็น
คราบอยู่ตามผิว ๆ กายที่ว่านี้คือ กาย
ธรรม อันประกอบขึ้นด้วยธาตุธรรม
ส่วนที่ละเอียดที่สุด เรียกว่า อสังขต
ธาตุอสังขตธรรม จึงไม่มีปัจจัยใด ๆ
ปรุงแต่งได้
กายธรรมมีลักษณะเฉพาะไม่
เหมือนกายใด ๆ ที่ผ่านมาแล้วทั้งสิ้น คือ
มีลักษณะเป็นรูปพระพุทธปฏิมา หรือ
H11
ธาตุอสังขตธรรมจึงละเอียดประณีตอย่าง
ยิ่ง ตลอดทั้งองค์ใสเป็นแก้วใสจนกระทั่ง
มีรัศมีสว่างกว่าดวงอาทิตย์ในยามเที่ยง
หลาย ๆ ดวงรวมกัน
เนื่องจากกายธรรมเป็นกายที่ละ
เอียดมาก จึงสามารถออกไปจากภพ ต
เมื่อเจ้าชาย
นี้ได้อย่างสะดวกสบาย
สิทธัตถะบรรลุถึงธรรมกายในราตรีวิสาข
ปุรณมี ณ ควงไม้มหาโพธิสองพันห้าร้อย
กว่าปีก่อนโน้น แล้วพระองค์ได้ทรงอาศัย
กายธรรมนี้ย้อนกลับมาพิจารณากายใน
ภพเหล่านั้นทั้งหมด ในที่สุดก็สามารถ
กลางได้ ๒ วาเช่นกัน
ในขณะที่ดวงธรรมของธรรมกาย
ขยายโตขึ้น จนเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ
หน้าตักพระพุทธปฏิมา แม้ดวงศีล ดวง
สมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ และดวง
วิมุตติญาณทัสสนะ ก็ขยายโตขนาดนั้น
ตามไปด้วย
ต่อจากได้เห็นดวงวิมุตติญาณ
ทัสสนะแล้ว กายอรูปพรหมละเอียดก็เพ่ง
ใจหยุดสนิทติดนิ่งเข้าตรงศูนย์กลางดวง
วิมุตติญาณทัสสนะนั้น ครั้นหยุดได้ถูก
ส่วนแล้ว ใจก็ถูกกลั่นกรองกระทั่ง
ละเอียดยิ่งกว่าดวงวิมุตติญาณทัสสนะ
เป็นผลให้ดวงวิมุตติญาณทัสสนะขยาย
ว่างออกไป เห็นทางสายกลางได้ชัดเจน
ใจก็ผ่านเข้าไปในทางสายกลางนั้นโดย
อัตโนมัติ สามารถเห็นกายใหม่อีกกาย
หนึ่ง ลักษณะเป็นรูปพระพุทธปฏิมา เกตุ
รูปดอกบัวตูม ตลอดทั้งองค์ใสเป็นแก้ว
และใสละเอียดกว่ากายต่าง ๆ ที่ผ่านมา
เรียกว่า ธรรมกายโคตรภู และตาของ
ธรรมกายโคตรภูก็เห็นกายของตนเองนั่ง
ขัดสมาธิอยู่กลางดวงวิมุตติญาณทัสสนะ
นั้น
เมื่อเห็นธรรมกายโคตรภูแล้ว ต่อ
รู้เห็นความเป็นไปของธาตุธรรมทั้งหลาย ไปนี้ธรรมกายโคตรภูก็เพ่งใจหยุดสนิทติด
ตามความเป็นจริงได้
กายธรรมที่รู้เห็นเบื้องแรกเรียกว่า
ธรรมกายโคตรภู ขนาดอย่างเล็กที่สุด
เป็นรูปพระพุทธปฏิมาหน้าตักไม่ต่ำกว่า
6 นิ้ว อย่างใหญ่ที่สุดหย่อนกว่า ๕ วา
เล็กน้อย ดวงธรรมของธรรมกายก็ขยาย
ใหญ่ตามส่วน วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้เท่า
หน้าตักพระธรรมกายเสมอไป เช่น ถ้า
หน้าตักกว้าง ๒ ศอก ดวงธรรมก็วัดเส้น
พระพุทธรูป มีเกตุเป็นรูปดอกบัวตูม | ผ่าศูนย์กลางได้ ๒ ศอก หรือถ้าหน้าตัก
เนื่องจากกายธรรมประกอบด้วยอสังขต
นิ่งอยู่ตรงศูนย์กลางกายของตนเอง ครั้น
หยุดได้ถูกส่วน ดวงธรรมของธรรมกาย
โคตรภูก็ผุดให้เห็น ส่วนกายนั้นก็ขยาย
ว่างออกไป ดวงธรรมนี้ประกอบขึ้นด้วย
ธาตุธรรมที่ละเอียดประณีตยิ่งขึ้น จึงขยาย
ใหญ่ขึ้น วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้เท่ากับ
หน้าตักพระธรรมกาย ส่วนช่องว่าง
กลางดวงธรรมก็ขยายออกไปตามส่วนเช่น
กัน ทำให้สามารถเห็นทางสายกลางจาก
ธรรมกายโคตรภูตรงไปพระนิพพานได้
กว้าง ๒ วา ดวงธรรมก็วัดเส้นผ่าศูนย์ | ชัดเจน
กัลยาณมิตร / มิถุนายน ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org
๕๙