ข้อความต้นฉบับในหน้า
ได้คัดเลือกบุคคลเชื้อชาติเอเซีย ผู้ประกอบ
คุณงามความดี อันเอื้ออำนวยประโยชน์
สุขแก่สังคม เหมาะที่จะเป็นแบบอย่าง
หน้าที่ประจำวันนี้เอง ที่ทำให้ชีวิตต้อง
ผันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ด้วยความเมตตา
ของ อาจารย์เจริญ ปราบ ณ ศักดิ์
ให้ได้รับรางวัลแมกไซไซ ในสาขาต่าง ๆ | ครูใหญ่โรงเรียนอินทรบำรุง ผู้เป็นยอด
เช่น สาขาบริการชุมชน สาขาความเข้าใจ
ระหว่างประเทศ สาขาผู้นำชุมชน เป็นต้น
นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ นับเป็น
คนไทยคนที่ 5 ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศ
นี้ จากคุณงามความดี จากหยาดเหงื่อ
แรงกาย แรงใจทั้งมวล ที่เขาได้ทุ่มเทให้
แก่สังคมตลอดระยะเวลาอันยาวนาน
ของชีวิต
ครูใหญ่
ยอดกัลยาณมิตร
ที่หมู่บ้านเมืองเก่า อำเภอพล
จังหวัดขอนแก่น ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ใน
เดือนมีนาคม เด็กชายเล็ก ๆ ชื่อ กระแส
ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในครอบครัวของพ่อแม่
ที่มีลูก ๑๐ คน โดยตัวเขาเป็นบุตรคนที่
5 จากสภาพชีวิตที่ยากจน ทำให้ต้อง
ออกจากโรงเรียนเมื่ออายุเพียง 6 ขวบ
นั่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนจน
ที่อย่าว่าแต่โอกาสในการศึกษาเล่าเรียน
เลย เพียงแค่โอกาสในการมีชีวิตอยู่
ก็น้อยเต็มที่ เด็กชายกระแสเข้าทำงาน
เป็นลูกจ้างร้านค้าหนังสัตว์ และโรงปอ
ได้รับความเอื้อเฟื้อจากเจ้าของร้าน ให้
เอาน้ำดื่มใส่รถเข็นไปขายที่สถานีรถไฟ
พอมีรายได้เล็ก ๆ น้อย ต่อจากนั้นก็
เดินทางไปอยู่กับพี่สาว พี่เขยที่อุดรธานี
กว่าจะได้กลับมาสู่อ้อมอกของพ่อแม่
ก็เมื่อเวลาผ่านพ้นไปอีกถึง ๒ ปี
โรคร้ายก็ได้พรากพ่อของเขาตายจากไป
เสียอีก และเมื่อพี่เขยเป็นเอเยนต์ขาย
เหล้ากับหนังสือพิมพ์ เด็กชายกระแสจึง
มีหน้าที่ไปส่งหนังสือพิมพ์แก่ลูกค้า จาก
กัลยาณมิตร / มิถุนายน ๒๕๓๐
กัลยาณมิตร
“เมื่อท่านรู้ว่าผมไม่ได้เรียนหนังสือ
ท่านก็สนับสนุนให้ผมได้เรียน ทั้ง ๆ ที่
ผมมีพื้นความรู้เพียง ป.๒ แต่ท่านก็ให้
เรียน ม.๑ เทอมปลายเลย ทุ่นเวลาไปตั้ง
๒ ปี แต่ผมก็เรียนได้ไม่ก้าวหน้าอะไร
ตัวก็โตกว่าใครเขา เรียน ๆ ไปมันไม่รู้ |
เรื่องเอาจริง ๆ ครูใหญ่ก็เลยให้ครูคน
หนึ่งสอนพิเศษให้ แต่ก็ไม่ดีขึ้น วันหนึ่ง
ผมเลยไปบอกครูว่า ผมเรียนไม่ไหวแล้ว
เรียนไม่ได้หรอก ขอลาออกเถอะ”
แล้วหมอแมกไซไซ ก็เล่าถึงผู้ให้
แสงสว่างแก่ชีวิตท่านนั้นต่อไปด้วยแววตา
เจิดจ้า อย่างรู้คุณว่า
“ครูใหญ่ท่านไม่ยอม บอกว่า
เอาน่า...เรียนเถอะ เอายังงี้นะ ต่อไป
นี้ตอนเช้าเธอมาก่อนเวลา เขาเข้า
๓ โมง เธอมา ๒ โมง มาคอยครูอยู่นี่
ครูจะสอนให้ ตอนเที่ยงเธอรีบไปกิน
ข้าว แล้วก็รีบมา ครูจะสอนให้เธออีก
ครึ่งชั่วโมง ตอนเย็นเธออย่าเพิ่งกลับ
ครูจะสอนให้อีก ๒ ชั่วโมง”
จากจุดเริ่มต้นที่น้ำใจของครูใหญ่
นี่เอง ทำให้อนาคตของผู้มาเรียนใหม่ที่
เสมือนหนึ่งมีดดับไปแล้ว ได้ค่อย ๆ
ทอแสงเรือง ๆ ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
กลับบ้านพร้อม
ความสําเร็จ
ชีวิตหลังจากจบชั้น ม.๓ ที่อินทร
บำรุงแล้ว เด็กชายกระแสได้รับการสนับ
สนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ
จังหวัดขอนแก่นในครั้งนั้น นายจารุบุตร
เรืองสุวรรณ ซึ่งได้พาเด็กชายกระแส
ติดตามมารับใช้ในกรุงเทพฯ
“กรุงเทพฯ แปลว่าอะไรก็ไม่รู้
แต่ว่ามันก็น่าสนใจดี ใคร ๆ ก็พูดถึง
กรุงเทพฯ ใคร ๆ ก็อยากไปกรุงเทพฯ
ผมก็เลยตกลงใจ ไปก็ไป ตัดสินใจ
กันวันนั้นเลย”
การเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ทำให้ได้
เรียนหนังสือต่อที่อำนวยศิลป์และเตรียม
อุดมศึกษา ช่วงอยู่ชั้น ม. ปลายนี้ เริ่ม
ทำกิจกรรมและเริ่มคิดถึงสภาพความ
กันดารของอีสาน การรุกรานของ
โรคภัย ความยากจนของชาวบ้าน
แล้วก็คิดถึงตัวเองว่า จะทำอย่างไร
๕๕
Kalyanamitra.org