การเกิดนิกายใหม่ในศาสนาพุทธ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 6 หน้า 39
หน้าที่ 39 / 120

สรุปเนื้อหา

กันไว้คนละไม่มากก็น้อย ชาวพุทธส่วนใหญ่ในศรีลังกามิได้ ให้ความนิยมชมชอบนิกายของท่าน อุตตะมะสาธุนี้นัก ถึงแม้ว่าท่านจะวาง คนเคร่งขรึม สมถะ ห่มผ้าสีเศร้าหมอง กินเจอย่างเคร่งครัดก็ตาม เพราะพื้นฐาน การศึกษาทางพุทธศาสนาระดับชาว บ้านในศรีลังกาสูงกว่าในประเทศไทย หรืออาจจะเป็นเพราะผู้นำนิกายใหม่นี้ ก่อนบวชเป็นเพียง “เถ้าแก่” เจ้าของ รถแท็กซี่ให้เช่า มิได้มีอาชีพที่มีคนรู้จัก มากมาก่อน เช่น โฆษกทีวี การเกิดนิกายใหม่ ๆ ตามที่เล่า มาทั้งหมดนี้ ถ้ามองอย่างเจ้าของศาสนา แล้ว จะเห็นเป็นเรื่องใหญ่ที่สร้างความ แตกแยก เป็นเรื่องรุนแรงในศาสนาของ ตน แต่ถ้ามองด้วยสายตาของนักวิชาการ นักมานุษยวิทยาหรือนักสังคมวิทยา แล้ว ก็จะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาซึ่งหลีก เลี่ยงมิได้ เมื่อกลไกต่าง ๆ ในสังคม ผันแปรไป หรือมีความไม่แน่นอ

หัวข้อประเด็น

- การเกิดนิกายใหม่ในศาสนาพุทธ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กันไว้คนละไม่มากก็น้อย ชาวพุทธส่วนใหญ่ในศรีลังกามิได้ ให้ความนิยมชมชอบนิกายของท่าน อุตตะมะสาธุนี้นัก ถึงแม้ว่าท่านจะวาง คนเคร่งขรึม สมถะ ห่มผ้าสีเศร้าหมอง กินเจอย่างเคร่งครัดก็ตาม เพราะพื้นฐาน การศึกษาทางพุทธศาสนาระดับชาว บ้านในศรีลังกาสูงกว่าในประเทศไทย หรืออาจจะเป็นเพราะผู้นำนิกายใหม่นี้ ก่อนบวชเป็นเพียง “เถ้าแก่” เจ้าของ รถแท็กซี่ให้เช่า มิได้มีอาชีพที่มีคนรู้จัก มากมาก่อน เช่น โฆษกทีวี การเกิดนิกายใหม่ ๆ ตามที่เล่า มาทั้งหมดนี้ ถ้ามองอย่างเจ้าของศาสนา แล้ว จะเห็นเป็นเรื่องใหญ่ที่สร้างความ แตกแยก เป็นเรื่องรุนแรงในศาสนาของ ตน แต่ถ้ามองด้วยสายตาของนักวิชาการ นักมานุษยวิทยาหรือนักสังคมวิทยา แล้ว ก็จะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาซึ่งหลีก เลี่ยงมิได้ เมื่อกลไกต่าง ๆ ในสังคม ผันแปรไป หรือมีความไม่แน่นอนทางด้าน เศรษฐกิจ การเมืองหรือสังคม โครงสร้าง ทางศาสนาก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย เป็นกฎของธรรมชาติอย่างหนึ่ง แต่ใน ฐานะที่อาตมาเป็นแพทย์ เมื่อมองและ ศึกษาปัญหาเหล่านี้จะเห็นว่าเรื่องนี้เป็น ส่วนหนึ่งของปัญหาสาธารณสุขของ สังคมนั้น ๆ เพราะจากบุคลิกและเรื่องราวของ ศาสดาใหม่ ๆ ทั้งหลาย เช่น จอห์น มัวร์ ก็ดี วิลเลียม เจฟฟรีย์ ก็ดี หรืออุตตะมะ สาธุ ดังที่กล่าวมาขั้นต้นนี้ หาใช่ใครอื่น ไม่ นอกจากผู้ป่วยทางจิตธรรมดา ๆ นี้ เอง คนเหล่านี้หรือพวกที่มีพฤติกรรม ทำนองนี้ ย่อมมีอยู่ทั่วไปในทุกสังคม ทุกเชื้อชาติ ในระยะแรกก็เป็นเพียงผู้มี แนวโน้มที่จะป่วย แต่ยังไม่ปรากฏ กัลยาณมิตร มิถุนายน ๒๕๓๐ อาการภายนอถแน่ชัด ต่อมาเมื่อสภาพ สังคม เศรษฐกิจบีบคั้นมาก ๆ เข้าก็ป่วย แสดงอาการต่าง ๆ ออกมา เป็นศาสดา พยากรณ์บ้าง พ่อมดหมอผีบ้าง คนทรง บ้าง ศาสดาองค์ใหม่บ้าง ความผิดแผก ทางพฤติกรรม ก็ขึ้นอยู่กับความแก่อ่อน ของโรคนั่นเอง และเป็นเรื่องเจ้ากรรมอย่างหนึ่ง คือในสังคมต่าง ๆ เงื่อนไขที่ระบุว่าใคร ป่วยทางจิตหรือไม่ป่วยนั้นไม่เหมือนกัน ถ้าผู้ป่วยทำตัวให้เข้ากับสถานะบาง อย่างที่โครงสร้างของวัฒนธรรมใน สังคมนั้นเปิดช่องให้ แทนที่จะถูกเรียกว่า “คนบ้า” เหมือนในอีกสังคมหนึ่ง กลับ ถูกยกย่องว่าเป็น “อรหันต์” ในอีกสังคม หนึ่งก็ได้ เช่นในประเทศอินเดีย ผู้ที่ป่วย ด้วยโรคจิตเภท (Schizophrenia) มี อาการประสาทหลอนทางหู อยู่ดี ๆ ได้ ยินเสียงโดยไม่มีที่มาได้เอง กลับได้รับ การยกย่องว่าเป็นผู้มีหูทิพย์ มีคนเอา ข้าวของมากราบไหว้บูชากันมากมาย หรือในบางสังคมที่ประชาชนในสังคม เชื่อถือเรื่องการทรงเจ้าเข้าผี คนป่วย ด้วยโรคประสาทบางคนมีอาการของ บุคลิกเปลี่ยนเป็นคนละคนในบางครั้ง บางคราว ซึ่งก็มีสาเหตุมาจากความ เครียดทางอารมณ์ กลับได้รับการยกย่อง ว่าเป็นคนทรง เป็นร่างทรงกันไป คน เหล่านี้ ถ้ามาอยู่ในสังคมทางตะวันตก ในประเทศที่เป็นวัตถุนิยม ก็จะถูกจับ ตัวส่งไปโรงพยาบาลโรคจิต ให้จิต แพทย์รับไปบำบัดต่อไป สิ่งที่น่าแปลกอีกประการหนึ่งของ ผู้ป่วยพวกนี้ คือมักไม่ป่วยเพียงคนเดียว แต่จะมี “ลูกคู่” ซึ่งได้แก่ผู้ที่มีความคิด เห็นคล้องจองเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับตัวคนป่วย เพียงแต่ยังมีอาการไม่หนักเท่า จึงไม่ถึง บประกาศตัวเป็นศาสดาองค์ใหม่ หาก แต่ดำรงตำแหน่งเป็นสาวกหรืออุปัฏฐาก คนสำคัญ เช่นในกรณีของท่านอุตตะมะ สาธุก็คือ ท่านแม่ หรือ มาตา การได้ ลูกคู่ที่ดีย่อมเป็นการเสริมฐานะทางสังคม และตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับตัวผู้ป่วย อย่างมากมาย ในกรณีที่เกิดศาสดาตั้งนิกาย ใหม่ ๆ เขียนพระไตรปิฎกขึ้นใหม่เอง อย่างรายของท่านอุตตะมะสาธุที่อ้างตัว ว่าเป็นพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ใหม่นี้ ก็เป็น เรื่องที่ทางการต้องให้ความสนใจ ประ กาศให้ประชาชนทราบว่า เขาเป็นคน ป่วย ไม่ใช่คนดี เป็นคนที่ต้องได้รับการ รักษาบ่าบัด มิใช่ไปให้ความเคารพนับถือ เพราะถ้ายิ่งนับถือกันไปมากก็ยิ่งรักษา ยาก เพราะเป็นการไปตอกย้ำความหลง ผิดที่ว่าตนคือศาสดา การใช้มาตรการ รุนแรงย่อมไม่เกิดผลดี เพราะเท่ากับเป็น การเรียกร้องความสนใจ (คนป่วยประ เภทนี้ยิ่งชอบ) ควรมีการประชาสัมพันธ์ ให้ทราบกันในสังคมว่า อาการเคร่งครัด ดังที่ท่านประพฤตินั้น เกิดจากการบีบ คั้นของโรค เมื่อท่านได้แสดงตัวสูงกว่า คนธรรมดาแล้ว ทำให้ท่านรู้สึกว่าสบาย ใจ เป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนป่วย ทางจิต การพูดด้วยเหตุด้วยผลกับคน ป่วยประภทนี้จะไม่ได้ผลเลย เพราะเขา มิได้คิดอย่างคนปกติ พอรักษาบำบัด หายแล้วเมื่อใด จึงค่อยมาพูดจาปราศรัย กันอีกทีหนึ่ง อย่างนี้จึงจะสำเร็จ (อ่านต่อฉบับหน้า) Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More