ชีวิตและความสำเร็จของนายแพทย์กระแส วารสารกัลยาณมิตร ปี 2530 ฉบับที่ 6 หน้า 49
หน้าที่ 49 / 120

สรุปเนื้อหา

ได้คัดเลือกบุคคลเชื้อชาติเอเซีย ผู้ประกอบ คุณงามความดี อันเอื้ออำนวยประโยชน์ สุขแก่สังคม เหมาะที่จะเป็นแบบอย่าง หน้าที่ประจำวันนี้เอง ที่ทำให้ชีวิตต้อง ผันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ด้วยความเมตตา ของ อาจารย์เจริญ ปราบ ณ ศักดิ์ ให้ได้รับรางวัลแมกไซไซ ในสาขาต่าง ๆ | ครูใหญ่โรงเรียนอินทรบำรุง ผู้เป็นยอด เช่น สาขาบริการชุมชน สาขาความเข้าใจ ระหว่างประเทศ สาขาผู้นำชุมชน เป็นต้น นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ นับเป็น คนไทยคนที่ 5 ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศ นี้ จากคุณงามความดี จากหยาดเหงื่อ แรงกาย แรงใจทั้งมวล ที่เขาได้ทุ่มเทให้ แก่สังคมตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ของชีวิต ครูใหญ่ ยอดกัลยาณมิตร ที่หมู่บ้านเมืองเก่า อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ใน เดือนมีนาคม เด็กชายเล็ก ๆ ชื่อ กระแส ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในครอบครัวของพ

หัวข้อประเด็น

- ชีวิตและความสำเร็จของนายแพทย์กระแส

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ได้คัดเลือกบุคคลเชื้อชาติเอเซีย ผู้ประกอบ คุณงามความดี อันเอื้ออำนวยประโยชน์ สุขแก่สังคม เหมาะที่จะเป็นแบบอย่าง หน้าที่ประจำวันนี้เอง ที่ทำให้ชีวิตต้อง ผันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ด้วยความเมตตา ของ อาจารย์เจริญ ปราบ ณ ศักดิ์ ให้ได้รับรางวัลแมกไซไซ ในสาขาต่าง ๆ | ครูใหญ่โรงเรียนอินทรบำรุง ผู้เป็นยอด เช่น สาขาบริการชุมชน สาขาความเข้าใจ ระหว่างประเทศ สาขาผู้นำชุมชน เป็นต้น นายแพทย์กระแส ชนะวงศ์ นับเป็น คนไทยคนที่ 5 ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศ นี้ จากคุณงามความดี จากหยาดเหงื่อ แรงกาย แรงใจทั้งมวล ที่เขาได้ทุ่มเทให้ แก่สังคมตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ของชีวิต ครูใหญ่ ยอดกัลยาณมิตร ที่หมู่บ้านเมืองเก่า อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ใน เดือนมีนาคม เด็กชายเล็ก ๆ ชื่อ กระแส ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในครอบครัวของพ่อแม่ ที่มีลูก ๑๐ คน โดยตัวเขาเป็นบุตรคนที่ 5 จากสภาพชีวิตที่ยากจน ทำให้ต้อง ออกจากโรงเรียนเมื่ออายุเพียง 6 ขวบ นั่นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนจน ที่อย่าว่าแต่โอกาสในการศึกษาเล่าเรียน เลย เพียงแค่โอกาสในการมีชีวิตอยู่ ก็น้อยเต็มที่ เด็กชายกระแสเข้าทำงาน เป็นลูกจ้างร้านค้าหนังสัตว์ และโรงปอ ได้รับความเอื้อเฟื้อจากเจ้าของร้าน ให้ เอาน้ำดื่มใส่รถเข็นไปขายที่สถานีรถไฟ พอมีรายได้เล็ก ๆ น้อย ต่อจากนั้นก็ เดินทางไปอยู่กับพี่สาว พี่เขยที่อุดรธานี กว่าจะได้กลับมาสู่อ้อมอกของพ่อแม่ ก็เมื่อเวลาผ่านพ้นไปอีกถึง ๒ ปี โรคร้ายก็ได้พรากพ่อของเขาตายจากไป เสียอีก และเมื่อพี่เขยเป็นเอเยนต์ขาย เหล้ากับหนังสือพิมพ์ เด็กชายกระแสจึง มีหน้าที่ไปส่งหนังสือพิมพ์แก่ลูกค้า จาก กัลยาณมิตร / มิถุนายน ๒๕๓๐ กัลยาณมิตร “เมื่อท่านรู้ว่าผมไม่ได้เรียนหนังสือ ท่านก็สนับสนุนให้ผมได้เรียน ทั้ง ๆ ที่ ผมมีพื้นความรู้เพียง ป.๒ แต่ท่านก็ให้ เรียน ม.๑ เทอมปลายเลย ทุ่นเวลาไปตั้ง ๒ ปี แต่ผมก็เรียนได้ไม่ก้าวหน้าอะไร ตัวก็โตกว่าใครเขา เรียน ๆ ไปมันไม่รู้ | เรื่องเอาจริง ๆ ครูใหญ่ก็เลยให้ครูคน หนึ่งสอนพิเศษให้ แต่ก็ไม่ดีขึ้น วันหนึ่ง ผมเลยไปบอกครูว่า ผมเรียนไม่ไหวแล้ว เรียนไม่ได้หรอก ขอลาออกเถอะ” แล้วหมอแมกไซไซ ก็เล่าถึงผู้ให้ แสงสว่างแก่ชีวิตท่านนั้นต่อไปด้วยแววตา เจิดจ้า อย่างรู้คุณว่า “ครูใหญ่ท่านไม่ยอม บอกว่า เอาน่า...เรียนเถอะ เอายังงี้นะ ต่อไป นี้ตอนเช้าเธอมาก่อนเวลา เขาเข้า ๓ โมง เธอมา ๒ โมง มาคอยครูอยู่นี่ ครูจะสอนให้ ตอนเที่ยงเธอรีบไปกิน ข้าว แล้วก็รีบมา ครูจะสอนให้เธออีก ครึ่งชั่วโมง ตอนเย็นเธออย่าเพิ่งกลับ ครูจะสอนให้อีก ๒ ชั่วโมง” จากจุดเริ่มต้นที่น้ำใจของครูใหญ่ นี่เอง ทำให้อนาคตของผู้มาเรียนใหม่ที่ เสมือนหนึ่งมีดดับไปแล้ว ได้ค่อย ๆ ทอแสงเรือง ๆ ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง กลับบ้านพร้อม ความสําเร็จ ชีวิตหลังจากจบชั้น ม.๓ ที่อินทร บำรุงแล้ว เด็กชายกระแสได้รับการสนับ สนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ จังหวัดขอนแก่นในครั้งนั้น นายจารุบุตร เรืองสุวรรณ ซึ่งได้พาเด็กชายกระแส ติดตามมารับใช้ในกรุงเทพฯ “กรุงเทพฯ แปลว่าอะไรก็ไม่รู้ แต่ว่ามันก็น่าสนใจดี ใคร ๆ ก็พูดถึง กรุงเทพฯ ใคร ๆ ก็อยากไปกรุงเทพฯ ผมก็เลยตกลงใจ ไปก็ไป ตัดสินใจ กันวันนั้นเลย” การเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ทำให้ได้ เรียนหนังสือต่อที่อำนวยศิลป์และเตรียม อุดมศึกษา ช่วงอยู่ชั้น ม. ปลายนี้ เริ่ม ทำกิจกรรมและเริ่มคิดถึงสภาพความ กันดารของอีสาน การรุกรานของ โรคภัย ความยากจนของชาวบ้าน แล้วก็คิดถึงตัวเองว่า จะทำอย่างไร ๕๕ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More